ข่าว

มาตรฐานการรับมือการก่อการร้าย

มาตรฐานการรับมือการก่อการร้าย

08 ต.ค. 2553

ถึงแม้หน่วยข่าวกรองของไทยจะเตือนหลายครั้งว่าเดือนตุลาคมจะเป็นเดือนแห่งการลองของ ทั้งลองของ ผบ.ตร.และ ผบ.ทบ.คนใหม่ว่าจะมีฝีมือแค่ไหน ไม่นับรวมลองของรัฐบาลที่เพิ่งประกาศขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี แล

 แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงยังไม่ตื่นตัวเท่าที่ควรในมาตรการป้องกันเหตุร้ายล่วงหน้า จนเหมือนกับเดินตามหลังกลุ่มป่วนเมืองอยู่หนึ่งก้าวเสมอ ปล่อยให้เกิดเหตุระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่า ราวกับตอกย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้เห็นความปลอดภัยของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ไม่ยิ่งหย่อนกว่าความปลอดภัยของผู้นำการเมืองหลายคนที่มีข่าวว่าถูกหมายหัวไว้

 ไม่ว่าจะเป็นเพราะกลัวประชาชนจะตื่นตระหนก หรือเป็นเพราะหน่วยงานด้านความมั่นคงหลายหน่วยมีความเห็นไม่ลงรอยเดียวกันเกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าอาจเป็นตัวการป่วนเมือง การที่รัฐไม่ยกระดับความตื่นตัว อีกทั้งไม่เพิ่มมาตรการคุมเข้มทั้งกับการข่าวที่แม่นยำและการไล่ล่าขบวนการป่วนเมือง ก็เหมือนกับการเอาชีวิตของประชาชนมาเป็นตัวประกันไม่มีผิด

 เทียบกับประเทศที่เคยตกเป็นเหยื่อการก่อการร้ายมาก่อนหรือประเทศที่เห็นชีวิตและความปลอด

ภัยของประชาชนสำคัญเหนือสิ่งใด ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐ ยุโรปหรือแม้กระทั่งออสเตรเลียและญี่ปุ่น ต่างไม่เคยนิ่งนอนใจกับการข่าวด้านการก่อการร้าย เพราะยึดมั่นในนโยบายว่ายอมเป็นกระต่ายตื่นตูมดีกว่าปล่อยให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นมาก่อนแล้วจึงค่อยล้อมคอกภายหลังแบบที่ไทยชอบทำกัน

 ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือตลอดช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายประเทศอาทิสหรัฐ อังกฤษ สวีเดน ญี่ปุ่นและออสเตรเลียได้ทยอยเตือนประชาชนให้ระมัดระวังหากจะเดินทางไปยังประเทศยุโรปกว่า 30 ประเทศ เนื่องจากมีความเสี่ยงว่ากลุ่มก่อการร้ายอาจเปิดฉากโจมตีระบบขนส่งสาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม อาทิหอไอเฟลและวิหารนอร์ทเธอดามในฝรั่งเศส และประตูบรันเดนเบิร์กในเยอรมนี พร้อมกันนี้ตำรวจยุโรปก็ร่วมมือกันสอดส่องและจับกุมผู้ต้องสงสัย โดยไม่พะวงว่าอาจจะถูกโจมตีว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ เพราะถือว่าปฏิบัติหน้าที่ในภาวะไม่ปรกติอันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของประชาชนได้

 เราคงไม่ต้องย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลและหน่วยงานด้วยความมั่นคงของไทยควรจะศึกษาวิธีคิด วิธีการและมาตรการรับมือการก่อการร้ายของประเทศที่ประชาธิปไตยพัฒนาถึงขีดสุดแล้ว เพื่อจะได้ตื่นตัวเร่งหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดบทเรียนซ้ำซากที่มีแต่ตอกย้ำเรื่องของมาตรการวัวหายล้อมคอกดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้