ข่าว

ศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 2553

ศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 2553

08 ต.ค. 2553

 00 วันก่อนได้อ่านข่าวถึงข้อกังวลของผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดบุรีรัมย์เกี่ยวกับการที่สมาชิก อบต.หลายแห่งทยอยลาออก เพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนตำแหน่งที่ว่างลง ทำให้ต้องสูญเสียงบประมาณ และเวลาในการจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งสาเหตุหลักที่ ส.อบต.ทยอยลาออกจากตำแหน่ง ไปลงสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านนั้น มีสาเหตุมาจากความเหลื่อมล้ำของค่าตอบแทน หรือเงินเดือนนั่นเอง

 00 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 เป็นต้นมา เงินเดือนของกำนัน จะขยับจาก 7,500 เป็น 10,000 บาท ผู้ใหญ่บ้านขยับจาก 6,000 เป็น 8,000 บาทเข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นการทยอยขยับขึ้นครั้งละ 50% จนเป็น 100% แล้ว ในขณะที่เงินเดือนนายกอบต.อยู่ที่ 12,000 บาท ส่วน ส.อบต.กินเงินเดือนอยู่แค่ 4,500 บาทเท่านั้นเอง และที่สำคัญไปกว่านั้น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเมื่อได้รับการเลือกตั้งเข้ามาแล้วจะอยู่ในตำแหน่งจนเกษียณอายุ 60 ปี ในขณะที่นายกอบต. และส.อบต.อยู่ตามวาระแค่ 4 ปีเท่านั้น เมื่อหมดวาระก็ต้องไปลงสมัครรับเลือกตั้งและหาเสียงกันใหม่ ต้องเสี่ยงกันทุก 4 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ ส.อบต.จะทยอยลาออกไปลงสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านที่กินเงินเดือนมากกว่า เผลอๆ ถ้าเพื่อนผู้ใหญ่บ้านด้วยกันไว้วางใจ หรือเห็นว่ามีความรู้ความสามารถมากพออาจเลือกให้เป็นกำนันอีกต่างหาก

 00 ไม่รู้ว่าฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายนิติบัญญัติจะมองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ จึงยังไม่เห็นมีใครขยับเพื่อแก้ไขปัญหาตรงนี้ เห็นแต่เพียง "อรรถพร พลบุตร" ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเพื่อน ส.ส.ที่ไปยื่นขอแก้ไขกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ มุ่งเน้นไปที่ประเด็น "การเลือกตั้งกำนัน" ที่ปัจจุบันกำหนดให้ผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้นๆ เลือกตั้งกันเองจากผู้ใหญ่บ้านที่ลงสมัครเป็นกำนัน มาเป็นให้ประชาชนเลือกจากผู้ใหญ่บ้านที่ลงสมัคร ทำนองว่าให้กำนันยึดโยงกับประชาชน ไม่ใช่ไปยึดโยงกับผู้ใหญ่บ้านเพียง 5-10 คนเท่านั้น

 00 เข้าใจว่าเวลานี้รัฐบาล หรือฝ่ายนิติบัญญัติยังมองไม่เห็นถึงปัญหานี้ จึงยังไม่เห็นมีใครออกมาเคลื่อนไหว หรืออาจจะมองว่าเป็นปัญหาที่เล็กเกินไปหรือเปล่า จึงยังไม่เห็นใครออกมาขับเคลื่อน หรือแก้ไขปัญหาตรงนี้ ซึ่งก็เป็นไปได้ว่า ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ค่อยจะสบายใจนักกับปัญหาในกระทรวงที่พรรคภูมิใจไทยดูแลอยู่ โดยเฉพาะข่าวฉาวต่างๆ ทั้งการทุจริต และการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม รัฐบาลเองก็ไม่รู้ว่าจะเอาตัวรอดไปได้สักกี่น้ำ จึงยังไม่มีเวลามาแก้ปัญหาที่รอเวลาบ่มเพาะและกลายเป็นหนองแตกในที่สุด

"นายหัวไทร"