
เลือด ปชต.ในนักรบรับจ้าง
"ที่สำคัญอดีตนักรบรับจ้างที่รู้กฎเหล็กของการเป็นนักรบรับจ้างดี เหตุใดจึงยอม "คาย" ความลับเอาในวัน-เวลาที่เหมาะเจาะเช่นนี้ ?"
ดูเหมือนจะเป็นการทำงานชนิดที่เรียกว่า "เข้าขา" กันเป็นอย่างดี ระหว่าง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.รมน. กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ซึ่งถูกยึดอำนาจ
พล.อ.พัลลภ อดีตนายทหารรับจ้าง เมื่อครั้งยุคสงครามเย็นและทฤษฎีโดมิโนกำลังรุกคืบเข้าหาประเทศไทย ในวันนี้ เมื่อจับจังหวะจะโคนแล้ว ดูจะเคลื่อนไหวเป็นระบบ
เริ่มจากไปจีนพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ กระบวนการ "ข่าว" หลังจากนั้น ก็ค่อยๆ บ่มฟักให้ได้ที่ กระทั่งวันหนึ่งที่เสื้อแดงปักหลักล้อมทำเนียบรัฐบาล ผลจากการไปจีนของ พล.อ.พัลลภ เพื่อพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงบังเกิดเป็นรูปธรรม
ที่น่าตกใจก็คือ เรื่องราวที่ พล.อ.พัลลภ นำไปบอกกล่าวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นเป็นรื่องราวของการพบปะกันของบุคคลระดับนำของประเทศที่บ้านสุขุมวิท ของ ปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ถึงแม้ถ้อยแถลงของ พล.อ.พัลลภ จะพยายามปกปิดรายชื่อคนส่วนใหญ่ เปิดเฉพาะ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและอดีตนายกรัฐมนตรี รับเชิญสมัย คมช.
แต่ พล.อ.พัลลภ ก็ยืนยัน (หรือ "บอกเล่า") กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเรียบร้อยแล้ว โดยอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ รู้ล่วงหน้า เพียงแค่อยากได้รับคำยืนยัน
ถึงแม้สมาชิกที่อยู่ในวงสนทนาในวันดังกล่าวนั้นจะยืนยันว่าพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องการเมือง แต่สิ่งที่ พล.อ.พัลลภ และ พ.ต.ท.ทักษิณ นำมาเปิดเผยต่อสาธารณะว่า เป็นการสนทนาเพื่อหาทางล้มระบอบทักษิณ ด้วยแนวทางทางกฎหมาย หรือไม่ก็ยึดอำนาจ-ปฏิวัติ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และมีผลโดยตรงต่อ "นักประชาธิปไตย" ที่อ่อนไหวกับเรื่องเหล่านี้
ยิ่งภายหลังการสนทนาทางการเมืองดังกล่าวแล้ว การยึดอำนาจก็เกิดขึ้นจริงๆ ในวันที่ 29 กันยายน 2549 ก็ยิ่งกลายเป็นเหตุเป็นผลที่ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ
ถึงแม้ระบอบทักษิณจะเป็นเผด็จการรัฐสภา และเต็มไปด้วยผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ก็ไม่อาจยื้อยุดความอ่อนไหวในเรื่องนี้ได้
ปัญหาก็คือ พล.อ.พัลลภ คิดอะไร อยู่ฝ่ายไหน และกำลังจะทำอะไร ถึงได้เพิ่งออกมาพูดเรื่องลับสุดยอดต่อสาธารณะเอาในวันนี้
4 ครั้งที่อ้างว่า เขาประชุมกันนั้นใช่ได้ไปร่วมทุกครั้งหรือไม่
ที่สำคัญอดีตนักรบรับจ้างที่รู้กฎเหล็กของการเป็นนักรบรับจ้างดี เหตุใดจึงยอม "คาย" ความลับเอาในวัน-เวลาที่เหมาะเจาะเช่นนี้ ?
ถึงแม้สมาชิกในวงสนทนาลับ จะไม่มีใครเชิญ พล.อ.พัลลภ แต่ พล.อ.พัลลภ ยืนยันว่าเจ้าบ้านเชิญไป ซึ่งก็น่าจะมีเหตุมีผลอันสำคัญจนอยากให้ พล.อ.พัลลภ ได้รับรู้ถึงเรื่องราวในวงสนทนา
ยิ่งถ้าหากในวงสนทนาพูดคุยกันในเรื่องการยึดอำนาจ การปฏิวัติกันจริงๆ ระดับความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจในตัว พล.อ.พัลลภ ก็ย่อมจะต้องผ่านการตรวจสอบขั้นสุดยอดมาแล้ว
ความบาดหมางเรื่อง "คาร์บอมบ์คาร์บ๊อง" ในช่วงปลายยุคทักษิณ อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดความไว้วางใจ แต่ก็ไม่น่าจะใช่เป็นเหตุผลที่สำคัญสูงสุด
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เหตุใด พล.อ.พัลลภ จึงได้ออกมาเปิดเผยในเรื่องเหล่านั้น ?
เรื่องราวที่แหลมคมมากพอที่จะทำให้เกิดเหตุความสูญเสีย หรือกระทั่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ หรือกระทั่งการล้มล้างสถาบันตุลาการ
ไม่มีคำยืนยัน มีแต่คำร่ำลือว่า สิ่งที่ได้รับหลังการพบปะยืนยัน หาใช่เพียงแค่ "รองเท้ากอล์ฟ" อย่างที่ พล.อ.พัลลภ กล่าวอ้าง
แต่ในข้อเท็จจริงในวันนี้ กับอีแค่ "รองเท้ากอล์ฟ" ที่ได้จากการไปเมืองจีน ราคาไม่กี่พันบาท นั้นเทียบไม่ได้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย
ไฟแห่งความเกลียดชังที่สุมขอนอยู่แต่ก่อนเก่า ได้ปะทุคุโชนขึ้นมาอีกครั้ง จนหลายคนฟันธงว่า สถานการณ์บ้านเรานั้นได้ข้ามเส้นของความสมานฉันท์มาเรียบร้อยแล้ว
ไม่มีใครรู้ว่า เมื่อฝ่ายหนึ่งเปิดหน้ารบ (ผ่านจอทีวี) กับอีกฝ่ายที่ถ้าไม่ใช่ทำหน้าที่ "องคมนตรี" ก็เป็นบุคคลส่วนยอดสุดของสถาบันตุลาการ จะจบลงในที่ใด
ถึงแม้ว่า ผู้ที่ถูกพาดพิงเลือกที่จะนิ่งเฉย ไม่ต่อล้อต่อเถียง นิ่งสงบรับคลื่นแห่งความโกรธแค้น แต่ผู้ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์การเมืองก็เฝ้าดูด้วยใจระทึก
เพราะต่างก็เชื่อว่า เมื่อใส่เต็มสูบแล้วไม่มีผลตอบสนอง "เลือดบ้า" มันก็อาจจะทะลักล้นจนไม่คำนึงถึงวิธีการ หรือความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น
ยังไม่สายสำหรับ พล.อ.พัลลภ ที่จะหวนกลับไปมองตัวเอง และถามดังๆ ว่า "กำลังทำอะไร ?" และ "ทำไปเพื่ออะไร ?"
ถ้าเลือดประชาธิปไตยไหลเวียนในร่างกายมีจริง ก็ไม่มีใครเชื่อหรอกว่า มันจะมาๆ หายๆ !
ทีมข่าวความมั่นคง



