ข่าว

โอกาสสุดท้ายของประเทศ...ข้อเสนอจากชุมชนอีสาน

โอกาสสุดท้ายของประเทศ...ข้อเสนอจากชุมชนอีสาน

07 ต.ค. 2553

หากนักการเมืองที่กำลังปล่อยข่าวเรื่อง "ความปรองดอง" เพื่อให้กลุ่มก้อนของตนได้ประโยชน์ จะอ่านข้อเสนอของ "ชุมชนอีสาน"

 ในหัวข้อ "โอกาสสุดท้ายของประเทศไทย" ก็จะได้รู้ว่าอะไรคือ "สาระ" และอะไรคือ "วาทกรรม"

 ผมอ่าน "จดหมายเปิดผนึกจาก 200 ชุมชนอีสาน" ที่เสนอทางออกประเทศชาติอย่างลุ่มลึกและชัดเจนแล้ว ก็เห็นความแตกต่างระหว่างคนทำงานจริงกับ "นักเลือกตั้ง" อย่างไร้ข้อสงสัยเลย

 ข้อสรุปของการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของเครือข่ายชุมชน ระหว่างวันที่ 25-25 กันยายน ที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ของตัวแทนกว่า 400 คน จากเครือข่ายกว่า 200 ชุมชนต้นแบบของหลายจังหวัดอีสานบอกกล่าวถึงปัญหาและทางออกที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง

 ข้อเสนอแก้ปัญหาความเดือดร้อนเร่งด่วนและระยะกลางของชุมชน มาจากการกลั่นกรองของผู้นำชุมชนที่รู้ปัญหา และวิเคราะห์ตกผลึกกันอย่างชัดเจนยิ่ง

 เช่น ให้รัฐยุติการจับกุมชาวบ้านในข้อหาตัดฟันต้นไม้ เพราะมีข้อพิพาทเรื่องที่ดินกับรัฐโดยที่ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ และอื่นๆ...และให้ช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกจับกุมดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน

 ให้มีนโยบายคุ้มครองพื้นที่การทำเกษตร ด้วยการรับรองสิทธิให้มีความมั่นคง และให้ความสำคัญกับสิทธิชุมชนก่อนสิทธิของเอกชน

 เพราะ "ชุมชน" สร้างความมั่นคงและเสถียรภาพให้แก่หมู่บ้าน ขณะที่ "เอกชน" หวังทำกำไรจากการลงทุนเป็นหลัก

 ข้อเสนอเร่งด่วนอีกข้อหนึ่งที่น่าสนใจยิ่ง คือการสำรวจพื้นที่ตามแผนการสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อุบลฯ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

 ผู้นำชุมชนตั้งข้อสังเกตว่า ทางการใช้กระบวนการสร้างความแตกแยกในชุมชนท้องถิ่น ด้วยวิธีการต่างๆ จนกลายเป็นปัญหาอย่างกว้างขวาง

 ข้อสรุปของการระดมสมองชุมชน จึงขอให้รัฐบาลยุติกระบวนการนี้

 ทำนองเดียวกัน กรณีปัญหาเขื่อนปากมูล ปัญหาคาราคาซังก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้หมดสิ้น...ข้อเสนอ คือขอให้รัฐบาลเร่งรัดแก้ไขปัญหาตามข้อตกลงที่วางไว้

 และเสนอให้ยกเลิกการสร้างเขื่อนในลำน้ำโขงทั้งหมด เพราะกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชนอย่างรุนแรงและมหาศาล

 อีกทั้งให้ยกเลิกการสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง โดยยึดหลักเคารพในสิทธิชุมชน คือให้ยกเลิกสัมปทานของรัฐในพื้นที่ชุมชน และพื้นที่ซึ่งชุมชนใช้ประโยชน์

 อีกข้อหนึ่งภายใต้หัวข้อ "เร่งด่วน" คือการขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาสัญชาติในพื้นที่ ซึ่งมีความกลมกลืนทางวัฒนธรรม เช่น กรณีคนไร้รัฐในพื้นที่ชายแดนไทย-ลาว

 ใครที่ได้ฟังการระดมความคิดของชาวบ้าน ที่พูดถึงปัญหาความสัมพันธ์ระหว่าง "ชุมชน" กับ "อำนาจรัฐ" จะเห็นปัญหาของ "มุมมอง" และ "ความเข้าใจ" เกี่ยวกับเรื่อง "สิทธิชุมชน" อย่างยิ่ง

 แม้ว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา 66 และ 67 จะระบุชัดแจ้งว่า ชุมชนมีสิทธิในการปกป้องดูแลรักษาและใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ดูเหมือนว่านักการเมืองกับข้าราชการจะไม่เคยอ่าน ไม่เคยพยายามทำความเข้าใจ และไม่เคยคำนึงว่าในทางปฏิบัติแล้ว พวกเขาจะต้องปรับวิธีคิด และแนวทางทำงานของตนอย่างไร

 ซ้ำร้ายคนที่อยู่เบื้องหลังการทำลายวิถีวัฒนธรรมชุมชนตัวพ่อนั้น ก็คือนักการเมืองและนายทุน ที่ทำธุรกิจร่วมกับนักการเมือง ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างโจ๋งครึ่ม

 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเมื่อสถานการณ์เลวร้ายถึงจุดที่เห็น ชุมชนก็ต้องรวมตัวกัน และถ้ารัฐบาล หรือนักการเมืองคนไหนพูดถึง "ปฏิรูปประเทศไทย" อย่างจริงจังและจริงใจ ก็ต้องอ่านข้อเสนอของการระดมสมองจากภาคอีสานชุดนี้ให้ละเอียดรอบด้าน

 จะได้รู้ว่าคำว่า "ปรองดอง" ของนักการเมืองในกรุงนั้น เป็นแค่วาทกรรมว่างเปล่าเท่านั้นเอง เพราะไม่ได้ใส่ใจกับการ "ปฏิรูป" ประเทศจริงๆ ที่เกิดจาก "รากหญ้า" อย่างแท้จริงเลย

สุทธิชัย หยุ่น / http://www.oknation.net/blog/black