
กทม.ยาหอมเทศกิจแบ่ง50-50ค่าปรับสำรวจป้ายเถื่อน
"ธีระชน" ยาหอมชูมาตรการใหม่ล่อใจเทศกิจกินบนโต๊ะ 50-50 สั่งสำรวจป้ายเถื่อนก่อนเรียกเจ้าของมาปรับอัตราสูงสุดที่กม.กำหนด 50,000 บาท
(6ต.ค.)นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับและติดตามงานด้านเทศกิจพร้อมมอบนโยบายและแผนการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2554 แก่ผู้บริหารสำนักเทศกิจและหัวหน้าฝ่ายเทศกิจประจำสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ว่า ได้มอบนโยบายโดยมุ่งเน้น 5 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ค้าที่กระทำการฝ่าฝืนตั้งแผงค้านอกจุดผ่อนผันหรือจุดที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติเป็นจุดผ่อนผันให้ทำการค้าตามมติร่วมของกทม.และกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) โดยจากนี้เป็นต้นไปกทม.ไม่มีนโยบายที่จะให้มีการขยายพื้นที่จุดผ่อนผันเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่มีอยู่อีกแล้ว
ขณะเดียวกัน ในส่วนของพื้นที่ทำการค้าบนจุดผ่อนผันเจ้าหน้าที่จะต้องกวดขันไม่ให้ผู้ค้าตั้งวางแผงค้าหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการรุกล้ำพื้นผิวการจราจรอันอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรบนท้องถนนอย่างเด็ดขาดและต้องเว้นช่องทางเดินบนทางเท้าให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาตลอดจนเจ้าของอาคารบ้านเรือนที่อยู่ติดกับจุดผ่อนผันสามารถผ่านเข้าออกได้โดยสะดวกด้วย หากพบมีการฝ่าฝืนหรือได้รับการร้องเรียนเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที
นายธีระชน กล่าวว่า การจัดระเบียบป้ายโฆษณาและการกวดขันเอาผิดกับเจ้าของป้ายที่ติดตั้งในที่สาธารณะซึ่งผิดกฎหมายหรือไม่ยอมจ่ายภาษีป้าย ซึ่งภายในระยะเวลา 2 เดือนนับจากนี้เจ้าหน้าที่เทศกิจจะเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบถ่ายภาพเป็นหลักฐานและติดตามตัวเจ้าของเพื่อให้รื้อถอนหรือจ่ายภาษีทันที หากยังพบว่ามีการฝ่าฝืนจะนำสติ๊กเกอร์ข้อความบ่งบอกว่าเจ้าของป้ายโฆษณาไม่ยอมจ่ายภาษีให้แก่รัฐหรือจงใจทำผิดกฎหมายจะแจ้งข้อกล่าวหาและเปรียบเทียบปรับตามกฎหมายภายใต้นโยบายใหม่คือคิดค่าปรับสูงสุดเท่าที่กฎหมายกำหนดไว้ ทั้งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ภาษีป้าย ที่กำหนดอัตราโทษปรับไว้ที่ 5,000-50,000 บาท และพ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ที่กำหนดอัตราโทษไว้ที่ 2,000-5,000 บาท
รวมถึงการเดินหน้ามาตรการทิ้ง-จับ-ปรับอย่างเต็มที่ โดยให้สำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.)และกองประชาสัมพันธ์ กทม. ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ตามจุดต่าง ๆ โดยเฉพาะตามตอม่อทางด่วนและสะพานต่างๆ ทั่วพื้นที่ให้ประชาชนรับทราบว่ากทม.จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.54 เป็นต้นไป โดยจะคิดค่าปรับสูงสุด 1,000 บาท กรณีพบผู้จงใจฝ่าฝืนทิ้งขยะในที่สาธารณะ ส่วนกรณีที่เป็นเด็ก เยาวชน หรือนักท่องเที่ยวให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจลดหย่อนตามสมควรเนื่องจากกฎหมายกำหนดอัตราไว้ที่ 100-1,000 บาท
นอกจากนี้ยังได้ติดตามการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนและนกพิราบในพื้นที่กทม. พบว่าแม้จะลดจำนวนลงไปมาก แต่ยังคงมีให้พบเห็นหรือได้รับการร้องเรียนเข้ามาเป็นระยะ ๆ จึงได้สั่งการให้ทุกเขตเร่งลงพื้นที่สำรวจตรวจสอบก่อนดำเนินการในจุดที่มีเป็นจำนวนมากก่อน ส่วนเรื่องช้างขณะนี้สำนักเทศกิจกำลังอยู่ระหว่างการร่างมาตรการต่อเนื่องหลังการประกาศบังคับใช้ข้อบัญญัติควบคุมการนำช้างเข้ามาหารายได้ในกทม.ไปก่อนหน้านี้
"ในส่วนของมาตรการและนโยบายการบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ ที่ผมได้ให้กับสำนักเทศกิจและเจ้าหน้าที่เทศกิจทุกนายไปนั้นถือเป็นมาตรการสร้างกระแสการทำหน้าที่ตามหลักธรรมมาภิบาล แก้ไขปัญหาการทุจริต การเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนเข้ามาเป็นระยะ ๆ ส่งผลให้ภาพลักษณ์เจ้าหน้าที่เทศกิจกทม.อยู่ในแง่ลบมาตลอด ซึ่งการจูงใจด้วยการแบ่งส่วนแบ่งเงินค่าปรับให้แก่เจ้าหน้าที่ร้อยละ 50 หรือครึ่งหนึ่งและการเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดเป็นความพยายามในการนำเงินนอกระบบให้เข้ามาสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่ดีอีกทางหนึ่งในการแก้ปัญหาดังกล่าว "



