ข่าว

“ประยุทธ์”เรียกประชุมนขต.-ผู้พันทั่วประเทศครั้งแรก

“ประยุทธ์”เรียกประชุมนขต.-ผู้พันทั่วประเทศครั้งแรก

06 ต.ค. 2553

“ประยุทธ์” เรียกประชุมนขต.-ผู้พันทั่วประเทศครั้งแรก ให้นโยบายดำรงทหารอาชีพ เป็นทหารของประชาชน เทิดทูนสถาบันกษัตริย์ ประกาศขออาสาดับไฟใต้ให้เร็วที่สุด เชื่อปัญหาชายแดนเจรจาได้ ไม่ต้องรบ แต่ลั่นหากรบต้องรบให้ชนะ วอนคนไทยรักกัน เลิกแตกแยก

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ต.คที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เรียกประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก(นขต.ทบ.)เป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยผบ.ทบ.ได้มอบแนวทางและกรอบนโยบายที่มุ่งให้กองทัพบกเป็นกองทัพที่ปฏิบัติงานเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และกองทัพเป็นของประชาชน การทำงานทุกภารกิจจะยึดประโยชน์ของชาติ บ้านเมือง เป็นสำคัญ พร้อมทั้งจะสานต่อนโยบายของอดีตผบ.ทบ.และนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นหลักในการทำงาน จากนั้นเวลา 13.00 น. ที่หอประชุมกิตติขจร ได้เชิญผู้บังคับหน่วยระดับกองพันขึ้นไป จำนวน 830 นาย เข้ารับฟังนโยบายของผบ.ทบ.เพื่อนำไปปฏิบัติให้เกิดผลในทิศทางเดียวกัน

 จากนั้นเวลา 15.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม นขต.ทบ.ว่า นโยบายของกองทัพบกไม่แตกต่างไปจากเดิมโดยจะมุ่งเน้นความรักความสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียวของกองทัพและเป็นสถาบันหลักในการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง ตามคำสั่งที่ถูกต้องด้วยกฎหมาย รวมถึงการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงไว้ซึ่งความเป็นทหารอาชีพ มีความรักความสามัคคีทั้งในหมู่ทหารและประชาชน และเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ทุกโอกาส

 เมื่อถามถึงนโยบายด้านความมั่นคงรอบประเทศไทย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รอบประเทศมีปัญหาในหลายพื้นที่ เช่น การปักปันเขตแดนไม่เรียบร้อย แต่เราก็มีคณะกรรมการในการเจรจาตกลง ทั้งในระดับอาร์บีซี พีบีซี ที่มีมาโดยตลอด ทุกอย่าง อยู่ในกฎ กติกา ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ ต้องใช้กระบวนการของคณะกรรมาธิการเขขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา(เจบีซี) หรือการปักปันเขตแดนร่วม ซึ่งไม่ต้องมีกฎ กติกา มากมาย ขณะนี้เรามีเอ็มโอยูอยู่ คือ การต่างคนต่างอยู่ ไม่สร้างอะไรต่อการปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ไม่เกิดปัญหาขึ้น ดังนั้นคิดว่าการแก้ไขปัญหาชายแดน ไม่ได้แก้ด้วยการสู้รบ ต้อแก้ด้วยการเจรจา ใช้กฎหมาย อย่างไรก็ตามเราก็พร้อมที่จะทำการสู้รบ ตลอดเวลา ขอให้คนไทยอย่าได้เป็นห่วง เรามีความพร้อมในการรักษาอธิปไตย แต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องก้าวร้าว หรือ โอ้อวด แต่เมื่อไหร่ต้องปกป้องแผ่นดินไทย ก็ต้องรบ และต้องรบให้ชนะด้วย

