
มาร์ค-ผบ.ทบ.และคณะเยือนพม่าจันทร์นี้
นายกรัฐมนตรีประชุมเตรียมการด้านสารัตถะ ควบผบ.ทบ.และคณะเยือนพม่าวันจันทร์นี้ กองทัพพม่าเปิดอบรมหลักสูตรทหารให้หน่วยอาสาสมัครในรัฐฉาน อ้างดูแลความสงบเลือกตั้ง ขณะที่หลายฝ่ายเชื่อเป็นแผนปราบกลุ่มติดอาวุธ
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 ตุลาคมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเตรียมการด้านสารัตถะก่อนการเดินทางไปเยือนสหภาพพม่าในวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม นี้ ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 15.30 น. นายกรัฐมนตรี บันทึกเทปโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจในโอกาสเดินทางเยือนสหภาพพม่า ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับภารกิจเยือนสหภาพพม่าอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีมีดังนี้ นายกฯและคณะ ประกอบด้วยบุคคลระดับสูงของรัฐบาล อาทิ นายกษิต ภิรมย์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) โดยการเยือนสหภาพพม่าครั้งนี้ เป็นการเยือนประเทศในอาเซียน ตามธรรมเนียมปฏิบัติเมื่อรับตำแหน่งใหม่ของนายกรัฐมนตรี
และจะใช้โอกาสนี้กระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทย-พม่า ในกรอบความร่วมมือทวิภาคีที่สำคัญ อาทิ การสร้างความเชื่อมโยง ( Connectivity) ความร่วมมือด้านแรงงาน และ การค้าขายระหว่างชายแดน รวมทั้ง ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาชายแดนในประเด็นต่างๆ โดยการเยือนครั้งนี้ นับเป็นการเยือนสหภาพพม่าระดับผู้นำ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของพม่าที่จะจัดให้มีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่จะได้แสดงแรงสนับสนุนของไทยที่มีต่อพม่าในการจัดการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการดังนี้ ในช่วงเช้า เวลา 07.55 น. นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร (กองบิน ๖) โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ( C- 130) เที่ยวบินพิเศษที่ RTAF 111 ไปยัง นครเนปิดอว์ สหภาพพม่า และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนครเนปิดอว์ เวลา 09.30 น. โดยมีคณะทางการฝ่ายพม่าและฝ่ายไทยรอให้การต้อนรับ จากนั้น เวลา 09.50 น. นายกรัฐมนตรี จะเดินทางออกจากท่าอากาศยานเนปิดอว์ไปยังเรือนรับรอง Zeyarthiri Beikman เพื่อเข้าร่วมในพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ โดย พลเอกเต็ง เส่ง นายกรัฐมนตรีพม่ารอให้การต้อนรับ ซึ่งจะมีพิธีการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และ การแนะนำคณะทางการระหว่างสองฝ่าย
หลังเสร็จพิธีดังกล่าว เวลา 11.10 น. จะมีการหารือทวิภาคระหว่าง นายกรัฐมนตรี กับ พลเอกเต็ง เส่ง ณ ห้องหารือทวิภาคี เรือนรับรอง Zeyarthiri Beikman จากนั้น เวลา 12.15 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย ประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ ( State Peace and Development of the Union of Myanmar – SPDC) ณ ห้องรับรองใหญ่ เรือนรับรอง Zeyarthiri Beikman และ จะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารกลางวัน โดยมี พลเอก เต็ง เส่ง เป็นเจ้าภาพ ณ ห้องจัดเลี้ยง เรือนรับรอง Zeyarthiri Beikman โดยจะมีการบรรเลงเพลงชาติไทยและเพลงชาติพม่า และการดื่มอวยพรของนายกรัฐมนตรีแก่นายกรัฐมนตรีไทย ทั้งนี้ จะมีการแสดงทางวัฒนธรรมระหว่างการรับประทานอาหาร และในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีจะมอบเงินรางวัล และ ถ่ายรูปร่วมกับนักแสดง
ช่วงบ่าย เวลา 14.35 น. นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปถึงที่สักการะเจดีย์อุปปตะสันติ โดยจะมีการลงนามในสมุดเยี่ยม และ มอบเงินบริจาคให้แก่คณะกรรมการของเจดีย์ จากนั้น จะเดินทางไปเยี่ยมชมสวนช้างเผือก เวลา 15.05 น. ซึ่งอยู่ภายในบริเวณเจดีย์ฯ และจะเดินทางโดยรถยนต์เพื่อแวะเยี่ยมชมต้นศรีมหาโพธิ์ในบริเวณสวนช้างเผือก ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกไว้
จากนั้น เวลา 15.35 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากเจดีย์อุปปตะสันติ ไปยังท่าอากาศยานนครเนปิดอว์ เพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงย่างกุ้ง โดยจะออกเดินทางเวลา 16.00 น. ด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ( C- 130) เที่ยวบินพิเศษที่ RTAF 111และเดินทางถึงกรุงย่างกุ้งเวลา 16.50 น. (ใช้เวลา 50 นาที)
ช่วงเย็น นายกรัฐมนตรีเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงย่างกุ้งไปยังสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง โดยจะเดินทางถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ เวลา 17.20 น. และมีกำหนดการพบปะและมอบนโยบายแก่ทีมประเทศไทยในสหภาพพม่า เวลา 17.30 น. ทั้งนี้ เอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง จะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี และเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ไปสักการะพระมหาเจดีย์ชเวดากอง เวลา 19.10 น. ก่อนจะออกเดินทางจากพระเจดีย์ชเวดากอง เวลา 19.50 น. และเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงย่างกุ้ง เวลา 20.30 น. โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ( C- 130) เที่ยวบินพิเศษที่ RTAF 111 ถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานทหาร (กองบิน ๖) เวลา 22.45 น.
ทัพพม่าฝึกหน่วยอาสาสมัครปราบกลุ่มติดอาวุธ
ขณะที่เว็บไซต์คนครือไทได้รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวในรัฐฉานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ทหารพม่าได้เปิดอบรมหลักสูตรการทหารให้แก่กองกำลังอาสาสมัครในพื้นที่รัฐฉานภาคเหนือ โดยสถานที่อบรมจัดขึ้นที่ตำบลแสงไค่ ใกล้กับสถานีรถไฟของเมืองล่าเสี้ยว มีทหารกองกำลังอาสาสมัครซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและชาวเขาเข้ารับการฝึกรวม 220 นาย และมีกำหนดการฝึกนาน 1 เดือน
โดยการฝึกอบรมหน่วยอาสาสมัครของทหารพม่าครั้งนี้ ดำเนินไปตามแผนยุทธศาสตร์ที่ 8 เป็นแผนการยุทธศาสตร์สงครามอาสาสมัคร ของกองทัพภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีบก.อยู่ที่เมืองล่าเสี้ยว ซึ่งแผนยุทธศาสตร์นี้เรียกเป็นภาษาพม่าว่า "ปิตูจี้ต มะห่าปิ่วห่า จี่หม่านแชต" ใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1997 – 1998 โดยทหารพม่าได้อ้างเหตุผลของการฝึกครั้งนี้ว่า เพื่อใช้เป็นหน่วยรักษาความสงบการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พ.ย. นี้
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายกลับเชื่อว่า แผนการฝึกอบรมหน่วยทหารอาสาสมัครของทหารพม่า อาจไม่ได้มีเป้าประสงค์เพียงเพื่อดูแลรักษาความสงบในการเลือกตั้ง แต่อาจใช้เป็นเครื่องมือร่วมปราบกองกำลังหยุดยิง ที่ปฏิเสธข้อเสนอจัดตั้งเป็นหน่วยพิทักษ์ชายแดน BGF (Border Guard Force ) โดยคาดว่าปฏิบัติการต่อกลุ่มหยุดยิงน่าจะมีขึ้นภายหลังการเลือกตั้งแล้วเสร็จ
ทั้งนี้ ตามแผนกองทัพพม่ามีกำหนดจัดตั้งกองกำลังอาสาสมัครในพื้นที่ล่อแหลมครบทุกตำบล ที่ผ่านมาได้มีคำสั่งเกณฑ์กำลังพลเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทหารพม่าได้มีคำสั่งให้กองกำลังอาสาสมัครเมืองต้างยาน รัฐฉานภาคเหนือ เกณฑ์กำลังพลเพิ่มพร้อมกับได้มีการมอบอาวุธปืนให้ โดยคำสั่งเกณฑ์กำลังพลเริ่มมีขึ้นหลังกลุ่มหยุดยิงในรัฐฉานปฏิเสธจัดตั้ง เป็นหน่วยพิทักษ์ชายแดน BGF
นอกจากนี้ เมื่อกลางปี 2552 ทหารพม่าจากกองพันทหารราบเบาที่ 360 กับกองพันทหารราบที่ 43 ประจำเมืองเป็ง (ภาคตะวันออกรัฐฉาน) ได้ร่วมกับกองกำลังอาสาสมัครลาหู่ ตระเวนเกณฑ์เด็กชายอายุระหว่าง 12 – 15 ปี เข้าเป็นทหาร มีการสั่งบังคับให้แต่ละหมู่บ้านส่งเยาวชนชายให้อย่างน้อย 5 คน โดยอ้างว่าจะส่งเข้ารับการฝึกเป็นนักเรียนตำรวจ ส่งผลให้เด็กเยาวชนชายจำนวนมากพากันหลบหนีออกพื้นที่ ขณะที่บางคนได้ไปบวชเป็นสามเณรอยู่ตามวัดเพื่อหนีการถูกเกณฑ์



