
อุตฯยานยนต์ก.พ.ติดลบ50%ชิ้นส่วนฯผวาปลดคนอีกรอบ
ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ก.พ.ติดลบ 23% ชี้อุตฯ ยานยนต์ยังตกที่นั่งลำบาก ติดลบหนักกว่า 50% หลังยอดส่งออกทรุด ขายในประเทศชะลอตัว ห่วงเอสเอ็มอีชิ้นส่วนยานยนต์ต้องปลดคนอีกระลอก
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) และรองโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ยังคงติดลบ 23.07% แม้ว่าจะมีสัญญาณดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม ที่ติดลบ 25.6% แต่อุตสาหกรรมหลักยังคงหดตัวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ ลดลงเหลือเพียง 50.0% ต่ำกว่าเดือนมกราคม ซึ่งอยู่ในระดับ 51.7%
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์สถานการณ์ยังย่ำแย่หนัก โดยการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ติดลบมากถึง 50.64% มากกว่าเดือนมกราคม ที่ติดลบเพียง 35.59% มีสาเหตุสำคัญมาจากยอดส่งออกลดลงต่อเนื่อง และยอดขายในประเทศชะลอตัว เนื่องจากผู้ซื้อรอดูความชัดเจนการพิจารณาข้อเรียกร้องในการขอลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ส่วนดัชนีการจำหน่ายรถยนต์ติดลบ 45.6% ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมรถยนต์ลดลงเหลือเพียง 41.75%
"ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ลดลงมาก ส่งผลกระทบรุนแรงต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนฯ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี จึงมีความเป็นไปได้สูงในการลดและปลดพนักงานอีกระลอกหนึ่ง" นายอาทิตย์ระบุ
ส่วนอุตสาหกรรมที่มีทิศทางดีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ เช่น ฮาร์ดดิสก์ ไดรฟ์ ติดลบ 19.65% จากเดือนมกราคมติดลบ 31.03% ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ติดลบ 40.65% ดีกว่าเดือนมกราคมที่ติดลบ 58.02% ซึ่งแม้แนวโน้มจะดูดีขึ้น แต่ยังไม่น่าไว้วางใจนัก ต้องรอดูแนวโน้มคำสั่งซื้อในเดือนมีนาคมและเมษายน จึงจะชัดเจนว่าถึงจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง
นายอาทิตย์กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการที่ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมตกต่ำติดลบต่อเนื่องมาถึง 5 เดือน และคาดว่าสถานการณ์ยังคงจะเปราะบางไปถึงสิ้นไตรมาส 3 ปีนี้ โดยในช่วงที่ผ่านมา ภาคอุตสาหกรรมพยายามประคับประคองธุรกิจไว้ ดังนั้น รัฐจึงน่าจะเร่งรัดอนุมัติงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นทาง คือ รักษาสภาพการจ้างงานไว้ที่โรงงาน โดยสนับสนุนการฝึกอบรมเพิ่มทักษะในระดับที่สูงขึ้นให้แก่พนักงานกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย



