ข่าว

กรุงเทพฯ2520กับกรุงเทพฯ2553

กรุงเทพฯ2520กับกรุงเทพฯ2553

10 ต.ค. 2553

“เมืองลุ่มอันเคยมีแมกไม้ร่มเย็นริมฝั่งน้ำใกล้ทะเล กลายเป็นเมืองโขดเขาคอนกรีต คูคลองร่องน้ำอันเคยมีน้ำขึ้นน้ำลงตามอานุภาพของดวงจันทร์ กลายเป็นท่อคอนกรีตที่ตื้นเขินด้วยเศษคอนกรีตที่ก่อสร้างนั่นเอง กับเศษผง เศษขยะ เศษพลาสติกและสิ่งปฏิกูลจากอาคารบ้านเรือน อา

...เมืองลุ่มแถบถิ่นเมืองร้อนที่ลมเคยรำเพยพัดเล็ดลอดตามใบไม้ กลายเป็นเมืองแออัดที่มีทั้งคนและสิ่งก่อสร้างยืนเรียงรายขวางทางเดินของอากาศ แล้วอากาศยังถูกแย่งกันหายใจ อากาศอันไม่บริสุทธิ์ก็คละคลุ้งทั่วไป นานนับวันนับเดือนนับปีและอับขึ้นทุกปี”

 ข้อความทั้ง 2 ย่อหน้าแรก ผมไม่ได้เขียนขึ้นเองหรอกนะครับ ผมลอกมาจากบทบรรณาธิการ ที่
“ครู” อาจินต์ ปัญจพรรค์ เขียนเอาไว้ในนิตยสารฟ้าเมืองไทย รายสัปดาห์ที่ท่านเป็นบรรณาธิการ ฉบับที่ 422 ปีที่ 9 ตรงกับวันที่ 21 เมษายน 2520 เป็นเวลา 33 ปีแล้วนะครับที่ “ครู” อาจินต์ ปัญจพรรค์เขียนเอาไว้

 ภาพที่ปรากฏนั้นราวกับว่า “ครู” เพิ่งจะเขียนเมื่อวันวานอย่างไรอย่างนั้น บ่งชี้ให้เห็นว่าบรรยากาศของกรุงเทพฯ มิได้เพิ่งวิปริตเอาวันสองวัน เดือนสองเดือน หรือปีสองปีนี้ แต่วิปริตมากว่า 30 ปีเข้านี่แล้ว แล้วกรุงเทพฯ ก็ไม่เคยได้รับการแก้ไขให้คืนสู่ความเป็นธรรมชาติจากทั้งผู้บริหารระดับท้องถิ่นและระดับรัฐบาลแต่อย่างใด ผมนำเรื่องที่ “ครู” อาจินต์เขียนในวันนั้นมานำเสนอในวันนี้ มิได้เจตนาจะนำมาตำหนิใครหรอกนะครับ แต่เป็นงานเขียนอีกชิ้นหนึ่งของครูที่ผมประทับใจมากอีกเรื่องหนึ่ง นอกจากเรื่องสั้นชุดเหมืองแร่ที่เคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว

 งานเขียนชนิดที่จบด้วยการ “หักมุม” ในเรื่องสั้นของ “ครู” หลายเรื่อง กลายเป็นต้นแบบงานเขียนของใครหลายคนที่นำเอามาใช้ทั้งในงานเขียนเรื่องสั้น นวนิยาย หรือบทความ ผมเองยอมรับว่าได้รับอิทธิพลจากงานเขียนของ “ครู” อาจินต์มาไม่น้อยเลยเช่นกัน

 วันที่ 11 ตุลาคมนี้ “ครู” อาจินต์ของผมมีอายุ 83 ปีแล้ว ผมขอใช้งานเขียนชิ้นนี้ต่างพานพุ่มดอกมะเขือและธูปเทียน “ไหว้ครู” อาจินต์ ปัญจพรรค์...ด้วยดวงใจครับครู

คลี่ข่าวคลายปม

ภาณุมาศ ทักษณา