
ศาลสั่งประหารอดีตนายตำรวจบางบัวทองฆ่าเพื่อน
ศาลประหารชีวิต "ร.ต.ท." โหดฆ่ายกครัวตำรวจ พร้อมเมีย-ลูกวัย 6 ขวบ 4 ขวบ เหตุโกรธแค้นที่ถูกหักหลัง แต่ไม่ยอมบอกรายละเอียด เผยการกระทำอุกอาจไม่เกรงกลัวผิด จึงไม่มีเหตุบรรเทาโทษ แม้จำเลยรับสารภาพ
เป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชนอย่างยิ่งสำหรับคดีอดีตนายตำรวจสัญญาบัตร ร.ต.ท.มนตรี แก้วรัตน์ อดีตนายตำรวจประจำ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง ร.ต.ท.ราชัน พันธ์วงศ์ อายุ 37 ปี พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เสียชีวิตพร้อมครอบครัวรวม 4 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดศาลชั้นต้นได้พิพากษาประหารชีวิตจำเลยผู้ก่อเหตุแล้ว
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ศาลจังหวัดปทุมธานี นายสุธี กิติทัศนาสรชัย และนายวุฒิธรรมรงค์ กลิ่นเฉย ผู้พิพากษาศาลจังหวัดปทุมธานี ขึ้นนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.มนตรี แก้วรัตน์ อดีตตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จำเลยในคดีใช้อาวุธปืนฆ่า ร.ต.ท.ราชัน พันธ์วงศ์ อายุ 37 ปี พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง เสียชีวิตพร้อมนางเนาวรัตน์ พันธ์วงศ์ อายุ 33 ปี ภรรยา ด.ญ.รวีสรา หรือน้องออม พันธ์วงศ์ อายุ 6 ขวบ ด.ช.จิรายุ หรือน้องโอม พันธ์วงศ์ อายุ 4 ขวบ บุตรสาวและบุตรชาย ในรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ โฟร์วีลส์ 4 ประตู สีเทา ทะเบียน ฌย 1188 กรุงเทพมหานคร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2553 โดยคดีดังกล่าวมีนายบุญส่ง ฟุ้งธีรกุล อายุ 54 ปี บิดาของนางเนาวรัตน์ และนายศรเทพ ศรทอง อดีตนักร้องลูกทุ่ง บุคคลที่ ร.ต.ท.มนตรีให้ความนับถือ พร้อมญาติอีกจำนวนหนึ่งร่วมรับฟังการตัดสินคดีด้วย
ทั้งนี้เกี่ยวกับคดีดังกล่าว ศาลอ่านคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (7) วรรคท้าย 289 (7) 80, 371 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง 72 วรรคสาม 72 โดยการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ส่วนการชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและการฆ่าผู้อื่นซึ่งจะเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ อันเกิดแก่การกระทำ ที่ตนได้กระทำผิดอื่นๆ เป็นกรรมเดียวติดต่อ กฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่น เพื่อจะเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ อันเกิดแก่การที่ตนได้กระทำผิดอื่นๆ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จึงให้ประหารชีวิตฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์ เกิดแก่การที่ตนได้กระทำผิดอื่นๆ อีก 3 กระทง จึงให้ประหารชีวิตทุกกระทง การพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแก่การที่ตนได้กระทำผิดอื่นๆ จำคุกตลอดชีวิต การมีอาวุธปืน กระสุนปืนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี การพกพาอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน แม้จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา อันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78
ศาลพิจารณาจากลักษณะของการกระทำความผิด ซึ่งเป็นไปโดยอุกอาจ ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง เป็นการกระทำโหดเหี้ยมทารุณ ไร้มนุษยธรรม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม พฤติการณ์แห่งคดี จึงเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่ลดโทษให้จำเลย เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วไม่อาจจำคุกได้อีก คงลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว ริบของกลางคืนให้จำเลย ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจกท์ที่ 1-2 คนละ 2.4 แสนบาทพร้อมดอกเบี้ย และชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจกท์ที่ 3 เป็นจำนวนเงิน 1,610,746 บาทพร้อมดอกเบี้ย
