
กระเป๋าแห้ง แต่ไม่แล้งน้ำใจ
ก่อนอื่น ผมต้องขออนุญาตให้เครดิตน้องสาวสักนิด เพราะหัวเรื่องวันนี้ ได้มาจากวลีง่ายๆ ผ่านเฟซบุ๊กที่เผอิญสอดคล้องกับเรื่องที่จะชวนคุยในวันนี้พอดิบพอดี
จำได้ว่า ครั้งหนึ่งผมเคยพูดเปรยๆ ถึงความมีน้ำใจของสมาชิกสินเชื่อของผมอย่างมาก เพราะทุกครั้งที่ได้สื่อสารให้สามารถใช้คะแนนสะสมอันเกิดจากการกดเงินผ่านบัตรสินเชื่อ บริจาคให้มูลนิธิการกุศลต่างๆ เพื่อนกลุ่มนี้ก็เต็มใจบริจาค ไม่ได้เกิดอารมณ์หวงหรือเสียดายเลย
ลองคิดดูนะครับ แทนที่จะเอาคะแนนไปแลกของตามห้าง หรือสะสมไมล์เดินทางท่องเที่ยวเพื่อความสุขส่วนตัว ซึ่งก็ทำกันได้ตามสิทธิ์ที่มี ไม่ผิดอะไร แต่คนกลุ่มนี้จิตกลับเป็นกุศล ยอมสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม บริจาคคะแนนคนละเล็กคนละน้อย ทั้งๆ ที่ดอกเบี้ยอันเกิดจากการกดเงิน ตัวเองก็ต้องรับผิดชอบ
ผมรู้สึกประทับใจมาก มีโอกาสที่ไหน ก็มักจะเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นๆ ได้ร่วมอนุโมทนา และชื่นชมด้วยเสมอ
มาในปีนี้ เราคุยกันเพิ่มเติม อยากทำอะไรที่มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเชื่อว่าสังคมไทย ยังมีปัญหาอีกเยอะ ผู้ที่ได้รับความลำบากที่รอการช่วยเหลือเยียวยา กระจายอยู่เต็มไปหมด
ที่สำคัญ ลำพังแค่เอาคะแนนสะสมมาแลก และเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคอาจไม่พอ เพราะเป็นการทำกุศลเพียงมิติเดียว
แถมบางทีบางครั้ง “เงินทอง ก็ไม่สำคัญเท่ากับน้ำใจ หรือความทรงจำดีๆ ที่จะมีให้กัน”
คิดได้อย่างนี้ ทีมงานก็เลยขออนุมัติจัดทริปเล็กๆ ขึ้นมา แบบไม่ได้ใช้เงินทองมากมาย เราวางแผนกันไปที่โรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็กสานรัก มูลนิธิเด็ก แถวพุทธมณฑลสาย 4 เพื่อไปเลี้ยงอาหารกลางวัน ร่วมเล่นเกม ทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ
พูดง่ายๆ ก็คือ “ตั้งใจจะไปให้ความรัก ความอบอุ่นกับเด็กที่ด้อยโอกาส” เท่าที่จะทำได้
แต่เราไม่ได้ไปกันเอง เราขอจิตอาสาจากสมาชิกสินเชื่อที่อยากทำความดี อยากตอบแทนสังคม ในคอนเซ็ปต์ “แบ่งฝันปันสุข” ไปร่วมด้วย
ใครที่มาไม่ได้ แต่อยากมีส่วนในงานนี้ ก็ทำบุญผ่านเคทีซีได้ โดยจะเอาคะแนนมาแลกเป็นเงินบริจาคเหมือนเดิม หรือจะบริจาคเป็นเงินตรงๆ ก็ตามกำลังศรัทธาที่มี โดยองค์กรผมจะสมทบอีกส่วนหนึ่ง
งานนี้มีคนมาร่วมพอสมควรครับ แถมบางคนก็ยังหอบขนม ของเล่นมาให้เด็กอีกด้วย กิจกรรมที่จัดก็ลุล่วงผ่านไปได้ด้วยดี เงินบริจาคก็ไม่ขี้เหร่
แต่เหนืออื่นใด งานนี้ทำให้ทุกคนมีความสุขครับ เด็กๆ ก็เป็นสุข ทีมงานของเราก็เป็นสุข เจ้าหน้าที่ที่บ้านเด็กก็เป็นสุข
ที่สำคัญที่สุด เราประทับใจ ที่ได้เห็นสมาชิกสินเชื่อของเราอิ่มเอม ตลอดทริปมีแต่รอยยิ้ม และน้ำใจของคนไทยที่ช่วยเหลือดูแลกัน
แถมจบงาน ยังมีเสียงเรียกร้องให้เราจัดกิจกรรมอย่างนี้ต่อไป พวกเขายินดีที่จะมาร่วมอีกเสมอ
นี่แหละครับ สังคมไทย ไมตรีจิตไม่เคยหล่นหายไปไหน
ผมเริ่มเข้าใจว่า กระเป๋าแห้ง แต่ก็ไม่แล้งน้ำใจ มันช่างสุดยอดกว่ากระเป๋าตุง แต่ไร้น้ำใจนะครับ
ชัยพล กฤตยาวาณิชย์ [email protected]



