ข่าว

 "หาตั๋วยากยิ่งกว่าทอง"

"หาตั๋วยากยิ่งกว่าทอง"

10 ต.ค. 2553

"กีฬาเป็นยาวิเศษ" เราเคยได้ยินกันมานานนม สามารถช่วยให้หลีกไกลจากโรคภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

 ส่วนคนที่ร่างกายอ่อนแออยู่ ก็แทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง

 จึงไม่น่าแปลกใจที่คนไทยทุกวันนี้ จะหันมาใส่ใจกับการเล่นกีฬากันมากขึ้น อย่างน้อยถ้าไม่ได้เล่นขอดูก็ยังดี ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล บาสเกตบอล มวย หรือว่าเทนนิส

 ล่าสุดมีกีฬามาเอาใจแฟนๆ คอเทนนิสกันถึงเมืองไทย กับการแข่งขันเทนนิสเอทีพีทัวร์ "รายการพีทีที ไทยแลนด์ โอเพ่น 2010"

 ซึ่งแม้ว่า “นาดาล” นักเทนนิสขวัญใจชาวไทยจะไปไม่ถึงฝั่งฝันก็ตาม เพราะตกรอบรองชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย แต่ก็ทำเอาแฟนๆ ชาวไทยคึกคักกันพอสมควร

 แม้แต่ “หมอท็อป” นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังอยากจะพาครอบครัวไปซึมซับบรรยากาศถึงขอบสนามกับเขาบ้าง

 แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่จะไปหาบัตรได้จากที่ไหนนี่สิ เพราะว่ากันว่าบัตรหายากยิ่งกว่าทองเสียอีก ขนาด “วอลล์เปเปอร์นายกฯ” ศิริโชค โสภา หมอท็อปก็ยังอุตส่าห์ดั้นด้นไปขอถึงที่ แต่ก็ผิดหวังกลับมา

 ทำเอาหมอท็อปถึงกับบ่นอุบว่า “หาตั๋วไปดูยากมาก ผมต้องเที่ยวไปขอคนนู้นที คนนี้ที ผมขอทุกคนที่ผมรู้จักเลยนะ ขอจนเหมือนกับขอทานแล้วเนี่ย”

 “แถมพอได้ตั๋วมา ครอบครัวผมก็ยังต้องถูกจับนั่งแยกกันอีก ผมต้องนั่งตรงนี้ ส่วนครอบครัวผมต้องไปนั่งอยู่ตรงนั้น”

 ก็อย่างนี้แหละ ขอใครไม่ขอ เล่นไปขอจาก "วอลล์เปเปอร์" แล้วมันจะไปได้อะไร เพราะถ้าจะขอ "วอลล์เปเปอร์" มันต้องระดับนายกฯ ไม่ใช่โฆษกพรรค

 สงสัยต้องไปขอเคล็ดลับจาก “พี่คึก” นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ขนาดนายกฯ มาเสนอตั๋วให้ถึงที่ แต่ "เจ้าตัว" ก็ยังปฏิเสธ

 จะได้ไม่เสียเชิง "โฆษกพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล" 


 ไปยอดเขาลูกโน้น...กันแล้ว !!

 ตอนนี้วงการการเมือง อยู่ระหว่างคลั่งกระแสปรับ ครม. เขี่ย "พรรคใหญ่-ดึงพรรคเล็ก" จนสับสนปนเป...

 ซึ่ง “พรรคเพื่อแผ่นดิน” ที่ถูกวางเป็นตัวเก็งในการร่วมรัฐบาล “อภิสิทธิ์” ไม่ต้องลุ้นจนตัวเกร็ง เพราะถาม ส.ส.ในพรรค ต่างหัวเราะ น้ำตาเล็ด

 แหล่งข่าว กล่าวปนเสียงหัวเราะ ว่า “ตอนนี้ไม่มีกลุ่มใดเดินเกมหวนร่วมรัฐบาลแล้ว เพราะขณะนี้ต้องวางหมากเรื่องการเลือกตั้งที่จะมาถึง”

 สัญญาณที่ยืนยัน คือ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำกลุ่มโคราช พรรคเพื่อแผ่นดิน กอดคอแท็กทีมกับ เสี่ยสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำรวมชาติพัฒนา เจ้าถิ่นเมืองย่าโม เพราะต้องการรักษาพื้นที่ให้พ้นเงื้อมมือ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมว.มหาดไทย ส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย

 ที่มีการวิเคราะห์ หยั่งกระแสแล้วว่า...มาแร้ง...แรง ไม่ว่าเป็นเรื่องทุน เรื่องอำนาจ ฯลฯ (ล้นฟ้า)

 แต่จะถึงขั้นควบรวมหรือเปล่า??? ยังไม่มีเสียงยืนยันใดๆ ออกมาจากปาก “2 เสี่ยผู้ยิ่งใหญ่”

 “เพื่อแผ่นดิน” ไปไกลถึงยอดเขา...นู้นแล้ว

 เกมชิงอำนาจ

 ยามที่เป็นฝ่ายค้าน “ประชาธิปัตย์” คือกองทัพที่แข็งแกร่งเกรียงไกร

 แต่เมื่อเป็นรัฐบาลต้องนั่งอยู่บนผลประโยชน์กองโตแล้วไม่ต้องรอข้าศึกมาทุบทำลาย พรรคนี้ก็อ่อนปวกเปียกกับเกมชิงอำนาจภายใน

 ยิ่งโค้งสุดท้าย “ยุบ-ไม่ยุบ” นายกรัฐมนตรี จะถูกตัดสิทธิ แหล่-ไม่แหล่

 ถึงนาทีนั้น เก้าอี้ “นายกฯ” มันลอยอยู่ในอากาศ ใคร “พร้อม” ที่สุดก็ฮุบเอาไป

 วิ่งกันขาขวิดเหมือนกัน เผื่อฟลุก “ส้มหล่น” เป็น “นายกฯ สำรอง” ได้ใครจะไปรู้

 อาการของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และ “กรณ์ จาติกวณิช” คนในพรรคสามเสน เขาแซวกันให้แซด “เจ้าของมรดก” ยังไม่ตาย จู่ๆ ทายาทออกตัวแย่งมรดกกันเสียแล้วนี่ อย่างนี้มันคบได้ที่ไหน

 อย่าลืมว่าพรรคเก่าแก่นี้ แม้จะปล่อยให้ “เลือดใหม่” ได้ออกหน้า แต่ “ผู้เฒ่า” ก็ยังจับกลุ่มกระตุกเชือกอยู่ข้างหลัง และนับวันยิ่งผนึกกำลังแนบแน่นขึ้น

 ไม่ปล่อยให้เด็กเมื่อวานซืน “คิดการใหญ่” ข้ามหัวกันตามอำเภอใจเด็ดขาด

 นี่คือ "ประชาธิปัตย์"