
ตร.-สำนักพุทธฯน่านตรวจพระนปช.พกธงแดงจับสึก
แม่ทัพภาคที่ 2 กังวลเครือข่ายแดงอีสานอาจเคลื่อนไหวหนัก หลังยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน พร้อมยอมรับ เหตุการณ์เครือข่าย นปช.ระเบิดแมนชั่น นนทบุรี อาจมีการติดต่อเครือข่ายทั่วประเทศ สั่งจับตากลุ่มเครือข่ายในพื้นที่เข้มงวด มท.สั่งผู้ว่าฯอยู่พื้นที่เกาะติดสายข่าวรับมือป
(7ต.ค.) ร.ต.ต.นฤมิต สุขแสง รองสวป.สภ.เมืองน่าน พร้อมเจ้าหน้าที่งานป้องกันปราบปรามจำนวนหนึ่ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักพุทธศาสนาจังหวัดน่าน ได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้ตรวจสอบบุคคลแต่งกายลักษณะคล้ายพระสงฆ์ เดินไปมาตามท้องถนนทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งที่อยู่ในช่วงเข้าพรรษา อีกทั้งยังพกธงแดง มีข้อความเกี่ยวข้องทางการเมือง ดูไม่เหมาะสม เกรงจะสร้างความเสื่อมเสียให้แก่พระพุทธศาสนา
จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบพระเด่นชัย สะพายย่ามและธงสีแดง เขียนข้อความว่า "ทักษิณคืนมา" กำลังเดินอยู่ที่บริเวณหน้าโรงพยาบาลน่าน และเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าสอบถาม ปรากฏว่าพระเด่นชัย ได้ต่อว่ารุนแรงและไล่ให้เจ้าหน้าที่ไปศึกษากฎหมายในการจับกุมพระเสียก่อน พร้อมกับบ่ายเบี่ยงในการให้ตรวจสอบเอกสารใดๆ โดยอ้างว่าไม่ได้กระทำผิดกฎหมาย หรือกฎสงฆ์แต่อย่างใด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำเรื่องเข้าหารือกับพระครูสิริธรรมภาณี เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน จึงได้เรียกเจ้าคณะตำบล พระครู อาจารย์ ปรึกษาหารือเรื่องดังกล่าว
พระครูสิริธรรมภาณี เจ้าคณะอำเภอเมืองน่าน กล่าวว่า เรื่องของพระเด่นชัย นี้ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หรือผู้พบเห็นอยู่เป็นประจำ ซึ่งได้ให้พระเลขาฯ เข้าตรวจสอบแต่พระเด่นชัย ก็จะไม่ยอมให้ตรวจสอบและโวยวายด่าทอ พร้อมกับใช้มีดจะทำร้าย จึงทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว
สำหรับพระเด่นชัย นั้นเดิมทีเป็นคนพื้นเพชุมชนบ้านท่าช้าง ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน มีอุปนิสัยลักษณะคล้ายคนเป็นโรคประสาทอ่อน ๆ จนคนในครอบครัวไม่มียุ่งเกี่ยวและมาบวช ก็มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง ด่าทอ พระเณร ด้วยกัน และไม่จำวัดเป็นหลักแหล่ง จนคณะสงฆ์ได้ควบคุมตัวและทำการสึกไปแล้วเมื่อปี 2548 จากนั้นก็ได้หายไปจาก จ.น่าน และมาพบอีกทีเมื่อต้นปี 2553 นี้ ในลักษณะพระภิกษุสงฆ์อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม คณะสงฆ์ได้ประชุมหารือกัน และมีมติว่าพระเด่นชัย ประพฤติตนสร้างความเสื่อมเสียให้พระพุทธศาสนาให้มีการดำเนินการตามกฎหมายสงฆ์ ฉบับ 2505 แก้ไข 2535 ตามมาตรา 26 และ 27 ว่าด้วยพระภิกษุสงฆ์ที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม ไม่สังกัดอยู่ในวัดใดวัดหนึ่ง หรือไม่มีวัดอยู่เป็นหลักแหล่ง ถือว่าผิด อีกทั้งยังไม่ยอมจำวัดเข้าพรรษา ให้ได้รับนิคหกรรมให้สึกภายใน 24 ชั่งโมง และเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.นที สุทธน้อย ร้อยเวร สภ.เมืองน่าน ให้เข้าตรวจสอบและดำเนินการจับกุมในข้อหากระทำผิดกฎหมายสงฆ์ ควบคุมตัวมาทำการสึกต่อไป
แม่ทัพภาค2กังวลเลิกฉุกเฉินแดงอีสานอาจเคลื่อนไหวหนัก
พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เรียกผู้บังคับหน่วยทหารในสังกัดกองทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมประชุมเพื่อรับมอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่ ที่อาคารวิบูลย์ศักดิ์ ภายในค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้เน้นย้ำให้หน่วยทหารทุกหน่วยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมกำชับให้ปฏิบัติภารกิจในการลงพื้นที่สร้างความปรองดอง ลดความขัดแย้ง สร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังได้เน้นให้หน่วยทหารทุกหน่วยลงพื้นที่สืบหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนต่างๆ เพื่อเตรียมป้องกันไม่ให้การเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนนั้นๆ ยกระดับจนนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงหรือเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น
พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายหลังจากที่เกิดเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล หลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์การระเบิดที่แมนชั่นแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย โดยเหตุการณ์ครั้งนี้มีการเชื่อมโยงไปถึงกลุ่ม นปช. ว่ามีความพยายามที่จะก่อเหตุความรุนแรงนี้ขึ้นว่า ในส่วนของพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบนั้น ยอมรับว่ามีเครือข่ายแนวร่วม นปช.อยู่ในพื้นที่อีสานส่วนหนึ่ง อาจจะมีการติดต่อระหว่างเครือข่ายต่างๆ ทั่วประเทศ ในการกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหว เนื่องจากการสื่อสารสามารถทำได้โดยง่าย
แต่ส่วนตัวก็ยังคงมั่นใจว่า เครือข่ายกลุ่ม นปช. ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่ได้เป็นจุดศูนย์รวมที่จะใช้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังหรือใช้เป็นฐานประกอบอาวุธวัตถุระเบิด แต่อย่างไรก็ตามตนเองก็ได้ให้หน่วยข่าวกรองติดความความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. รวมถึงกลุ่มมวลชนต่างๆทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิด และได้กำชับให้กำลังพลทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานตำรวจ รีบรายงานสถานการณ์ทุกอย่างที่อาจจะนำไปสู่เหตุความขัดแย้ง หรือเหตุรุนแรง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าตรวจสอบและเข้าควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดเหตุบานปลายได้อย่างทันท่วงที
จากที่ได้รับรายงานในขณะนี้พบว่าสถานการณ์ทุกอย่างยังอยู่ในภาวะปกติ และไม่มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่เหตุการณ์ความรุนแรงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามกองทัพภาคที่ 2 ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้กำชับให้หน่วยทหารในพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทุกกลุ่มอย่างใกล้ชิดและเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้มีการยกเลิกบังคับใช้ พระราชการกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ( พรก.ฉุกเฉิน) ทั้งหมดแล้ว
"สำหรับเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรีนั้น จากการวิเคราะห์ข่าวสารที่ได้รับ ส่วนตัวเชื่อว่า เกิดจากความผิดผลาดในการประกอบวัตถุระเบิด จึงทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากมองในแง่ดีแล้ว ยังถือว่าประเทศไทย ยังโชคดีมีพระสยามเทวาธิราชคอยคุ้มครอง เพราะหากกลุ่มผู้ประกอบวัตถุระเบิดนี้หลุดรอดออกไป และนำไปก่อเหตุ ก็จะสร้างความสูญเสียให้เกิดขึ้นอีก "พล.ท.ธวัชชัยฯ กล่าว
มท.สั่งผู้ว่าฯอยู่พื้นที่เกาะติดสายข่าวรับมือป่วนต.ค.
นายขวัญชัย วงศ์นิติกร รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวระหว่างการประชุมกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 10/ 2553 ร่วมกับข้าราชการระดับสูง และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์ ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศตอนหนึ่งว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้เน้นย้ำให้ผู้ว่าฯช่วยกันดูแลรักษาให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่ปกติ มีการแตกแยกทางความคิดเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ผู้ว่าฯอยู่ติดพื้นที่ อย่าไปไหน โดยเฉพาะผู้ว่าฯใหม่ที่เพิ่งเข้าพื้นที่ 48 คน ให้ศึกษาดูงาน ผลักดันนโยบาย ของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
นายขวัญชัย กล่าวว่า รมว.มหาดไทยเน้นย้ำให้ผู้ว่าฯ ต้องบริหารงานบนความขัดแย้ง ความแตกแยกทางความคิด ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น แม้ในหลายพื้นที่จะมีการยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไปแล้ว แต่ผู้ว่าฯอย่านิ่งนอนใจ ให้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเคลื่อนไหวในเดือน ต.ค.ที่ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ( ศอฉ. ) ประเมินมีแนวโน้มรุนแรง อย่านิ่งนอนใจ ให้วางสายข่าว หากมีปัญหาหาอุปสรรคให้ประสานมาที่กระทรวง