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนนโยบายในการแก้ปัญหาภาคใต้นั้นจะสานต่อจากเจตนารมณ์ของอดีตผบ.ทบ.ที่ผ่านมา ซึ่งบางอย่างเราทำที่ปลายเหตุ เพราะการจะเข้าไปในแต่ละพื้นที่เข้าไปยาก และเมื่อเราเข้าไปในพื้นที่ได้แล้ว เราจะย้อนไปที่ต้นเหตุว่า เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งอาจจะเกิดจากความขัดแย้งหรือเงื่อนไขที่ไม่เข้าใจ หรือการขัดผลประโยชน์ โดยจะมุ่งเน้นไปสู่การปฏิบัติให้มากขึ้นรวมถึงการประเมินผลทั้งก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำตามแผนงานโครงการทุกอย่าง รวมถึงการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่า 4 ปีในตำแหน่ง ผบ.ทบ.จะทำให้ปัญหาภาคใต้สงบลงได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนอยากให้เอาทีละห้วงว่า จะสามารถทำอะไรได้ เช่น 3 เดือน 6 เดือนทำอะไร ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ตั้งเอาไว้แล้วว่าจะทำอย่างไร เช่น ทำอย่างไรให้เข้าไปได้ทุกหมู่บ้าน ซึ่งเราทำได้แล้ว ก่อนหน้านี้ทหารไม่สามารถเข้าไปได้ทุกหมู่บ้านเพราะประชาชนกลัวทหาร แต่วันนี้ประชาชนเข้ามาหาทหาร สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือทำอย่างไร เขาถึงจะปลอดภัย ขอให้มั่นใจว่าทหารจะทำให้ดีที่สุด ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดมานานและเรื้อรัง ซึ่งตนก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ แต่ตนจะให้คำมั่นสัญญาไม่ได้ว่าจะให้เสร็จสิ้นวันไหน แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด เพื่อทำให้ประชาชนปลอดภัยและเชื่อมั่น

 เมื่อถามถึงเกี่ยวกับนโยบายความปรองดองของคนในชาติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนคิดว่ามีคนทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว ในการสร้างความปรองดองและการทำให้บ้านเมืองสงบ คือฝ่ายบริหารไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล องค์กรต่างๆ แต่ขอให้ทหารอยู่ในจุดที่ควรจะอยู่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ดำรงความยุติธรรมอยู่ในเส้นที่ควรจะอยู่ เพราะว่าเส้นขีดกั้นระหว่างการไปยุ่งการเมืองหรือไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง มันเส้นนิดเดียวห่างกันนิดเดียว แต่อยู่ที่ท่านว่าจะทำให้เราเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว รวมถึงประชาชนทั้งหมด

 “อะไรที่ทำให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ อะไรที่ทำให้บ้านเมืองปลอดภัย ก็ขอให้ช่วยกันทำ ซึ่งเรามีหน้าที่อยู่ข้างหลัง เมื่อไหร่บ้านเมืองไม่เรียบร้อยและไม่ปลอดภัย และกฎหมายมีอำนาจในการให้ทหารออกไปปฏิบัติหน้าที่ และแก้ไขสถานการณ์ ทหารก็จะทำทันที แต่ตอนนี้เป็นเรื่องของทุกคนที่จะต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหหาร หรือใครก็ตาม อะไรเพื่อบ้านเมืองก็ขอให้ทำ เราต้องรักกันถ้าเราไม่รักกันประเทศไทยก็ไปไมได้ เพราะที่ผ่านมาเราเสียเวลามานานหลายปีแล้ว ตอนนี้เกรงว่าเราจะไปไม่ทันกับประเทศอื่น แม้กระทั่งการพัฒนาทางการทหารก็ค่อนข้างช้า” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 เมื่อถามว่าปัญหาชายแดนกับปัญหาภาคใต้ และความปรองดองในประเทศ จะให้ความสำคัญเรื่องใดมากกว่ากัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องดูแลด้วยทั้งหมดเพราะเราทำงานหลายด้าน เราห่วงทุกเรื่องประเทศไทยน่าห่วงทุกเรื่อง อยากให้ทุกคนเป็นห่วงและทุกอย่างจะดีเอง

