
อ.อัยการตปท.ระบุร้องศาลขยายคุมตัวบูทต่อได้
"อธิบดีอัยการตปท.ชี้ร้องศาลขยายคุมตัววิคเตอร์ บูทต่อได้ หากส่งตัวไม่ทัน 90 วันตามคำสั่งศาลอุทธรณ์คดีค้าอาวุธ แต่รอดูรายละเอียดหากทนายวิคเตอร์ บูท อุทธรณ์สำนวนที่ 2 ก่อนยื่นขอขยาย ขณะที่ศาลใช้ดุลยพินิจเองขยายกี่วัน ด้านทนายบูท ยัน พร้อมยกข้อกฎหมายสู้ถึ
(7ต.ค.) นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวถึงกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนายวิคเตอร์ อนาโตลเจวิช บูท ( Viktor Bout ) ชาวรัสเซีย อดีตสายลับเคจีบี และนักค้าอาวุธชื่อดัง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงการส่งตัวที่อาจจะดำเนินภายในกำหนด 90 วันไม่ทันคดีแรกที่จะครบในวันที่ 20 พ.ย.นี้ เนื่องจากขณะนี้ทนายความนายวิคเตอร์ จะยื่นอุทธรณ์คดีขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนสำนวนที่ 2 ข้อหาฉ้อโกงทางอิเล็คทรอนิคส์ และฟอกเงิน ว่า หากมีความจำเป็นที่จะไม่สามารถส่งตัวบุคคลที่ร้องขอได้ทัน 90 วัน ทั้ง พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2472 กฎหมายเก่า และ พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 กฎหมายใหม่ ก็ให้สิทธิ์อัยการในฐานะผู้ร้อง ยื่นคำร้องต่อศาลขอขยายเวลาได้ แต่กฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าจะขยายได้กี่วัน ซึ่งเป็นดุลยพินิจของศาล
อย่างไรก็ดีหากต้องขอขยายก็จะพิจารณาอีกครั้ง ขณะนี้ยังไม่สามารถพูดอะไรได้ชัดเจน ต้องรอดูคำสั่งศาลในคดีสำนวนที่ 2 ด้วย ซึ่งขณะนี้ตนยังติดภารกิจในต่างประเทศ จึงยังไม่เห็นรายละเอียดคำสั่งศาลอาญา ในสำนวนที่ 2 รวมทั้งเรื่องทนายความนายวิคเตอร์ ยื่นหนังสือต่อศาลอาญาแสดงเจตจำนงจะอุทธรณ์ โดยตนจะเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 11 ต.ค.นี้ ก็จะตรวจดูรายละเอียดทั้งหมด ขณะนี้จึงยังไม่สามารถตอบอะไรได้
ด้านนายลักษณ์ นิติวัฒนะวิจารณ์ ทนายความของนายวิคเตอร์ กล่าวถึงการอุทธรณ์คดีสำนวนที่ 2 ว่า หลังจากที่ตนได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงว่าจะอุทธรณ์คดีประเด็นการยื่นคำร้องซ้ำซ้อน ไม่เป็นธรรม ไปเมื่อวันที่ 5 ต.ค. วันเดียวกับที่ศาลอาญา มีคำสั่งยกคำร้องขออัยการที่ขอส่งตัวสำนวนที่ 2 ก็ทราบว่า ขณะนี้องค์คณะผู้พิพากษา กำลังพิจารณาเกี่ยวกับหนังสือแสดงเจตจำนงยื่นอุทธรณ์ หากศาลจะไม่รับอุทธรณ์ฝ่ายวิคเตอร์ ตนก็จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่จะไม่รับของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อไปอีก
อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาได้เข้าเยี่ยม พูดคุยกับนายวิคเตอร์ที่เรือนจำ ก็ไม่แสดงอาการเครียดอะไร เพราะมั่นใจที่จะนำข้อกฎหมายทุกอย่างมาต่อสู้ให้ถึงที่สุดเพื่อให้ปล่อยตัว ส่วนตัวนายวิคเตอร์ก็บอกว่า “ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด จะกลัวทำไม ” ขณะที่เรายังรู้สึกว่าได้ชนะคดีมาแล้ว 2 ครั้ง คือสำนวนแรกศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่ให้ส่งตัวไป แต่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับ และครั้งที่ 2 คือสำนวนข้อหาฉ้อโกง ฯ ที่ศาลชั้นต้น ยกคำร้องอัยการเช่นกัน
ภรรยา"วิคเตอร์ บูท”บุกยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม
นางอัลล่า บูท ภริยานายวิคเตอร์ บูท ได้เดินทางมายื่นเอกสารขอความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผ่านนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศสภาผู้แทนราษฎร โดยเอกสารดังกล่าวมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยที่ได้แปลมาให้เรียบร้อยเกรงว่าจะมีการแปลความหมายผิดเพี้ยน
นายต่อพงษ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับหนังสือดังกล่าวว่า เป็นหนังสือของนายวิคเตอร์ บูท ที่มีข้อมูลอยากให้นายกฯทราบ เพราะถึงวันนี้เขารู้แล้วว่าคงจะต้องถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศสหรัฐอเมริกาภายในเร็วๆนี้ จึงเห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติของไทยสามารถเรียกสอบข้อมูลคำกล่าวหาของสหรัฐอเมริกาว่าเป็นจริงหรือไม่ พร้อมทั้งขอให้กรรมาธิการตรวจสอบธุรกิจของตัวเขาเองอย่างเต็มที่ ได้ผลอย่างไรอยากให้เปิดเผยต่อสาธารณชนรับรู้ ทั้งนี้กรรมาธิการคงจะไม่ไปก้าวล่วงคำตัดสินของศาล แต่ในสัปดาห์หน้าจะนำเรื่องเอกสารลับของนายวิกเตอร์บูท ที่มอบให้ตนในช่วงที่เดินทางไปเยี่ยมในเรือนจำนำมาพิจารณา หลังจากที่ทางเรือนจำได้ตรวจสอบและส่งเอกสารลับมายังตนแล้ว ซึ่งกรรมาธิการพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าเอกสารที่นางอัลล่านำมามอบให้นายต่อพงษ์นั้น อ้างว่าเขียนโดยนายวิคเตอร์บูท ระบุเหตุผล 4 ประเด็นถึงการถูกจับกุม ว่า 1. มีการจัดฉากของสายลับอเมริกา 2. ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยข้อกล่าวหาของสหรัฐอเมริกาตรงและเทียบได้กับมาตรา 135 ของประมวลกฎหมายอาญาของไทย(ก่อการร้าย)ที่ศาลอาญาระบุว่าไม่ใช่คดีก่อการร้าย 3. ศาลอาญาระบุว่าไม่สามารถกำหนดบทลงโทษสำหรับความผิดซึ่งกระทำโดยคนต่างด้าวต่อคนต่างด้าวอีกประเทศหนึ่ง 4. ศาลอุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับศาลอาญาว่าคดีของนายวิคเตอร์บูทมีลักษณะทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เอกสารดังกล่าวมีความยาว 3 ความหน้ากระดาษมีเนื้อหาเรียกร้องขอความเป็นธรรม โดยอ้างว่าเป็นผลมาจากแรงกดดันมาทางการเมืองมากกว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเป็นการแก้แค้นที่นายวิคเตอร์บูท ปฏิเสธไม่ยอมเชื่อมโยงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯในเรื่องการลักลอบขนอาวุธและก่อการร้าย จึงขอให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย



