ข่าว

พลิกปูม"สมัย"มือบึ้มบางบัวทองอดีตทหารคลังแสง-เลือดแดงเข้ม!

พลิกปูม"สมัย"มือบึ้มบางบัวทองอดีตทหารคลังแสง-เลือดแดงเข้ม!

08 ต.ค. 2553

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ศพแขนขาดที่พบเป็นศพที่ 4 คือ นายสมัย วงศ์สุวรรณ์ อายุ 46 ปี ชายผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็น "มือระเบิด" ที่ห้อง 201 สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

แต่จากประวัติคร่าวๆ ของเขาที่มีอาชีพเป็นรปภ. ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์แบบงูๆ ปลาๆ จากอาชีพรับจ้างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้มีข้อกังขาว่านายสมัยจะมีระดับฝีมือแก่กล้าถึงขนาดตั้งตนเป็นมือระเบิดเชียวหรือ !?

 ทว่า ข้อกังขาดังกล่าวเริ่มกระจ่างขึ้นทีละน้อย เมื่อการข่าวจาก "สันติบาล" พบข้อมูลสำคัญว่า เมื่อ 20 กว่าปีก่อน นายสมัยเคยเป็น "ทหารเกณฑ์" มาก่อน โดยประจำการอยู่นานถึง 2 ปี

 ที่น่าสนใจกว่านั้นมาก คือ นายสมัยเป็นทหารเกณฑ์ที่มีหน้าที่ "เฝ้าคลังแสงอาวุธ" ที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี ที่เพิ่งมีข่าวขโมยกระสุนอาร์พีจีเมื่อไม่นานมานี้

 จากนั้นเมื่อปลดประจำการ นายสมัยก็แสวงหาความท้าทายใหม่ๆ ด้วยการหันเหไปเป็น "ลูกเรือประมง" ในท่าเรือ จ.สมุทรปราการ และจ.ชลบุรี อยู่พักใหญ่ ก่อนจะเดินทางขึ้น จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2543 ไปเป็นรปภ. และได้พบรักกับภรรยาที่นั่น

 การมาอาศัยอยู่ จ.เชียงใหม่ มาเป็นเวลานานทำให้เขาเริ่มซึมซับอุดมการณ์ทางการเมืองผ่านรายการวิทยุชุมชนของคนเสื้อแดงที่นั่น เพราะโดยส่วนตัวเขาชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

 เมื่อคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวอย่างหนักตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา สมัยจึงเดินทางไปร่วมชุมนุมทุกที่ ทั้งที่ จ.เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ เรียกว่า แทบไม่พลาดสักนัด

 นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ในระยะหลังเขาต้อง "ลางาน" บ่อยครั้ง กระทั่งถูกที่ทำงานตำหนิไม่ให้ไปร่วมชุมนุม แต่เขาก็ไม่ยี่หระ โดยตัดสินใจ "ลาออก" จากงานเพื่อทำตาม "อุดมการณ์" ที่เขารัก

 สะท้อนได้ชัดเจนจากคำให้สัมภาษณ์ของ นางบัวคำ เมืองมา ภรรยาของนายสมัย ซึ่งบอกว่า เธอ และสามีชื่นชอบแนวทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดงมานาน และเข้าร่วมการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ด้วย

 แต่ในเหตุการณ์ปะทะที่แยกคอกวัวเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา นายสมัยถูกยิงที่แก้มจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะกลับมารักษาตัวและทำงานตามปกติ

 ต่อมาไม่นาน นายสมัยก็กลับไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์อีกครั้ง แต่ก่อนสลายการชุมนุมเพียง 1 วัน นายสมัยก็เดินทางกลับบ้านอีก แต่อยู่ได้ไม่กี่วันก็เดินทางออกไปอีกโดยไม่บอกว่าไปไหน กระทั่งมีข่าวว่าเป็นมือระเบิดในที่สุด

 "สามีชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดตลอดว่าจะต้องเอาประชาธิปไตยคืนให้ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ในวันข้างหน้าลูกหลานเกิดมาก็จะเป็นหนี้ ตอนนี้ไม่รู้ว่าสามีจะเสียชีวิตไปแล้วหรือยัง แต่หากเสียชีวิตเพราะเกี่ยวข้องกันก็รู้สึกภูมิใจที่มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้"

 บทสัมภาษณ์สั้นๆ ที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกของนางบัวคำสะท้อนถึงอุดมการณ์ของสามีภรรยาคู่นี้ได้เป็นอย่างดี และจากปูมประวัติส่วนตัวของนายสมัยที่เคยเป็นทั้งทหารเกณฑ์เฝ้าคลังอาวุธ ความเชี่ยวชาญทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งความเจ็บแค้นจากเหตุชุมนุม

 ปัจจัยที่พร้อมสรรพ ทั้งความเชี่ยวชาญ อุดมการณ์ และความเจ็บแค้น ล้วนเป็นเงื่อนไขที่แรงพอทั้งสิ้น !!!

 น่าสนใจว่า แล้วคนเสื้อแดงที่มีความเชี่ยวชาญ มีอุดมการณ์ และสะสมความเจ็บแค้นในระดับเดียวกับนายสมัยยังมีอีกเท่าไหร่ เพราะจากตัวอย่างของนายสมัยก็บ่งบอกชัดเจนว่า แรงจูงใจมาจากอุดมการณ์การต่อสู้ และแรงเจ็บแค้นจากเหตุปะทะ หรือการสลายชุมนุม

 เมื่อรู้อยู่แก่ใจว่า คนที่ถูกกระทำเอง หรือมีพ่อแม่ ครอบครัว หรือญาติพี่น้องต้องบาดเจ็บล้มตายจากเหตุการณ์ชุมนุมเป็นจำนวนมาก การข่าวที่ว่าจะมีการเร่งก่อเหตุเพื่อแก้แค้นรัฐบาลตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม จึงไม่เกินเลยจากความเป็นจริงมากนัก

 เอาแค่ตัวเลข "64 นักรบชุดดำ" จากการข่าวของทหารที่ระบุว่ามีความเชี่ยวชาญทั้งการใช้อาวุธ และวัตถุระเบิดก็น่าประหวั่นพรั่นพรึงแล้ว

 โดยขณะนี้นักรบชุดดำได้ทยอยเข้าพื้นที่ 4 จังหวัดศูนย์อำนาจ คราวละ 5-7 คน โดยส่วนใหญ่จะฝังตัวอยู่ในกทม. แต่ไม่พบความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่มใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

 เมื่อเซลล์ของนักรบชุดดำกำลังวิ่งเข้าจู่โจมศูนย์กลางอำนาจอย่างช้าๆ รอวันก่อเหตุเพื่อเขย่าขวัญสั่นบัลลังก์รัฐบาล จึงน่าสนใจว่ารัฐบาลจะหาเนื้อร้ายที่แฝงเร้นเหล่านี้เจอได้แค่ไหน อย่างไร

 หรือต้องรอให้ตูมขึ้นมา ณ จุดใดจุดหนึ่งก่อนถึงจะรู้ว่า ชายชุดดำแอบซ่อนระเบิดไว้ตรงไหนบ้าง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นหนทางสู่ความปรองดองคงถูกชโลมชุ่มด้วยเลือดเสียก่อน


ทีมข่าวความมั่นคง