
"เวลา"มีวันหมดอย่าใช้อย่างฟุ่มเฟือย
ใครที่คิดว่าอยากมีเวลาสักวันละ 48 ชั่วโมงโปรดเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะแนวคิดเช่นนั้นนอกจากจะทำให้คุณทำงานมากเกินไปแล้วนั้น ยังทำให้คุณเป็นคนที่ใช้เวลาฟุ่มเฟือยเกินไปและสักวันหนึ่งเมื่อ "เวลา" หมดไป คุณจะรู้สึกเสียดาย "เวลา" ขึ้นมาทันที
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเวลาที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่การเกิด "บิ๊กแบง" หรือการระเบิดของดวงดาวที่เป็นต้นกำเนิดสุริยจักรวาลเมื่อประมาณ 1.3 หมื่นล้านปีก่อน และสุริยจักรวาลกำลังขยายตัวแบบ "อนันตกาล" หรือไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ขอบเขตของจักรวาลกว้างขวางออกไปอีก
แต่นายราฟาเอล บูสโซ นักฟิสิกส์แห่งศูนย์ทฤษฎีฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ และทีมงานได้เสนอแนวคิดที่ขัดแย้งกับทฤษฎีเวลาที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยระบุว่าการขยายตัวของจักรวาลนั้นมีวันสิ้นสุดเพราะตามหลักฟิสิกส์ที่มนุษย์เราใช้กันอยู่นั้นไม่สามารถนำมาใช้คำนวณการขยายตัวแบบอนันตกาลของจักรวาลได้
นั่นหมายถึงว่าเมื่อเวลาตามทฤษฎีนั้นเริ่มต้นเมื่อเกิดการระเบิดบิ๊กแบงจึงต้องมีจุดสิ้นสุดของเวลา
เขาเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ 50% ที่ "เวลา" จะสิ้นสุดลงในอีก 3,700 ล้านปี นั่นหมายถึงการสิ้นสุดวงจรแห่งการเกิดของดวงดาวในสุริยจักรวาล ซึ่งหมายรวมไปถึงดวงอาทิตย์ที่เป็นแหล่งพลังงานแห่งการกำเนิดสิ่งมีชีวิตและโลก ที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน
แต่ด้วยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ของมนุษย์โลกในปัจจุบันยังไม่สามารถหยั่งรู้ได้ว่าเมื่อถึงจุดสิ้นสุดของเวลาจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์หลายรายเชื่อว่ามนุษย์โลกคงจะไม่ได้อยู่บนโลกจนถึงจุดดับแห่งเวลาในอีก 3,700 ล้านปี เพราะมนุษย์จะละทิ้งดาวบ้านเกิดไปยังแหล่งอาศัยในดาวดวงอื่นแล้ว
เชื่อหรือไม่ ก็คิดไปในทางที่ดีว่า เราไม่ควรใช้เวลาฟุ่มเฟือยกันดีกว่า



