
"จักรทิพย์"ยันไม่มีคำย้าย'แม่-ลูกหมา'
ผบช.น. แจงไม่เคยมีคำสั่งย้าย"แม่-ลูกหมา" หากจำกัดพื้นที่อยู่ได้ไร้กังวล ย้ำชัดไม่กลัว"อึ" หลังมีข่าวเด้งแม่สุนัขพร้อมลูกอ่อน 2 ตัวออกจากใต้ถุน บช.น.
(8ต.ค.) เวลา 10.20 น พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น. กล่าวชี้แจงกรณีมีคำสั่งย้ายสุนัขแม่-ลูก 3 ตัวในอาคารกองบัญชา การตำรวจนครบาลเนื่องจากอุจาระเรี่ยราดว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ทราบว่ามาจากไหน แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้สั่งการจริง ๆ และตนเห็นสุนัข 3 แม่ลูกนี่มานาน อย่างไรก็ตาม ต้องขอโทษในเรื่องดังกล่าวที่ไม่ดีด้วย เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนรักสุนัข อีกทั้งสุนัขก็ไม่รู้เรื่องอะไร แต่กลับต้องไปย้ายออกไปก็ดูเหมือนจะไม่ยุติธรรม อีกทั้งใครจะอยากไปพรากลูกพรากแม่ออกจากกัน อย่าว่าแต่สุนัขเลย ขนาดตำรวจตนก็ยังสั่งย้ายไม่ได้
"เรื่องที่ว่าสถานที่ราชการห้ามเลี้ยงสัตว์นั้น ผมก็ทราบและเข้าใจดี แต่สุนัขแม่-ลูก 3 ตัวก็มาอยู่ตั้งแต่ผบช.น.คนเก่าแล้ว ผมมาก็ยังไม่ได้ตรวจสอบอะไร มัววุ่นอยู่แต่เรื่องระเบิด แต่เป็นไปได้ถ้าให้อยู่ในเขตพื้นที่ที่กำหนด หรือมีการจำกัดพื้นที่ คงไม่มีปัญหาอะไร และไม่โดนเด้งแน่นอน ต้องอยู่ที่เดิม ผมไม่ได้รังเกียจ หรือกลัวการเหยียบอุจจาระสุนัข เมื่อก่อนผมก็เคยทำงานเป็นสารวัตรสุนัข ที่ 191 มาก่อน คลุกคลีกันเป็นอย่างดี หากจะกลัวก็กลัวระเบิดดีกว่า" พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าว
ก่อนหน้านั้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า สุนัขแม่-ลูกภายในกองบัญชการตำรวจนครบาล(บช.น.)ต้องเศร้าขนาดไร้ที่พักพิงอาศัย เมื่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มีคำสั่งให้จัดการจับแม่-ลูกสุนัขดังกล่าวให้ออกจาก บช.น. เพราะเกรงว่าเจ้านายจะไปเหยียบขี้หมาที่เจ้าสุนัขถ่ายไว้เรี่ยราดโดยไม่คำนึงถึงความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกที่ควรมีให้กัน เรื่องราวดังกล่าวเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวประจำกองบัญชาการตำรวจนครบาลรับแจ้งจาก พ.ต.ต.เนติ วงษ์กุหลาบ สว.งานประชาสัมพันธ์ บช.น.(ฝอ.5 บก.อก.บช.น.) ว่าได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้จัดการแม่ลูกสุนัขไม่มีเจ้าของจำนวน 3 ตัว ที่อาศัยอยู่ใต้บันไดทางขึ้นอาคาร บช.น.ฝั่งหน้าแผนกประชาสัมพันธ์ออกไปโดยด่วน หลังจากแม่สุนัขออกลูกครอกหนึ่งจำนวน 6 ตัว เมื่อกลางเดือนมิถุนายน ตั้งแต่สมัย พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ดำรงตำแหน่ง ผบช.น. และถูกโยกย้ายไป รรท.ผบช.กมค. โดยมี พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา มา รรท.ผบช.น.แทน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา
พ.ต.ต.เนติได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประชาสัมพันธ์ผู้ใต้บังคับบัญชาไปจับ ทุกคนก็ปฏิเสธ ไม่มีใครกล้าไปจับ เพราะทุกคนต่างรักใคร่เอ็นดูสุนัขแม่ลูก จากนั้น พล.ต.ต.เนติสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์ติดต่อไปยังสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่มาดำเนินการจับสุนัข ทุกคนก็ปฏิเสธ ไม่มีใครดำเนินการให้ อ้างติดงานอื่น ส่วน สว.ปชส.ก็ระบุว่าไม่อยากเป็นคนโทรแจ้งเพราะไม่ต้องการพรากแม่ลูกสุนัขเหล่านี้ หากถูกผู้บังคับบัญชาสอบถามเหตุผล ก็จะแจ้งว่าเกรงถูกแม่สุนัขกัด
เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ตัวแทนสื่อมวลชนประจำ บช.น.ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ และสิ่งพิมพ์ ได้ติดต่อขอเข้าพบ พล.ต.ต.วีระพัฒน์ ตันศรีสกุล ผบก.อก.บช.น. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลสถานที่ภายในกองบัญชาการตำรวจนครบาลทั้งหมด เพื่อสอบถามถึงที่มาของคำสั่งดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยว่ามีผู้บังคับบัญชาคนหนึ่งสั่งการมาอีกทอดหนึ่ง เพราะเห็นว่าลูกสุนัข 2 ตัวที่เหลืออยู่ แอบขึ้นไปถ่าย-ปัสสาวะบริเวณพื้นหินขัดทางขึ้นอาคาร บช.น. ที่ พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ลงจากรถยนต์เพื่อเดินขึ้นสำนักงาน หากแม่บ้านทำความสะอาดไม่ทัน รรท.ผบช.น.จะเดินไปเหยียบได้
"ส่วนตัวผมไม่คิดหรือรู้สึกอะไรกับหมาแม่ลูกเหล่านี้ เพราะเวลาตอนเย็นที่ตนออกวิ่งและตีปิงปองออกกำลังกาย ก็เห็นหมาแม่ลูกเหล่านี้ตั้งแต่ตัวเล็กๆ ดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูดี มันเป็นมิตรเล่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวทุกคนใน บช.น.ดี ไม่เห็นว่าจะมีใครรังเกียจมัน แต่เมื่อมีผู้บังคับบัญชาสั่งก็ต้องปฏิบัติ โดยบอกให้ สว.ปชส.ซึ่งพื้นที่ที่หมาแม่ลูกเหล่านั้นอาศัยอยู่ อยู่ด้านหน้าของแผนกประชาสัมพันธ์ต้องรับผิดชอบดูแลด้วยเป็นผู้ดำเนินการจับมันออกไป" พล.ต.ต.วีระพัฒน์ กล่าว
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เมื่อข่าวคำสั่งย้ายด่วน 3 สุนัขแม่ลูกกระจายออกไปทั่วที่ทำการ บช.น.ต่างเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.อก.บช.น.เนื่องจากความผูกพันเอ็นดูของเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนที่ผลัดเปลี่ยนกันมาทำข่าวที่ บช.น.มักจะนำข้าวปลาอาหาร ขนม ของเล่นมาฝากลูกสุนัขด้วยความรักและเอ็นดูและสงสารกันทุกคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่สุนัขตัวนี้เป็นแม่พันธุ์ไทยใบหูใหญ่ ที่เจ้าของเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอารักขาถวายความปลอดภัย บก.สปพ.เลี้ยงดูไว้ แต่หลังจากเกษียณราชการไปเมื่อปีก่อนก็ไม่ได้เอาสุนัขกลับไปเลี้ยงโดยปล่อยให้วิ่งหากินเร่ร่อนอยู่ใน บช.น.เรื่อยมา กระทั่งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สุนัขดังกล่าวมาอาศัยใต้บันไดอาคาร บช.น.คลอดลูก 6 ตัว โดยแม่สุนัขต้องออกไปหาอาหารกินด้านนอก ก่อนรีบกลับมาให้นมลูกๆ และต้องคอยเห่าไล่ตัวเงินตัวทองที่อาศัยอยู่ใต้ถุนตึก บช.น.เกรงว่าจะมาลากลูกไปกินทั้งวันทั้งคืน ทำให้มีสภาพร่างกายซูบผอมเห็นซี่โครง เจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวที่ บช.น.เห็นจึงหาอาหารมาให้แม่สุนัขจะได้มีน้ำนมเลี้ยงลูกๆ ทั้ง 6 ตัว มีชีวิตรอด พร้อมกับช่วยเก็บกวาดขยะบริเวณสวนหย่อมที่สุนัขเหล่านั้นอาศัยให้สะอาด
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 เดือน ลูกสุนัขก็เริ่มออกมาเดิน วิ่งเล่นด้านนอก ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายนำลูกสุนัขไปเลี้ยงที่บ้านพักคนละตัวสองตัว โดยเลือกเฉพาะตัวผู้ ปัจจุบันคงเหลืออยู่ 2 ตัวสุดท้ายซึ่งเป็นเพศเมีย มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลูกตำรวจ ผู้สื่อข่าวแวะเวียนมาเล่นกับลูกสุนัขอย่างเอ็นดู เป็นขวัญใจของตำรวจและนักข่าว พร้อมกับตั้งชื่อให้แต่ละตัวที่เหลือ โดยแม่สุนัขตั้งชื่อว่า นางมอม ลูกอีก 2 ตัวชื่อ นางแว่น และ เจ้าผักชี ซึ่งยังไม่รู้ว่าชะตากรรมจะเป็นอย่างไร เมื่อถูกคำสั่งผู้บังคับบัญชาในกองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งย้ายด่วนในครั้งนี้



