
หมอพรทิพย์ลุยตรวจแมนชั่นนานกว่า2ชั่วโมง
ดีเอสไอเล็งโอนคดีระเบิดสมานเมตตาอพาร์ตเมนท์เป็นคดีพิเศษ เผยแดงกลับใจให้ข้อมูลพฤติการณ์กลุ่มฮาร์ดคอร์ ด้านหมอพรทิพย์ลุยตรวจสมานเมตตาแมนชั่นนานกว่า 2 ชั่วโมง
(7ต.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงคดีระเบิดที่อพาร์ตเมนท์สมานเมตตาแมนชั่น ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ว่า ตนได้มอบหมายให้พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีสารสนเทศ ในฐานะเลขานุการคณะพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย เข้าหารือกับพล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อเตรียมรับโอนคดีระเบิดที่สมานเมตตาอพาร์ตเมนท์เข้าเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากผลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าเหตุระเบิดเชื่อมโยงกับคดีลอบวางระเบิดป่วนเมือง 4 แห่ง
“ ดีเอสไอได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากแนวร่วมคนเสื้อแดงกลับใจ ซึ่งระบุข้อมูลถึงพฤติการณ์การกระทำความผิดของกลุ่มฮาร์ดคอร์ โดยชุดสืบสวนดีเอสไอได้กระจายกำลังเข้าติดตามกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เป็นเป้าหมาย ส่วนคนเสื้อแดงที่กลับใจเข้าให้การเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนคดี ดีเอสไอได้กันตัวไว้เป็นพยานและให้ความคุ้มครองความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ ” นายธาริตกล่าวพร้อมยืนยันข้อมูลการข่าวของดีเอสไอที่ยังเชื่อว่า กลุ่มฮาร์ดคอร์ใต้ดินมีเป้าหมายก่อเหตุร้ายป่วนเมืองยาวไปถึงสิ้นปี 2553 และจะพัฒนารูปแบบการก่อเหตุโดยเพิ่มความรุนแรงขึ้น
เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทีมงานเดินทางไปตรวจที่สมานเมตตา แมนชั่นที่เกิดระเบิดเมื่อเย็นวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยทีมนิติวิทยาศาสตร์ของ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ ใช้เวลาในการตรวจสอบยังที่เกิดเหตุใต้อาคาร และห้องพักเลขที่ 202 เพื่อหาหลักฐานจากเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น
จากการตรวจสอบพบชิ้นเนื้อบางส่วน เศษอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด รวมทั้งเอกสารบางอย่างที่คาดว่าจะเชื่อมโยงกับตัวนายสมัย วงศ์สุวรรณ์ เจ้าของห้องเช่าที่เกิดระเบิด จากนั้นจึงได้เข้าตรวจสอบสถานีวิทยุบางบัวทอง ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสมานเมตตา แมนชั่น โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวติดตามเข้าไปดูการทำงาน และหลังจากใช้เวลาตรวจสอบที่เกิดเหตุนานประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว บอกเพียงว่า มาทำตามหน้าที่เท่านั้น



