ข่าว

ชงนายกฯสั่งบ.เอ็มทีฯทำสัญญาใน1เดือน

ชงนายกฯสั่งบ.เอ็มทีฯทำสัญญาใน1เดือน

07 ต.ค. 2553

"นิพนธ์" เตรียมชงนายกฯ พิจารณากรอบทำสัญญาและวางเงินค้ำประกันของบริษัทเอ็มทีฯ หากพ้นกำหนด 1 เดือน ให้ทบทวนการอนุมัติขายข้าว เหตุขัดนโยบายรัฐ

 นายนิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยว่า ในฐานะกรรมการระบายสินค้าในสต็อกรัฐบาล จะเสนอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ เพื่อพิจารณากรอบเวลาที่บริษัท เอ็มที เซ็นเตอร์เทรด จำกัด ต้องทำสัญญาและวางเงินค้ำประกันในส่วนของข้าวขาว 5% จำนวนกว่า 1.5 ล้านตัน ภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ได้รับอนุมัติจำหน่าย หากพ้นกำหนดเวลาให้พิจารณาทบทวนการอนุมัติขายแก่บริษัทดังกล่าว เพราะถือว่าขัดนโยบายรัฐบาล ที่ต้องเร่งระบายข้าวก่อนข้าวฤดูผลิตใหม่จะออก 

 "หากกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถให้บริษัทเอ็มทีฯ มาทำสัญญาได้ในเวลาที่กำหนดได้ เท่ากับไม่บรรลุตามนโยบายรัฐบาล เพราะแค่ตีความเรื่องการทำสัญญาใน 10 วัน ถือว่าช่วยบริษัทมากพอแล้ว เนื่องจากกระทรวงพาณิชย์เป็นผู้กำหนดเงื่อนไขเองว่า ผู้ส่งออกทุกรายต้องขนย้ายข้าวออกจากโกดัง จำนวน 2 ใน 3 ของปริมาณที่ซื้อ ภายใน 120 วัน ส่วนที่เหลือภายใน 150 วันนับจากวันทำสัญญา" นายนิพนธ์กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ปัญหาระบายข้าวขณะนี้คงเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ดูแลรับผิดชอบ แต่ส่วนตัวมองเห็นปัญหา เพราะการวางเงินค้ำประกันของบริษัทเอ็มทีฯ มีกระแสข่าวว่ากำลังพยายามขายข้าวให้รัฐวิสาหกิจจีน และให้จีนวางเงินค้ำประกัน แต่จีนไม่แน่ใจเรื่องความสามารถของบริษัทว่าจะสามารถหาข้าวส่งมอบให้จริงหรือไม่

 "หลังมีข่าวออกมามาก เข้าใจว่าการซื้อข้าวมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท คงต้องใช้เวลา แต่กระทรวงพาณิชย์ควรกำหนดเวลาที่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นข้าวใหม่ออกมาจะกดราคาข้าวลดลง ถ้าข้าวในสต็อกรัฐบาลไม่สามารถระบายได้"

 ด้านแหล่งข่าวจากวงการค้าข้าวไทยกล่าวว่า ราคาข้าวในประเทศที่ปรับตัวลดลงมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ข่าวระบายข้าวของรัฐบาลที่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่งออกไปจริง ส่วนปัจจัยที่ 2 คือ การเสนอขายข้าวสต็อกรัฐให้รัฐบาลอินโดนีเซีย จำนวน 2 แสนตัน ราคาเฉลี่ยข้าวขาวตันละ 420 ดอลลาร์ ซึ่งถือว่าถูกมากทำให้ไม่แรงกระตุ้นราคาตลาดโลกให้ปรับขึ้น