
ประยุทธ์ฝากคนไทยช่วยกันขจัดคนชั่ว
ประยุทธ์ ฝากคนไทยช่วยขจัดคนชั่วออกจากสังคม ประณามคนหมิ่นสถาบันไม่ใช่คนไทย ชี้คนไทยต้องเคารพกม.วอน ร่วมมือจับตาป้องเหตุบึ้ม แจงจนท.ต้องตรวจเข้มเพื่อความปลอดภัย เผยระวังอยู่ 64 ชุดดำแฝงกทม.จ้องป่วน เชื่ออาจฝึกอาวุธเป็นระบบ มั่นใจบึ้มบางบัวทองไม่โยงโจรใต้
(8ต.ค.) ที่กองการบินกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการตรวจพบอาวุธ และระเบิดที่ห้องเช่า ย่านสะพานเหลือง ข้างพรรคเพื่อไทยว่า ทราบว่า เป็นห้องพัก เป็นแมนชั่นที่มีผู้เช่ามานานแล้ว และย้ายออกไปตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งคงต้องสืบกันต่อไป แต่ในขั้นต้น กองทัพได้ส่งหน่วยอีโอดีไปตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นอาวุธที่ไม่ได้ใช้ในประเทศเราและไม่ได้ใช้ในกองทัพบก เมื่อถามว่า จะทำให้ประชาชนตื่นตระหนกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามกลับว่า ก็อย่าให้ประชาชนตื่นตระหนกแล้วกัน เป็นเรื่องธรรมดาเนื่องจากพื้นที่กรุงเทพค่อนข้างกว้างใหญ่ ตรอกซอกซอยมาก เจ้าหน้าที่พยายามทำเต็มที่แล้ว จึงอยากเรียนว่า ถ้าทุกคนต้องการความปลอดภัยต้องเสียสละความสะดวกสบายบ้าง ถ้าทุกคนต้องการทุกอย่าง อยากสบายก็สบาย กฎหมายก็ละเลยกันบ้างก็ได้ไม่เป็นไรคนไทยด้วยกัน แต่ต้องปลอดภัย พอมีปัญหาขึ้นมาก็หาว่า เจ้าหน้าที่บกพร่อง ดังนั้นทุกคนต้องร่วมมือกัน อยากขอร้องว่า ต้องอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่บ้างทั้งในการตรวจรถ ตรวจวัตถุต่างๆ ซึ่งอาจทำให้รถติด อากาศร้อน ทุกคนไม่มีความสุข แต่ต่อจากนี้ทางศอฉ.จะปรับนโยบายตรวจรถให้มากขึ้น ในบางจุดตรวจ จุดสกัด ขอร้องให้ประชาชนเข้าใจ หากทุกคนต้องการความสงบสุขเรียบร้อย ทุกคนต้องช่วยกันเคารพกฎหมาย และต้องเข้าใจในมาตรการที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการ
เมื่อถามถึงเหตุระเบิดอาคารสมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เชื่อมโยงกับการก่อเหตุร้ายในภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินหรือมีพยานที่แน่ชัดจึงยังบอกไม่ได้ว่า มีความเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร เพียงแต่เท่าที่ติดตามดู และเจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานมาในขั้นต้นมา รวมถึงได้รับจากสื่อ ซึ่งเมื่อช่วงเช้าตนพบว่า มีรูปผู้หญิง มีรถป้ายทะเบียน ซึ่งความจริงผู้หญิงดังกล่าวไม่ใช่ชาวไทยมุสลิม เพียงแต่เป็นคนชอบแต่งตัว ดังนั้นถือว่า ขณะนี้ยังไม่มีความเชื่อมโยงอะไร ต้องรอผลจากตำรวจมาชี้แจง
เมื่อถามว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง จะกระทบต่อการทำงานของหน่วยงานความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีผล อย่ามองว่า การทำงานทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ทุกอย่างขึ้นอยู่กับระบบ ระเบียบกฎหมาย เราไม่สามารถทำอะไรนอกกฎหมาย ไม่ใช่ว่า มีคนมาเป็นแล้วจะทำได้มากว่านี้คงไม่ใช่ เพราะศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)ไม่ได้ทำงานด้วยคนเพียงคนเดียว แต่ทำงานเป็นคณะ และหน่วยงานทุกกระทรวง ทบวงกรม ก็เข้ามาเกี่ยวข้อง เพียงแต่ใครขึ้นมาเป็นหัวหน้าก็ต้องกำหนดนโยบาย และมาตรการหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้สามารถดำเนินการไปได้ ดังนั้นอย่ากังวล ซึ่งเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ในการประชุม ศอฉ.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมในฐานะรักษาการ ผอ.