ข่าว

หรือ...เมืองไทย ไม่ ใหญ่อุดม?

หรือ...เมืองไทย ไม่ ใหญ่อุดม?

31 มี.ค. 2552

ตอนเด็ก เคยท่องกลอนบทหนึ่งขึ้นต้นว่า “เมืองไทยใหญ่อุดม” จนจบ แต่ตอนนี้ท่องได้แค่ “ดินดีสมเป็นนาสวน เพื่อนรักเราชักชวน...” แล้วจำบาทต่อไปไม่ได้ จึงพิมพ์คำว่า เมืองไทยใหญ่อุดม แล้วกดที่ Enter จึงได้บาทต่อไปว่า “ร่วมช่วยกันมุ่งหมั่นทำ” (หมั่น นะครับ ไม่ใช่

ที่ค้นคำกลอนบทนี้ (กราบขออภัยท่านผู้ประพันธ์ที่จำชื่อท่านไม่ได้) มาเป็นต้นเรื่อง เพราะเห็นข่าวที่ผ่านตาในช่วงนี้แล้วอดวิตกไม่ได้ว่า ต่อไปคำว่า “อู่ข้าว-อู่น้ำ” คงจะหายไปจากเมืองไทย อย่างคำว่า “เวนิสตะวันออก” หลุดจากกรุงเทพฯ ไปโผล่ที่มาเก๊า (เขาขุดคลองให้นักท่องเที่ยวนั่งเรือเล่น) เสียแล้วกระมัง

 ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เคยมีพื้นที่สำหรับการเกษตรทั้งสิ้น 130 ล้านไร่ ผมใช้คำว่า “เคย” เพราะไม่แน่ใจว่า ขณะนี้พื้นที่การเกษตรเหลือเท่าไหร่ บางอาทิตย์ เคยตั้งใจขับรถพาลูกเมียไปดูทุ่งรวงทอง ที่เคยเหลืองอร่ามราวพรมผืนใหญ่ในแถบที่ราบลุ่มภาคกลาง แต่ไม่ค่อยมีให้เห็นแล้วครับ หากจะมีก็เหลือเป็นผืนเล็กผืนน้อยสลับด้วยหมู่บ้านจัดสรรบ้าง โรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กขนาดใหญ่บ้าง ไม่เพียงเท่านั้น ริมแปลงนาใกล้ถนนบางสายที่สมัยก่อนมีป้ายเชิญชวนชาวบ้านไปฝังลูกนิมิต หรือไปงานบุญตามวัดต่างๆ ก็กลายเป็นป้ายบอก “ขายที่นาแปลงนี้ ด่วน” ปักเป็นระยะๆ

 เห็นแล้วสะท้อนใจครับ ในอดีตเราเคยส่งข้าวออกขายเป็นอันดับหนึ่ง ตอนนี้เวียดนามกำลังจะแซง พม่า ลาว และเขมร เริ่มตั้งหลักได้ ต่างก็ขอให้ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปสอนเกษตรกรของเขา พัฒนาการทำนาให้มีบริโภคและเหลือขาย สมาคมทำสวนในสหรัฐก็สอนชาวอเมริกันให้ปลูกผักกินเอง ด้วยการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงไปปรับใช้ ประหยัดเงินกันบ้านละหลายอัฐ

 แต่พี่ไทยเราพิลึกจริงๆ เดือนที่แล้วมีข่าวว่านักธุรกิจไทยทำสัญญาซื้อผักปลอดสารพิษจากลาว ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พานักธุรกิจไทยไปเจรจากับรัฐมนตรีการค้ากัมพูชา เพื่อทำสัญญาร่วมทุนเปิดโรงงานสุรา และทำสัญญาพัฒนาที่ดินเพื่อทำนา และจัดทำระบบส่งน้ำ

 กำลังเกิดอะไรขึ้นกับเมืองไทยหรือครับ ? นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเคยพูดที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ไม่ใช่หรือครับ ว่า จะทำให้ไทยจะเป็นประเทศที่ผลิตอาหารป้อนโลก ท่านทราบไหมว่าตอนนี้เราเหลือที่สำหรับทำนาทำไร่ทำสวนกี่มากน้อย ผมคิดว่าท่านต้องใส่ใจในเรื่องนี้แล้วละครับ ผมไม่เคยเห็นด้วยกับการที่ท่านเทเงินล้างหนี้ให้เกษตรกร เพราะนั่นเป็นการแก้ปัญหาแบบการเมืองคือหาเสียง 

 กลับจากการประชุมผู้นำประเทศ จี 20 ท่านควรจะตั้งหลักใหม่ มองเมืองไทยด้วยสายตาคนไทย ชะลอโครงการเมกะโปรเจกท์ไว้ก่อน เอาเงินที่กู้เขามาเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน พลิกฟื้นแผ่นดินไทยให้เป็นแผ่นดินทอง ทุ่มเทสรรพกำลังทั้งสมองและเงินตราให้แก่การเกษตรอย่างเต็มรูปแบบ แก้ปัญหาแหล่งน้ำที่เดี๋ยวท่วม-เดี๋ยวแล้ง แก้ดินเสียให้สมบูรณ์ สนองคนที่ว่างงานให้มีความรู้ทางการเกษตรอย่างจริงจัง ชุบชีวิตใหม่ให้เกษตรกรดังเดิม แล้วหันมาขุดน้ำมันบนดินที่เรามีอยู่อย่างมหาศาล เลิกขี้ตามช้าง เลิกบ้าตามฝรั่ง สัก 5 ปี 10 ปีดีไหมครับ

 หากไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ก็ไม่ควรอายที่จะเชิญผู้ขุดน้ำมันบนดินจนรวยล้นอย่าง เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพี มาเป็นประธานที่ปรึกษา...แล้วก็ไม่ควรช้านะครับ วันก่อนเห็นภาพประธานาธิบดีอาร์โรโยแห่งฟิลิปปินส์ ทำตาหวานใส่ท่านเจ้าสัวธนินท์แล้ว เกรงว่าท่านเจ้าสัวจะใจอ่อนไปกับอาร์โรโยนะซิครับ

 (กราบขอบคุณ อาจารย์กมลศิปล์ มีตุวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนใหญ่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ที่พิมพ์คำกลอน เมืองไทยใหญ่อุดม ทำให้ผมต่อกลอนจนได้ใจความครับ - เว็บไซต์ของท่านมีประโยชน์มากจริงๆ ไม่เสียแรงที่ทุ่มสร้างขึ้นมาหรอกครับ ขอชื่นชม)

 

ภาณุมาศ ทักษณา