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่บอกว่าได้งบประมาณมากนั้นคงไม่ใช่ เพราะสิบกว่าปีที่ผ่านมาทหารไม่ได้งบประมาณเลย แต่เพิ่งจะได้ตอนนี้ ซึ่งคงไม่ทันสิบปีที่ประเทศอื่นเดินไปข้างหน้า ดังนั้นจึงยังไม่ได้ทั้งหมด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเรียกร้อง ถ้ารัฐบาลให้งบประมาณมา กระทรวงกลาโหมก็มีนโยบายอยู่แล้วว่าให้ใช้งบประมาณที่ได้มาอย่างคุ้มค่าที่สุด อะไรที่วิเคราะห์วิจัยได้เองก็จะทำ แต่บางอย่างทำเองไม่ไหว

 เมื่อถามว่าการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องทำให้โปร่งใส เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งสื่อก็สามารถช่วยกันดูแลในเรื่องนี้ได้ว่าถูกต้องหรือไม่ แต่ขอให้นำข้อมูลข้อเท็จจริงมาเสนอ หากไม่มีหลักฐานที่ชัดจนก็อย่าเพิ่งพูด ขอให้มาสอบถามตน ซึ่งตนนก็ได้สั่งการในเรื่องนี้ไปแล้วว่าให้ใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส และสามารถชี้แจงได้ จะไปฟังข้อมูลจากคนใดคนหนึ่งม่ได้ ซึ่งตอนนี้ได้มีการชี้แจงผ่านคณะกรรมาธิการทหาร ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อาวุธที่ได้มาก็น่าจะโอเค ตนมีนโยบายว่าหน่วยใช้จะต้องเป็นหน่วยเลือก และเป็นหน่วยที่มีความต้องการ หากถามว่าจะเลือกซื้ออาวุธอะไร ถ้าอยากซื้อรถเบนซ์ แต่ไม่มีเงิน ก็ต้องซื้อรถญี่ปุ่น

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “กองทัพบกจะต้องมีความสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว เป็นกลไกหลักในการรักษาไว้ซึ่ง สถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และที่พึ่งประชาชน โดยมีการเตรียมกำลัง และมีแผนการใช้กำลังที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นการผนึกอำนาจกำลังรบทั้งที่มีตัวตนและไม่มีตัวตน เพื่อพร้อมเผชิญกับภัยคุกคามในทุกรูปแบบ รวมทั้งมีเอกภาพและสายการบังคับบัญชาที่มั่นคง กำลังพลทุกระดับมีความสง่างาม มีความภาคภูมิใจ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีอุดมการณ์แห่งความเป็นทหารอาชีพ”

 ผู้สื่อข่าวรายยงานว่า นโยบาย ของผู้บัญชาการทหารบก ที่ได้มอบไว้ดังนี้ คือ 1.ภารกิจถวายรักษาความปลอดภัย และการถวายพระเกียรติ ให้ถือเป็นภารกิจที่สำคัญ ต้องไม่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นอย่างเด็ดขาด รวมทั้งกองทัพบกจะสนับสนุนงานโครงการ พระราชดำริอย่างเต็มกำลัง 2.กองทัพบกจะส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกให้กับกำลังพล และครอบครัวตลอดจนประชาชนในชาติให้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเทิดเกียรติ ในทุกโอกาสอันควร 3.ด้านการปกครอง บังคับบัญชา หน่วยทุกระดับของกองทัพบกต้องยึดถือกฎระเบียบ ข้อบังคับ และสายการบังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

 4.กองทัพบกจะมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการพัฒนาการฝึกศึกษาของกำลังพล การปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งมีจิตวิญญาณแห่งความเป็นทหารอาชีพ เพื่อให้ทหารมีเกียรติศักดิ์ศรี มีความรู้ ความสามารถ ก้าวทันวิทยากรที่ทันสมัย และตระหนักในความเป็นทหารของชาติ และทหารของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5.กองทัพบกจะจัดเตรียมกำลังให้มีความพร้อม ทั้งในด้านโครงสร้างกำลัง ความพร้อมรบ ความต่อเนื่องในการรบ และ ความทันสมัย เพื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมและภัยคุกคามในทุกรูปแบบ 6.กองทัพจะรณรงค์ สร้างความสามัคคีของคนในชาติ สร้างอุดมการณ์ความรักชาติ และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข