
โทรศัพท์ เปี๊ยนไป
โทรศัพท์เครื่องแรกในชีวิตที่ผมรู้จัก เป็นเครื่องโทรศัพท์สีฟ้าไม่มีช่องหมุนหมายเลข มีเพียงแค่ปุ่มกดเรียกปลายทาง และมีเสียงกริ่งดังพร้อมดวงไฟสีแดงกะพริบขึ้นมาเมื่อได้รับสายเรียกเข้า โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวต่อเชื่อมระหว่างบ้านกับโรงยาฝิ่น ในยุคที่ยาฝิ่นยังข
หลังจากนั้นเมื่อผมเข้ามากรุงเทพฯ โทรศัพท์ตามบ้านที่มีเลขหมายเพียงแค่ห้าหลัก ส่วนตัวเครื่องเป็นสีดำใช้ระบบหมุน ในขณะที่โทรศัพท์สาธารณะเครื่องสีแดงแนวตั้ง ติดตั้งอยู่ตามตู้ขายของจิปาถะขนาดเล็ก ใครต้องการใช้ก็ต้องไปแลกเหรียญก่อน ตัวเหรียญเป็นทองเหลืองทรงกลมขนาดเล็กมีรูตรงกลาง ราคาเหรียญยุคผมเพิ่งเข้ากรุงเทพฯ อยู่ที่ เหรียญละห้าสิบสตางค์ หลังจากนั้นจึงปรับขึ้นเป็นเจ็ดสิบห้าสตางค์ในเวลาต่อมา
โทรศัพท์มีการพัฒนามาโดยตลอด จากเลขหมายเพียงแค่ห้าหลักก็เปลี่ยนเพิ่มเป็นหกหลัก และเป็นเจ็ดหลักในช่วงหลังปี 2510 ได้ไม่นานนัก การเพิ่มหลักประจำหมายเลขก็ทำง่ายๆ ในช่วงเพิ่มจากห้าหลักเป็นหกหลักก็เติมเลข 2 ลงไปข้างหน้า ครั้นจะเพิ่มเป็นเจ็ดหลักก็เพิ่มเลขศูนย์เติมเข้าไปเท่านั้นเอง
ยุคแรกของโทรศัพท์เคลื่อนที่เกิดขึ้นช่วงปี 2537 โทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคนั้นมีขนาดใหญ่โตจนต้องใส่ตะกร้าหวายหิ้วติดตัวไปไหนมาไหน ก่อนที่จะปรับปรุงขนาดให้เล็กลง จนเป็นแบบที่เรียกว่ากระดูกหมาจอแดงและจอเขียว และตามมาด้วยเครื่องโทรศัพท์ขนาดเล็กลงเรื่อยๆ
ปัจจุบันนี้โทรศัพท์เคลื่อนที่พัฒนาทั้งความสะดวกในการใช้งาน และค่าบริการที่ถูกลงและเลือกได้ตามวัตถุประสงค์ ทำให้เครื่องรับโทรศัพท์ในปัจจุบันนี้ มีขีดความสามารถที่หลากหลาย สามารถรับชมโทรทัศน์ได้ สามารถเปิดฟังวิทยุคลื่นต่างๆ ได้ ถ่ายรูปได้จดบันทึกได้ทั้งเสียงและตัวอักษร แทนสมุดไดอารี่ที่จดบันทึกนัดหมายต่างๆ ได้ แถมยังเตือนความจำได้ตามเวลาที่ตั้งบันทึกเอาไว้อีกด้วย
พัฒนาการที่ก้าวหน้าของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้โทรศัพท์พื้นฐานเสื่อมความนิยมลงไปมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์พื้นฐานในรูปแบบโทรศัพท์สาธารณะ ที่ปัจจุบันนี้มีคนใช้บริการน้อยลงมาก จนเกือบจะล้มหายตายจากไปเหมือนกับจดหมายและโทรเลข
ปัจจุบันนี้โทรศัพท์พกพาเคลื่อนที่มีอิทธิพลต่อชีวิตของคนทั้งโลก เพราะสามารถกระทำเรื่องราวต่างๆ ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเบิกเงินถอนเงินจากธนาคาร แม้กระทั่งการโอนเงินให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่มีบัญชีกับธนาคารใดก็ตามโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ทำได้แม้กระทั่งการส่งเอกสารด้วยระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ สามารถตรวจสอบข่าวสารรอบโลกได้ โดยไม่ต้องเปิดหนังสือพิมพ์ออกมาอ่าน
โทรศัพท์เคลื่อนที่จึงก้าวขึ้นมาเป็นปัจจัยที่ห้าของผู้คน แทนที่รถยนต์ซึ่งเคยครองตำแหน่งปัจจัยที่ห้ามาก่อน เพราะคนยุคปัจจุบันยอมที่จะจ่ายเงิน เพื่อครอบครองโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก่อนที่จะจ่ายเงินเพื่อมีรถยนต์ไว้ใช้งาน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะโทรศัพท์เคลื่อนที่มีราคาค่าตัวน้อยกว่ารถยนต์หลายเท่า
แต่หากต้องการมีโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุด หรือพูดแบบทันสมัยก็ต้องบอกว่า ต้องการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเศรษฐกิจพอเพียงเท่านั้น ก็ควรที่จะเลือกซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีขีดความสามารถในการทำงานสูงสุด ในระบบโทรศัพท์เพื่อการติดต่อกันและกันเท่านั้น
ส่วนความสามารถอื่นๆ เช่น การส่งข้อมูลข่าวสารในระบบภาพและเสียง ความสามารถในการชมโทรทัศน์ หรือฟังวิทยุผ่านเครื่องรับโทรศัพท์ได้ ล้วนแต่เป็นความสิ้นเปลือง กับเทคโนโลยีที่มีโอกาสได้ใช้น้อย แต่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้นโดยใช่เหตุเท่านั้นเองครับ
พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ



