
Single Point Service:ต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติจริง
ข่าวว่าสามหน่วยงานราชการ เกี่ยวกับการบริการประชาชน เรื่องการจดทะเบียนบริษัท จะจับมือเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ด้วยการให้ไปทำกิจกรรม ณ จุดเดียว ไม่ต้องวิ่งแจ้นไปมาอย่างทุรนทุรายเหมือนทุกวันนี้
หากทำได้ตามคำประกาศที่ผมได้ยิน ก็ขออนุโมทนา เพราะเป็นนิมิตหมายใหม่ของบ้านเมืองเรา ที่ถูกระบบราชการคร่ำครึถ่วงความเจริญมาช้านานแล้ว
ใครเคยปรามาสว่าระบบข้าราชการไทยไม่สามารถ “ปฏิวัติ” ให้ทันสมัยได้ ผมขอเถียง
เพราะต้องชื่นชมกับระบบการทำบัตรประชาชน และการทำหนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ที่สามารถพัฒนามาได้อย่างน่าประทับใจยิ่ง
เหตุผลมีง่ายๆ ประการเดียว นั่นคือหน่วยราชการจะต้องรับรู้ว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน คนไทย ที่จะทำบัตรประชาชนและหนังสือเดินทาง ดังนั้น รัฐจะต้อง “บริการ” ให้ประชาชนได้รับความสะดวก
ข้าราชการที่ยังมีความคิดเก่าๆ ว่าเป็น “นาย” คน และใครที่มา "ขอรับบริการ" คือผู้มารบกวนเวลาอันมีค่าของท่านก็ต้องถูกเอาออกจากหน้าที่งานการนั่นเสีย
ดังนั้น ข่าวที่ว่ากระทรวงพาณิชย์จะสร้างระบบ “บริการ ณ จุดเดียว” สำหรับผู้ประกอบการที่ขอจดทะเบียนตั้งบริษัทจึงน่ายินดี
ผมได้ยิน คุณบรรยง ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พูดทางวิทยุวันก่อนว่า ทั้งสามหน่วยงานคือกรมของท่าน กรมสรรพากร และสำนักงานประกันสังคม เริ่มต้นทำบริการบูรณาการที่เรียกว่า “บริการจุดเดียว” หรือ “Single Point Service”
ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการใครต้องการยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทนิติบุคคล ต้องไปยื่นขออย่างน้อย 3 หน่วยงาน
1.ไปที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท เพื่อได้เลขทะเบียนนิติบุคคล
2.ไปกรมสรรพากรเพื่อขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
3.และในกรณีมีนายจ้าง ก็ต้องไปที่สำนักงานประกันสังคมเพื่อขอเลขบัญชีนายจ้าง
ธนาคารโลกเคยมาประเมินว่าบริการอย่างนี้ในประเทศไทยต้องใช้เวลาประมาณ 4 วัน แต่หากใช้ “บริการจุดเดียว” คือที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (หรือที่ 75 จังหวัดใดก็ตาม) ทางการยืนยันว่าจดทะเบียนที่เดียว ใช้เอกสารชุดเดียว ใช้แบบฟอร์มเดียวกันหมด และเจ้าหน้าที่ชุดเดียวก็จะได้ทั้ง “สามเลข” เลยทีเดียว
อธิบดีบรรยงบอกว่า ด้วยระบบ “Single Point” นี้จะลดเวลาจากเดิม 4 วันเหลือ 90 นาที
และนั่นย่อมหมายความว่าหากระบบนี้ทำงานได้ผล หน่วยราชการต่างกรมต่างกระทรวง ก็ย่อมจะมาใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ นั่นคือการใช้คนทำงานชุดเดียวกัน ใช้เอกสารและเครื่องไม้เครื่องมือชุดเดียวกัน
อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการ “บูรณาการ” ของหน่วยงานอื่นๆ ในภาครัฐให้ร่วมกันได้สำนึกในความสำคัญของการปรับปรุงระบบการทำงาน เพื่อรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง
ท่านประกาศว่าเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการที่ต้องการจะจดทะเบียนตั้งบริษัท ก็ต้องลองใช้บริการ “บริการจุดเดียว” ...มาที่เดียว ได้เลขทั้งสามชุดพร้อมกันไป
อีกทั้งทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนที่เคยต้องยื่นสามชุดสามครั้งต่อสามหน่วยงานราชการ ก็จะใช้เพียงชุดเดียวเรียกว่า “Sing Point, Single Form, Single Document”
อธิบดีบรรยงบอกว่า เป้าหมายสูงสุดจากนี้คือการพัฒนาไปถึงขั้นใช้ “Single Number” นั่นคือการใช้เลขทะเบียนเลขเดียวกันหมด
วันนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้เลข 13 หลัก กรมสรรพากรใช้เลขอีกชุดหนึ่ง และสำนักงานประกันสังคมก็ใช้เลขอีกชุดหนึ่ง
เป้าหมายคือให้ทั้งสามหน่วยงาน มาตกลงกันให้ใช้เลขหมายชุดเดียว เพื่อให้ผู้ประกอบการสะดวก ไม่ต้องคอยจดตัวเลขแต่ละชุด เพียงเพราะหน่วยราชการไม่ยอมมาตกลงกันเองว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการต่อสาธารณะอย่างไร...
ไม่ต่างอะไรกับการทำบัตรประชาชนที่พัฒนามาได้อย่างน่าประทับใจแล้ว
อธิบดีบรรยง บอกว่า กลางปีหน้า “น่าจะเสร็จได้” เพราะท่านอ้างว่ารัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ คุณอลงกรณ์ พลบุตร เห็นความสำคัญของเรื่องนี้อย่างมาก จึงต้องการผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง
เรื่องอย่างนี้ต้องพิสูจน์กันด้วยของจริง นั่นคือผู้ประกอบการที่เคยทุกข์ทรมาน กับการต้องวิ่งไปมาระหว่างหน่วยราชการทั้งหลาย เพียงเพื่อจะทำมาหากินอย่างสุจริตและดำเนินการตามกฎหมายในฐานะพลเมืองดีนั้น วันนี้ท่านลองไปขอบริการจดทะเบียนบริษัทด้วยตนเอง
เพื่อพิสูจน์ว่าการปรับปรุงระบบราชการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนนั้น ในภาคปฏิบัติทำได้จริงจังแค่ไหน?
อย่าให้ใครเขาพูดได้ว่าในบ้านเมืองนี้ คนเลี่ยงกฎหมายเท่านั้นที่จะสะดวกสบาย... ส่วนคนพยายามเป็นพลเมืองดี ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมากมายเหลือเกิน
สุทธิชัย หยุ่น



