ข่าว

ภาณุพงศ์เผยDNAสมัยตรงบึ้มสันติราษฎร์

ภาณุพงศ์เผยDNAสมัยตรงบึ้มสันติราษฎร์

08 ต.ค. 2553

ศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับ 2 ผู้ต้องสงสัยร่วม"สมัย"บึ้มแมนชั่นบางบัวทองแล้ว ตร.หิ้วสาวสอบเครียด ผู้การจังหวัดนนทบุรีสั่งเข้มอาคารพื้นที่จุดเสี่ยง นายกฯระบุกลุ่มเคลื่อนไหวก่อเหตุบึ้มไม่ได้มีกลุ่มเดียว เล็งชะลอจ่ายเงินชดเชย 4 แสนให้ครอบครัว “สมัย” ผู้การ

วันที่ 8 ตุลาคม เมื่อเวลา 14.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รรท.รอง ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รรท.รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น รรท.ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิดที่อาคารสมานเมตตาแมนชั่น โดยมี พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ธัชชัย หงษ์ทอง ผบก.สส.บช.ภ.1 และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม โดยใช้เวลาในการประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง
      
พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งผู้ชำนาญยืนยันว่า จากการตรวจสอบดีเอ็นเอของนายสมัยไปตรงกับดีเอ็นเอของคนร้ายที่นำระเบิดไปวางไว้ที่บริเวณหน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ ท้องที่ สน.พญาไท และหากดูจากสถานที่เกิดเหตุที่สมานเมตตาแมนชั่น และสภาพศพ เชื่อว่า นายสมัย คือ ผู้ประกอบวัตถุระเบิดในครั้งนี้

ศาลออกหมายจับ2ผู้ต้องสงสัยร่วม"สมัย"บึ้มแมนชั่น

ศาลจังหวัดนนทบุรีได้ออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดสมานเมตตาเมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จำนวน 2 ราย ตามหมายจับที่ ฉฉ 616/2553 วันที่ 7 ตุลาคม 2553 น.ส.อัมพร ใจก้อน อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/1 ม.5 ต.หนองคาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัยตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ส.2548มาตรา 11(1) และหมายจับที่ฉฉ 617/2553 นายกษิ ดิฐธนรัชต์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 ม.6 ถ.รักษ์ชนะอุทิศ ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องสงสัยตามพระราชกำหนดการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ส.2548 มาตรา 11(1)

ผู้การจังหวัดนนทบุรีสั่งเข้มอาคารพื้นที่จุดเสี่ยง
 
 เมื่อเวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และอาสาสมัครกู้ภัยนนทบุรี ได้เร่งทำการตรวจค้นหาวัตถุพยานหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ในซากอาคารสมานเมตตาแมนชั่น อย่างละเอียดอีกครั้ง โดยการค้นหาในครั้งนี้ พบเพียงเศษชิ้นเนื้อของมนุษย์ที่เหลืออยู่ในที่เกิดเหตุ

 ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี , พ.ต.อ.โสภน พึ่งไชย ผกก.สภ.บางบัวทอง ได้เดินทางมาตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ และผู้พักอาศัยอยู่ในอพาทเมนท์ดังกล่าวไปแล้วกว่า 40 ปาก เพื่อเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและหาข้อมูลเกี่ยวกับชายในภาพวงจรปิด พร้อมทั้งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่างของจังหวัดนนทบุรี ออกตรวจตราตามห้องเช่า อพาทเมนต์ และหอพักต่างๆ  เพื่อทำการตรวจสอบการเข้าพักของบุคคลต่างๆ อย่างละเอียด 

 ในส่วนนี้ก็จะมีการทำประวัติผู้เช่าที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยเอาไว้ด้วย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้แต่ละโรงพักเข้าไปดำเนินการแล้ว นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้มีการตั้งด่านตรวจค้นยานพาหนะในพื้นที่อย่างละเอียดอีกด้วย เพื่อสกัดกั้นการนำอาวุธ หรือสิ่งผิดกฏหมายเข้ามาในพื้นที่ 

 แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่ง กล่าวว่า ชายที่เห็นในภาพวงจรปิดดังกล่าวชื่อนายกษิต ดิฐธนะรัตน์ อายุ 48 ปี เป็นผู้ขับรถวีโก้สีบร์อนทะเบียน จ.นราธิวาส เพื่อมาหานายสมัย เจ้าของห้องที่เกิดระเบิด พร้อมทั้งหญิงสาวแต่งกายชุดมุสลิมเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุระเบิด ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายจับทั้งสองคนไปแล้ว

