
เกือบ2ปีพม่าเพิ่งรับอภิสิทธิ์-ประยุทธ์
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ
หลังจากที่สหภาพพม่า “ปิดประเทศ” ไม่ต้อนรับ “อภิสิทธิ์” มาเกือบ 2 ปีเต็ม สาเหตุเพราะไปให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับ “ออง ซาน ซูจี” ที่ขณะนี้ยังถูกทางการสหภาพพม่าควบคุมตัวอยู่ ในลักษณะที่สหภาพพม่าเห็นว่าเป็นการเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของสหภาพพม่า จนทำให้ พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีของสหภาพพม่า ส่งสัญญาณ “ไฟแดง” ไม่ต้อนรับ “อภิสิทธิ์” มาแล้ว
แม้ว่าที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศ จะพยายามใช้ช่องทางต่างๆ ก็ไม่เป็นผล รวมถึงช่องทางความสัมพันธ์ทางด้านการทหารระหว่างกองทัพสหภาพพม่า กับกองทัพไทย แต่ก็ไม่เป็นผลสัมฤทธิ์ เพราะเมื่อผู้นำสหภาพพม่า “ไม่เอา” ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะระบอบการปกครองของสหภาพพม่า คือ “เผด็จการทางทหาร” และยิ่งผู้นำรัฐบาลเป็นทหารด้วยแล้วคนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์
การเยือนสหภาพพม่าครั้งนี้ ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไทย-สหภาพพม่า เป็นครั้งแรก และเป็นครั้งเดียวกันที่จะได้แนะนำตัวไปในคราวเดียวกัน คือผู้นำเบอร์ 1 ฝ่ายบริหาร และผู้นำเบอร์ 1 ของกองทัพบกไทย รวมถึงความร่วมมือระหว่างไทย-สหภาพพม่า ในกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่สำคัญ อาทิ การสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) ความร่วมมือด้านแรงงาน และการค้าขายระหว่างชายแดน
รวมทั้งความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาชายแดนในประเด็นต่างๆ โดยการเยือนครั้งนี้ นับเป็นการเยือนสหภาพพม่าระดับผู้นำ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของพม่าที่จะจัดให้มีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่จะได้แสดงแรงสนับสนุนของไทยที่มีต่อสหภาพพม่าในการจัดการเลือกตั้ง โดยการเยือนครั้งนี้ สหภาพพม่าเปิด “นครเนปิดอว์” เมืองหลวงแห่งใหม่ที่สหภาพพม่าสร้างขึ้นมาใหม่เป็นที่รองรับโดยเฉพาะ
ที่สำคัญบุคคลสำคัญทางด้านการเมือง ล้วนแต่ไปพักอาศัยอยู่ใน “นครเนปิดอว์” ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.เต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีสหภาพพม่า พล.อ.อาวุโส ตัน ฉ่วย ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (State Peace and Development of the Union of Myanmar-SPDC) รวมถึงบรรดา ผบ.เหล่าทัพ บก-เรือ-อากาศ ก็จะพำนักอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ด้วย
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงเปิดเผยว่า การเดินทางเยือนสหภาพพม่าในครั้งนี้ ถูกเลื่อนมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากที่นายกรัฐมนตรีเจอกับผู้นำสหภาพพม่าในเวทีต่างๆ 2-3 ครั้ง และได้พูดคุยกันและเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ สหภาพพม่าก็จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ จึงเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่สหภาพพม่าต้องการหาเพื่อน เนื่องจากขณะนี้ชาวโลกก็เริ่มกดดันสหภาพพม่ามากขึ้น
“สหภาพพม่าต้องการให้ประเทศไทยเข้าไปเป็นพวก และให้เห็นอกเห็นใจในฐานะเพื่อนบ้าน เพราะยังไม่ถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ สหภาพพม่าก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เหมือนกับมวยยังไม่ได้ทันชกก็โดนน็อกเสียแล้ว โดยเฉพาะข้อกล่าวหาว่า การเลือกตั้งไม่มีความบริสุทธิ์ เพราะถึงอย่างไรทหารก็กลับมาครองอำนาจเหมือนเดิม คล้ายงูลอกคราบ ตามที่โลกตะวันตกวิพากษ์วิจารณ์” แหล่งข่าวด้านความมั่นคงระบุ
แหล่งข่าวด้านความมั่นคงกล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศพยายามที่จะประสานงานกับสหภาพพม่าตลอดเวลา เพื่อต้องการให้นายกรัฐมนตรีของไทยเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์ ตามข้อตกลงของอาเซียนทั้ง 10 ประเทศว่า ใครก็ตามเมื่อได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะต้องเดินทางไปกระชับความสัมพันธ์ทันที แต่นี่เวลาผ่านไปถึง 2 ปีแล้ว นายกรัฐมนตรีของไทยก็ยังไม่สามารถเดินทางไปได้
“นายอภิสิทธิ์เดินทางตระเวนแนะนำตัวทั้ง 9 ประเทศแล้ว เหลือแค่สหภาพพม่าเท่านั้นที่ยังไม่ได้ไป ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์ที่สหภาพพม่าปิดประเทศไม่ต้อนรับนายอภิสิทธิ์ นานเกือบ 2 ปีเต็ม แต่เมื่อสถานการณ์ภายในสหภาพพม่าเริ่มสุกงอม โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น จึงพยายามหามิตรอย่างไทยเข้าไปสนับสนุนในเรื่องนี้”
ประเด็นข้อหาที่สำคัญ คือปัญหาชายแดนไทย-พม่า ที่มีปัญหามาตลอดในช่วงระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการปิดด่านแม่สอด ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ส่งผลกระทบมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการค้าขายของทั้งสองประเทศ ที่สำคัญการพบปะกันครั้งนี้ นายกษิตได้เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการส่งกลับผู้ลี้ภัยจากการสู้รบบริเวณชายแดนไทย-พม่า จำนวน 1.5 แสนคน กลับประเทศด้วย
“นายกษิต ได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในเวทีต่างชาติ ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ว่า หลังจากที่สหภาพพม่ามีการเลือกตั้งในวันที่ 7 พฤศจิกายนเสร็จเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลไทยจะเสนอให้มีการส่งกลับผู้ลี้ภัยจากการสู้รบที่ขณะนี้อยู่บริเวณชายแดนไทย-พม่า ประมาณ 1.5 แสนคน โดยมาอาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวตั้งแต่ปี 2527 จึงได้มีการนำ ผบ.ทบ. และ เลขาธิการ สมช. ไปหารือเกี่ยวกับหนทางในเรื่องนี้ด้วย”
ทีมข่าวความมั่นคง



