ข่าว

ผมไม่ได้รับใบสั่งมาจากใคร:ม.ล.ปนัดดา

ผมไม่ได้รับใบสั่งมาจากใคร:ม.ล.ปนัดดา

10 ต.ค. 2553

"อย่ามองผมเป็นคนอื่นเป็นอันขาด วันเวลาที่ผมอยู่เชียงใหม่ มีความยินดีที่จะร่วมทำงานกับทุกท่านเพื่อช่วยกันเสริมสร้างเชียงใหม่ ให้เป็นเอกลักษณ์อย่างที่เป็นมาสืบต่อไป ขอความร่วมมือให้คนไทยรักใคร่ปรองดองให้อภัยซึ่งกันและกัน มารวมตัวเสริมสร้างทัศนคติที่ดีงาม"

เป็นคำวิงวอนของ "ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล" ในวันแรกที่เดินทางมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ต่อจากนายอมรพันธุ์ นิมานันท์ อดีตผู้ว่าฯ ที่เกษียณอายุราชการ

 เป็นความกดดันและศึกหนักท่ามกลางกระแสว่าได้รับ "ใบสั่ง" จาก "ฝ่ายการเมือง" ให้มาปราบมวลชนคนเสื้อแดงในพื้นที่ชัยภูมิหลักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะ เสมือนเป็นการบ้านโจทย์ใหญ่ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน ข้อสังเกตเหล่านี้ มีคำตอบตรงไปตรงมาจากปาก "ม.ล.ปนัดดา"

การรับตำแหน่งผู้ว่าฯ เชียงใหม่เป็นการรับสั่งปราบ "คนเสื้อแดง" ?

 บอกตรงๆ ว่าไม่ใช่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้มอบหมายให้มาทำหน้าที่เป็นข้าราชการ รับใช้ประชาชน เน้นเรื่องความรักใคร่ปรองดอง สื่อบางแขนงเขียนนำแต่แรกว่า ผมจะมาสยบเสื้อแดง นั่นไม่ใช่ผม ย้ำว่ามารับใช้ประชาชนในจังหวัด คิดว่าพี่น้องไม่ว่าจะสีไหนก็น่าจะเห็นว่าผมไม่ได้รับใบสั่งมาจากใคร

 เพราะตั้งแต่วันแรกที่มา กลุ่ม นปช.ก็มาเพื่อยื่นหนังสือ แต่พวกเขาก็เข้าใจว่าผมมาวันแรกต้องมีภารกิจเดินสายสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเจ้านายฝ่ายเหนือตามธรรมเนียมปฏิบัติ และยินดีที่จะยื่นหนังสือต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดแทน แต่ผมก็แบ่งเวลาเพื่อมาพบปะด้วยตัวเอง

 กระนั้นสิ่งที่ได้รับก็คือความรู้สึกที่ดี อย่างน้อยที่สุดคือ ภาพลักษณ์ ความปรองดองสามัคคีที่เกิดขึ้น การถูกตั้งคำถามว่ามาสยบเสื้อแดงหรือมาตามใบสั่งคงไม่ท้อใจ แต่อยากขอกำลังใจจากชาวเชียงใหม่

แนวทางการบริหารจัดการสู่ความปรองดอง ?

 เน้น 2 เรื่องหลัก คือ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ภาคเอกชน ภาคธุรกิจและส่วนราชการ เชียงใหม่เป็นเมืองแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง เราต้องทำทุกอย่างให้เกิดความเป็น "ศรีเวียงเชียงใหม่" ให้เกิดความภาคภูมิใจ สงบสุข สง่างาม สมกับที่เชียงใหม่ดำรงประวัติศาสตร์มายาวนานมาก ทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ก็ต้องมาจากความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งหลังจากได้พบปะกับตัวแทนหลายภาคส่วนก็น่าดีใจที่ทุกฝ่ายพร้อมร่วมมือและรับปากว่าจะช่วยกันฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่กันอย่างเต็มที่

 อีกส่วนหนึ่งคือจะเน้นย้ำให้ข้าราชการต้องเป็นแบบอย่างแก่คนในพื้นที่ ข้าราชการต้องมีความสามัคคี ไม่ถือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทั้งต้องเป็นแบบอย่างของความอ่อนน้อมถ่อมตน ข้าราชการจะกลายเป็นผู้อวดโอ้ แบ่งแยกไม่ได้ ต้องมุ่งมั่นเป็นแบบอย่างของผู้คนในสังคม

 ที่สำคัญคือต้องเป็นที่พึ่งพาของประชาชน ที่อยากจะเน้นคือ "ศูนย์ดำรงธรรม" ของกระทรวงมหาดไทย คงต้องเพิ่มบทบาทมากขึ้นเพราะจะเป็นด่านแรกที่รับการร้องเรียนข้อปัญหาที่ประชาชนได้รับการปฏิบัติ ไม่ว่าจะจากหน่วยงานใดก็ตามที่ขาดความเป็นธรรม เราต้องแก้ไขปัญหาให้เขา

การมาทำงานในพื้นที่สีแดงทำงานยากกว่าพื้นที่อื่นไหม?

 ไม่อยากให้มองว่าเป็นพื้นที่สีเหลือง สีแดง ผมจะไม่นำไปเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ที่เคยรับราชการ ไม่ว่าจะสีแดง หรือสีอะไรก็ตาม ถ้าเป็นคุณความดีของแผ่นดินที่จะเกิดขึ้น หรือเป็นประโยชน์สุขที่จังหวัดพึงจะได้รับ ไม่ว่าจะมาจากสีไหน ภาคไหน ทางจังหวัดก็พร้อมจะสนับสนุนทุกอย่างที่เป็นประโยชน์สุขแก่ผู้คนในจังหวัด

 อย่ามองผมเป็นคนอื่น อย่ามองเป็นคนจากนอกพื้นที่ หรือมาจากกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ อยากให้เลิกคิดเรื่องสังกัด แต่อยากให้คิดถึงพระธาตุดอยสุเทพ ปูชนียสถานของจังหวัด พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ วันนี้เราอยู่เรือลำเดียวกันคือเรือที่ชื่อว่าเชียงใหม่ เราต้องไปด้วยกัน

 อีกแนวทางที่ชัดเจนก็คือเราจะเข้าหาข้อปัญหาของประชาชนอย่างใกล้ชิด ผมจะลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนให้ครบทุกอำเภอโดยเร็วที่สุด การเข้าถึงปัญหาของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ผมจะเป็นผู้นำเพื่อนข้าราชการในการเข้ารับทราบปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข อาจจะแก้ได้ไม่ทั้งหมด แต่จะทำให้ได้มากกว่าเดิม ซึ่งแนวทางนี้ก็จะเชื่อมโยงกับศูนย์ดำรงธรรมที่จะมีบทบาทมากขึ้น

ย้ำงานความมั่นคงหนี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รอบสอง ?

 เรื่องนี้สำคัญ นักท่องเที่ยวมาจากต่างประเทศยามนี้ก็ทราบว่ายังมีความกังวลในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญของเชียงใหม่ เป็นหน้าตาให้แก่ประเทศ ผมได้กำชับให้มาตรการที่ปฏิบัติอยู่เดิมให้มีความตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจาก พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รรท.ผบช.ภาค 5 พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ และหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นๆ เป็นอย่างดี เราดูแลจุดเสี่ยงเต็มที่ ไม่ว่าจะคลังน้ำมัน หรือสถานที่สัญลักษณ์สำคัญทุกแห่ง เราตั้งอยู่บนความประมาทไม่ได้ เมื่อยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปแล้วก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีประกาศใช้อีก เพราะหากประกาศใช้อีกก็แสดงว่ามาตรการที่ทำอยู่ใช้ไม่ได้ ผู้บังคับหน่วย หัวหน้าส่วนราชการก็ต้องศึกษาตลอดเวลา

 ในการประชุมด้านความมั่นคงครั้งแรกที่มารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีการสรุปถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดในช่วงที่ผ่านมา ได้เห็นภาพการทำลายต่างๆ ก็อยากจะพูดว่าเสียใจ จึงอยากให้ทุกหน่วยมีความตื่นตัวและได้กำชับต่อหน่วยปฏิบัติลงไปให้ทั่วถึง

ส.ว.ระบุมีการซ่องสุมกำลังติดอาวุธในพื้นที่?

 เราติดตามเรื่องนี้ตลอด ตั้งแต่มีข่าว เรื่องนี้ทาง ผบช.ภาค 5 แข็งขันมาก ท่านขอจะดำเนินในกระบวนวิธีที่ทางฝ่ายตำรวจมีความเชี่ยวชาญ มีความสามารถในเรื่องนี้ ขณะที่ฝ่ายปกครองก็มีประสานการทำงาน ถึงผลการปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด

มีการตั้งข้อสังเกต "ตำรวจ-ทหาร-ฝ่ายปกครอง" ในเชียงใหม่สีเดียวกัน?
 
 อย่าเรียกผมอย่างนี้เด็ดขาด ไม่เคยมีใครเรียกผมอย่างนี้ มันไม่ใช่ ผมเป็นข้าราชการธรรมดาคนหนึ่งที่ได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่ วันหนึ่งเมื่อหมดภาระหน้าที่ ผมก็จะภาคภูมิใจว่าครั้งหนึ่งได้เคยมาทำหน้าที่อย่างครบถ้วนแล้วที่ จ.เชียงใหม่

จะขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจให้กลับมาสู่คึกคักเหมือนเดิม?

 จะทำทุกอย่างเพื่อรับทราบความหนักอกหนักใจของภาคเอกชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นสภาอุตสาหกรรม หอการค้า พื่อช่วยหยิบยื่นไมตรีจิต อะไรที่พวกท่านไม่สบายใจ มองว่าราชการชักช้า เป็นระบบที่เรียกว่า ก้นแฉะ จะพยายามแก้ไข แต่หากไปเกี่ยวโยงกับข้อกฎหมาย คงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจว่ายาก

 ในเร็วๆ นี้ จะเรียกประชุมองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เพื่อหารือพูดคุย รับมือกับค่าเงินบาทที่แข็ง ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกหายไปจำนวนมาก เมื่อเทียบกับชาวเอเชียที่ยังเข้ามาต่อเนื่อง อีกทั้งจะได้ประสานผู้แทนสถานทูต สถานกงสุลให้นึกถึง จ.เชียงใหม่ ในยามนี้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง

อยากฝากข้อความอะไรถึง "ทุกสี"?

 อยากให้ทุกฝ่ายอภัยซึ่งกันและกัน เราคนไทยด้วยกัน หากเราไม่รักคนไทยด้วยกันแล้วเราจะไปรักใครที่ไหน เรื่องนี้สำคัญมาก โดยเฉพาะเพื่อนบ้านเรากำลังเฝ้าดูเราอยู่ เราคนไทยด้วยกัน

เอกพงศ์ ประดิษฐพงษ์
สุพีร์ สังหรานนท์