ศอฉ.เน้นย้ำหลายประการไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ทหาร และการบูรณาการร่วมของภาคประชาสังคมต่างๆต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ากลุ่มนักรบชายชุดดำ 64 คน ได้แฝงตัวเข้ามาเตรียมก่อเหตุใน กทม. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรามีดำเนินการอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งบางอย่างอาจยังพูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องการสอบสวน และอาจมีผลกระทบต่อการสืบสวน อยากชี้แจงให้สังคมทราบว่า การดำเนินการมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และคิดว่า สามารถดำเนินการได้ เมื่อถามว่า กลุ่มนักรบชายชุดดำ 64 คนมีศักยภาพที่จะก่อเหตุมากน้อยแค่ไหน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าจะพูดถึงประสิทธิภาพ หากบอกว่า ไม่เก่งคงไม่ได้เพราะจะไปดูถูกเขา เพราะการดำเนินการอะไรต้องมีการฝึกกันมา ถ้ามีกลุ่มนี้จริงน่าจะมีการฝึกมาเป็นระยะเวลาพอสมควร อยากเรียนว่า การใช้อาวุธหรือฝึกต่างๆไม่ใช่ฝึกง่ายๆหรือใช้เวลาแค่ 5 วันหรือ 10 วันต้องมีหลายอย่างประกอบกันทั้งประสบการณ์ สภาพจิตใจ ความกดดัน มิเช่นนั้นใครก็คงเป็นทหารได้ จะเห็นได้ว่า เวลาฝึกทหารมีการฝึกให้ทหารมีความอดทนอดกลั้นใช้เวลาเป็นทหาร 2 ปี จึงจะสามารถออกไปรบได้ไม่ใช่ฝึกเพียงแค่ 5 วันหรือ 10 วัน อย่างไรก็ตามคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามว่า กลุ่มนักรบชายชุดดำ 64 คนได้มีการเรียนประกอบวัตถุระเบิดหรือการก่อเหตุหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบอยู่ในระหว่างการสืบสวนว่า กลุ่มนี้มีการเรียนหรือฝึกอะไรมาบ้าง แต่คิดว่า คงจะมาจากคนธรรมดาที่สามารถใช้อาวุธเป็นบ้าง แต่ยังไม่ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะตำรวจยังไม่ระบุมาชัดเจน ว่า กลุ่มพวกนี้มีความเกี่ยวข้อง อ ย่างไร ฝึกอย่างไร ตนต้องการพูดให้สังคมเข้าใจว่า อย่าเพิ่งกังวล ต้องเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่ เชื่อมั่นในกฎหมายที่มีอยู่ แบละต้องช่วยกันเคารพกฎหมาย หากทุกคนไม่เคารพกฎหมายจะเห็นว่า มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างโน้นอย่างนี้
“ คนชั่วมันเยอะ ผมว่า คนชั่วมันเยอะอยู่ จะทำอย่างไรคนเหล่านี้ถึงจะหมดไปจากสังคม ถ้าท่านยังดูแลกรุงเทพไม่ได้ ถ้ามีคนเหล่านี้อยู่ในกรุงเทพ เหตุการณ์นี้ต้องเกิดขึ้นตลอดไป ดังนั้นทุกชุมชนทั้ง 1,868 ชุมชนในกรุงเทพต้องช่วยกันดูแล อย่าให้คนเหล่านี้ไปอยู่ในชุมชนของตนเอง ต้องช่วยกันดูแล สิ่งสำคัญคือ ทุกต้องเฝ้าระวัง ประชาชนทุกคน 63 ล้านคนมีหน้าที่เฝ้าระวัง ทุกคนต้องเฝ้าดูว่า ใครเข้ามาแล้วมีท่าทางพิรุธ ผิดปกติ หรือจะทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เมื่อเกิดเหตุแล้ว อย่างน้อยเราจะได้สามารถติดตามได้ แต่ถ้าต่างคนต่างไม่สนใจ ใครจะมาเช่าห้อง ใครจะไม่มีบัตร มีแต่ข้อมูลมีแต่ชื่อ ไม่มีนามสกุล แต่ยังปล่อยให้เช่าไป ตนว่า ไม่ถูก ต้องกวดขัน ผมอยากให้บ้านเมืองดี ทุกคนไม่ใช่ผม เรื่องสถาบันต้องช่วยกันดูแล และที่สำคัญใครที่กระทำการอย่างนั้น ผมถือว่า ไม่ใช่คนไทย คนไทยต้องมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดคุยกับสื่อมวลชนอย่างอารมณ์ดีว่า “ ผมพยายามตอบคำถามทุกคน แต่ขอร้องว่า อย่าถามทุกวันเพราะไม่รู้จะตอบอะไร ” ก่อนที่จะขึ้นเครื่องเพื่อเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป



