ข่าว

ประยุทธ์ชี้ควรด่ามือระเบิดแย่-ติงอย่าตำหนิจนท.

ประยุทธ์ชี้ควรด่ามือระเบิดแย่-ติงอย่าตำหนิจนท.

06 ต.ค. 2553

“ประยุทธ์” ติงบึ้ม อย่าตำหนิ จนท.ก่อน ชี้ควรด่ามือบึ้มแย่ เผยรับปากเตรียมเยี่ยมเหยื่อแดง แนะอย่าร่วมชุมนุม อันตรายแดงใช้อาวุธ แม่ทัพภาคที่ 4 เผยยังไม่ได้รับการประสานงานจากหน่วยใด ตรวจสอบป้ายรถยนต์ส่วนบุคคล จ.นราธิวาส หลังเกิดเหตุระเบิดแมนชั่นฯที่กรุงเทพฯ

(6ต.ค.)พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการป้องกันการเกิดเหตุระเบิดว่า เรามีมาตรการในเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งทางผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.)ได้สั่งการไว้แล้ว คงมีการปรับมาตรการเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามต้องขอความร่วมมือจากประชาชนว่าต้องช่วยกัน หากมีระเบิดเกิดขึ้นสิ่งแรกที่เราสัมผัส คือ เจ้าหน้าที่ไม่ได้เรื่อง ซึ่งความจริงน่าจะเกิดจากคนทำที่ไม่ได้เรื่องก่อน ใครที่ทำถือว่าแย่ ไม่น่าจะทำ ใครที่อยากจะให้คำแนะนำเจ้าหน้าที่ก็สามารถทำได้แล้วจะนำไปพิจารณา แต่การมาตำหนิเจ้าหน้าที่เสียก่อนตั้งแต่ต้นเป็นใครก็แย่ ส่วนกรณีระเบิดที่เกิดขึ้นที่อาคารสมานเมตตาแมนชั่น หมู่บ้านทิพย์สุวรรณ บางบัวทองนั้น ต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ในฐานะศอฉ.เราได้ติดตามกำกับดูแลไปแล้ว ซึ่งยังเปิดเผยไม่ได้จนกว่าจะทราบว่าใครเป็นผู้กระทำความผิด

 เมื่อถามว่าท่านจะเดินทางไปพบกับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระชับพื้นที่ของทหารในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มต่างๆได้มีการติดต่อประสานงานมายังกองทัพบกว่าต้องการความช่วยเหลือและอยากให้กองทัพบกเข้าไปดูแลพูดคุยบ้าง ซึ่งเราก็รับปากว่าจะจัดคนไปดูแลเยี่ยมเยียน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราไปทำอะไรให้ใครบาดเจ็บล้มตาย เพราะเราไม่เคยสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำอย่างนั้น ดังนั้นเราต้องไปทำความเข้าใจกับคนเหล่านั้นว่าการเข้าไปชุมนุมมีความอันตราย โดยเฉพาะการชุมนุมที่ฝ่ายหนึ่งมีอาวุธ ดังนั้นต่อไปก็อย่าเข้าร่วมชุมนุมอีก ยกเว้นเป็นการชุมนุมโดยบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้ามีอาวุธก็ต้องมีความเดิอดร้อนแน่นอน ทั้งนี้ตนไม่สามารถยอมรับได้ว่าเจ้าหน้าที่เป็นคนทำ ต้องปล่อยให้มีการพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะผู้บังคับบัญชาไม่เคยสั่งให้ไปทำร้ายประชาชน ไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ตาม

แม่ทัพภาคที่4เชื่อบึ้มแมนชั่นที่กรุงเทพฯไม่เชื่อมโยงใต้

 จากเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น กรณีมีรถส่วนบุคคลติดป้ายทะเบียน จ.นราธิวาส  มีส่วนเกี่ยวข้องกับสองสามีภรรยา ที่เช่าห้องพักที่เกิดเหตุนั้นล่าสุด พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4  กล่ววว่า ยังไม่มีการประสานเพื่อตรวจสอบป้ายทะเบียนรถดังกล่าว

             " ยังไม่มีการประสานจากหน่วยงานในพื้นที่ กรณีให้มีการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถยนต์ส่วนบุคคล ที่ถูกระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด หรือไม่ และยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้"พล.ท.อุดมชัย กล่าวและว่า

 อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์คิดว่าไม่น่าจะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  เพราะจุดที่เกิดเหตุนั้นไม่ได้เป็นย่านที่คนจากพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเข้าไปพักในพื้นที่ดังกล่าว  ซึ่งย่านที่พักของคนจาก 3 จังหวัดภาคใต้ เวลาที่เขาขึ้นไปกรุงเทพฯเขาจะมีย่านที่เป็นชุมชนของเขาอยู่  จึงไม่น่าจะเกี่ยวกัน

"โฆษกฯสตช." ชี้ตร.เร่งขยายผลเหตุบึ้มแมนชั่น

 พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ช่วงเจาะข่าวเด่น ถึงความคืบหน้าเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น อ.บางบังทอง ว่า ขณะนี้หลักฐานมีพอสมควรกำลังเชื่อมโยงบุคคลอื่น โดยทีมสืบสวนกำลังลงพื้นที่บ้านเกิด บ้านภรรยาของนายสมัย วงษ์สุวรรณ และน่าเชื่อว่าศพที่พบล่าสุดเป็นนายสมัย แต่ตอนนี้ชิ้นส่วนที่เจอคือหน้าอกและหน้าไหม้หมด ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นใคร จึงต้องไปตรวจDNA คาดว่าใช้เวลาวัน2 วัน คงรู้ว่าใช่นายสมัยหรือไม่ ส่วนอีก 2 ศพเป็นผู้เช่าห้องติดกับห้องที่เกิดเหตุ และอีก 1 ศพก็เป็นผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับนายสมัย เบื้องต้นห้อง 202 ที่นายสมัยเช่าอยู่เสียหายทั้ง 6 ด้าน นายสมัยยังมีคดีติดตัวคือคดีพยายามฆ่าด้วยวัตถุระเบิดที่เชียงใหม่ด้วย

 "ศูนย์บริหารวิกฤตการณ์ร้ายแรง ที่รวบรวมข้อมูลเหตุระเบิด ก็ได้ทำงานทั้งคืนเมื่อคืนนี้ เพื่อติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง เปรียบเทียบกับเหตุอื่นๆ เบื้องต้นยืนยันว่าเชื่อมโยง 4 จุดคือ นางเลิ้ง โรงเรียนสันติราษฎร์ ลานจอดรถเดอะมอลล์งามวงศ์วาน กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งขณะนี้กำกับสืบติดตามผู้ที่เกี่ยวข้อง ผบ.ตร.ก็ได้มอบหมายการสืบสวนเรื่องนี้ไปด้วย และจะขยายผลไปที่จุดอื่นๆ แต่ก็ไม่สามารถจะยืนยันได้ แต่ที่เหมือนกันเป๊ะๆคือ 4 จุดนี้" พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าว

 สำหรับการรักษาความปลอดภัย พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้การตั้งด่านตรวจสกัด จุดเฝ้าระวังพิเศษก็ยังทำไป แต่ขยายเรื่องการฝึกซ้อม-เฝ้าระวัง ประมาณ 7-15 วัน ส่วนการตรวจสอบจุดเฝ้าระวังพิเศษก็ได้ทำอย่างเข้มงวด รวมถึงการประสานไปถึงอุปกรณ์ในพื้นที่โดยเฉพาะกล้องวงจรปิด ได้สั่งปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ และเพิ่มความถี่ในการแวะจุดตรวจด้วย