ภายหลัง ร.ต.ท.มนตรี จำเลยได้ฟังคำพิพากษา ถึงกับยืนหน้าซีดมือเท้าสั่นอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ควบคุมตัวไปพูดคุยกับภรรยาที่มาฟังการพิจารณาคดีครู่หนึ่ง ก่อนจะถูกควบคุมตัวกลับไปยังยังเรือนจำจังหวัดปทุมธาทันที
ด้านนายบุญส่ง ฟุ้งธีรกุล พ่อตาของ ร.ต.ท.ราชัน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ศาลได้มีคำสั่งตัดสินประหารชีวิต แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจที่จะทดแทนในการสูญเสียทั้งลูกสาว หลานๆ และลูกเขย แต่ก็ถือว่ากรรมใดใครก่อก็รับไป
ขณะที่นายศรเทพกล่าวว่า ครั้งแรกตกเป็นจำเลยต่อสังคม มีการกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของ ร.ต.ท.ราชัน และครอบครัว เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาออกมา ทำให้ตนและครอบครัวพร้อมกับผู้ที่มาให้กำลังใจพอใจและดีใจ เพราะเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างได้ปรากฏอย่างแน่ชัดแล้ว อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวได้ให้ความรัก ความเมตตา ร.ต.ท.ราชัน เสมือนน้องชายแท้ๆ ส่วนญาติหรือทนายฝ่ายจำเลยจะขอยื่นอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิ แต่เชื่อว่าเวรกรรมนั้นมีจริง
คดีสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 25 มีนาคม พ.ต.ท.เสนาะ ทาบุญ สารวัตรเวรสอบสวน (สบ 3) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกฆ่าตายภายในรถยนต์ เหตุเกิดบริเวณริมถนนสาย 9 เส้นวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก (ขาเข้า) หลัก กม.ที่ 64 หมู่ 2 ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เมื่อตรวจสอบพบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ โฟร์วีลส์ 4 ประตู สีเทา ทะเบียน ฌย 1188 กรุงเทพมหานคร จอดติดเครื่องเปิดแอร์ ภายในรถพบร่างเด็กน้อย 3 คน นอนจมกองเลือดอยู่เบาะด้านหลัง 1 ใน 3 ยังหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่ง รพ.ปทุมธานี ส่วนอีก 2 คนเสียชีวิตแล้ว
นอกจากนี้บริเวณรอบที่เกิดเหตุ และห่างจากหลังรถประมาณ 10 เมตร ที่ไหล่ถนนพบศพชายสวมเสื้อยืดโปโลสลับสี แขนสั้น นุ่งกางเกงยีน สวมรองเท้าหนังสีดำ นอนคว่ำจมกองเลือด ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบศพหญิงสาวอีก 1 ราย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตทั้งหมด คือ ร.ต.ท.ราชัน พันธ์วงศ์ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นางเนาวรัตน์ พันธ์วงศ์ อายุ 33 ปี ภรรยา ด.ญ.รวีสรา หรือน้องออม พันธ์วงศ์ อายุ 6 ขวบ ด.ช.จิรายุ หรือน้องโอม พันธ์วงศ์ อายุ 4 ขวบ ส่วนเด็กที่รอดชีวิตคือ ด.ญ.ญานิสา หรือน้องออย พันธ์วงศ์ อายุ 5 ขวบ ทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน พักอยู่บ้านเลขที่ 65/170 หมู่บ้านมณีวรรณ หมู่ 5 ต.ระหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำโดย พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.2 กก.ป. ได้สืบสวนสอบสวนก่อนจะจับกุม ร.ต.ท.มนตรีได้ที่ จ.นครนายก ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ลงมือก่อเหตุเพียงคนเดียว เนื่องจากโกรธแค้นที่ถูก ร.ต.ท.ราชันหักหลัง แต่ไม่ยอมบอกว่าเรื่องอะไร