ตร.หิ้วสาวพัวพันบึ้มแมนชั่นสอบเครียด

 แหล่งข่าวจากหน่วยข่าวกรองรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ในวันนี้ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัย ที่อาจมีส่วนพัวพันกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น โดยสถานที่แรกเป็นบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นราธิวาส และแห่งที่สองเป็นบ้านพักที่ เขตมีนบุรี กทม. ซึ่งผลจากการตรวจค้นทั้งสองแห่งทางตำรวจ ได้หลักฐานพอสมควร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

 อย่างไรก็ตาม นอกจากการบุกเข้าตรวจค้นทั้ง 2 จุดแล้ว ตำรวจยังได้เข้าทำการควบคุมตัวหญิงสาวรายหนึ่ง ที่มีใบหน้าและลักษณะคล้ายกับผู้ต้องหาที่อยู่ในภาพตามหมายจับอีกด้วย โดยหลังการควบคุมตัว จึงได้นำตัวไปสอบสวน เพื่อขยายผลเพิ่มเติม ซึ่งในส่วนนี้ทราบว่า หลังเกิดเหตุระเบิด หญิงสาวรายนี้ได้นำรถต้องสงสัย ทะเบียน จ.นราธิวาส ไปขายให้กับเต้นท์รถแห่งหนึ่งใน กทม. พร้อมกับนำเงินที่ได้เตรียมการที่จะหลบหนี แต่สุดท้ายก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเอาไว้ได้เสียก่อน

มาร์คชี้เคลื่อนไหวบึ้มไม่มีกลุ่มเดียว

เมื่อเวลา 14.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ระเบิดว่า ได้รับรายงานหลายส่วน โดยเฉพาะที่เหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งส่วนใหญ่คล้ายกับที่เป็นข่าวไปแล้ว แต่ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของกลุ่มที่เคลื่อนไหวก่อนหน้านี้และปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่

 ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ระบุว่ากำลังจับตาคน 64 คนที่แฝงตัวอยู่ในกรุงเทพฯนั้น นายกรัฐมนตรีได้รายงานมาบ้างหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้ละเอียดว่ากี่คน แต่มีการพูดถึงการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มต่าง ๆ

 เมื่อถามว่าหลังพบคลังแสงตามจุดต่าง ๆ จะทำให้การก่อเหตุลดลงหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงต้องทำงานหนักขึ้น “เพราะถ้าดูจากการเคลื่อนไหว คงไม่ได้มีกลุ่มเดียว” สำหรับวิธีแก้ปัญหานั้น ส่วนหนึ่งอาจต้องเร่งกฎหมายว่าจะมีผลแค่ไหน กับการเข้มงวดกวดขันให้มากขึ้น ส่วนการพบปืนและจรวดอาร์พีจีใกล้กับอดีตที่ทำการพรรคการเมืองแห่งหนึ่ง ตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ดูว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ก่อนที่จะสรุปอะไร

 ต่อข้อถามกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าจะพาส.ส.พรรคเพื่อไทย 20 คน เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงแนวทางการปรองดอง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่ายังอยากจะพบกันอยู่หรือไม่ แต่ถ้าได้พบกันก็ดี

 สำหรับเสียงวิจารณ์ต่อมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุระเบิด ซึ่งรวมถึงการมอบเงินช่วยเหลือ ให้กับครอบครัวของนายสมัย วงศ์สุวรรณ์ ผู้ก่อเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น จำนวน 4 แสนบาท นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็มีการวิจารณ์มาตลอด แต่การช่วยเหลือต้องเป็นไปตามระเบียบ

 เมื่อถามต่อว่าแต่ถ้าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ทำระเบิดเอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนจะกลับไปตรวจสอบอีกครั้ง เพราะตอนที่ทำระเบียบเพื่อให้การช่วยเหลือนั้น ก็ไม่ได้คิดกันถึงเรื่องนี้ ซึ่งอาจจะต้องพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้อง เพราะเวลาเกิดเหตุแล้วมีความสูญเสีย ก็ต้องเยียวยา ส่วนใครจะเกี่ยวข้องอย่างไรนั้น ต้องไปพิสูจน์กันตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญก็เขียนชัดว่าตราบใดที่ยังไม่ตัดสิน ก็ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

 เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะชะลอการจ่ายเงินดังกล่าวออกไปก่อน นายอภิสิทธิ์ นี่ก็เป็นอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าต้องแก้ไข ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเป็นเพียงระเบียบ ไม่ใช่กฎหมาย