ข่าว

นับถอยหลังไหลเรือไฟ
เทศกาลดึงรายได้เข้านครพนม

นับถอยหลังไหลเรือไฟ เทศกาลดึงรายได้เข้านครพนม

07 ต.ค. 2553

งานประเพณีไหลเรือไฟเป็นงานบุญออกพรรษาที่ยิ่งใหญ่ของ จ.นครพนมซึ่งจัดขึ้นทุกปี เพื่อเป็นพุทธบูชาสายน้ำโขงและบูชาพญานาคตามความเชื่อของชุมชนพื้นเมืองริมฝั่งสายน้ำโขงทั้งไทยและลาว เดิมทีเดียวนั้น เรือไฟโบราณรุ่นแรกผลิตจากโครงไม้ไผ่ขนาดเล็ก ใช้ต้นกล้วยตัดเป็นทุ

  ทั้งนี้ งานประเพณีไหลเรือไฟนครพนมมีจุดเริ่มต้นนับตั้งแต่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแผนที่จะเผยแพร่การท่องเที่ยวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยการขอให้แต่ละจังหวัดส่งจุดเด่นด้านการท่องเที่ยว เพื่อนำไปสู่การเผยแพร่ ปรากฏว่าทุกจังหวัดตามแนวลำน้ำโขงส่งการแข่งเรือยาวในลำน้ำโขงทั้งหมด ทางททท.จึงเสนอให้เปลี่ยนเพราะจะเป็นเหมือนกันทุกจังหวัด

 ทาง จ.นครพนม จึงส่งงานประเพณีไหลเรือไฟให้ททท.พิจารณา และได้รับการสนับสนุน จึงเป็นที่มาของงานประเพณีไหลเรือไฟที่จัดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2527   ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศหลั่งไหลมาชมเรือไฟประติมากรรมโครงไม้ไผ่ และไฟตะเกียงดวงน้อยนับหมื่นดวงส่องประกายเป็นสัญลักษณ์ต่างๆ ลอยล่องกลายสายน้ำโขง

 สำหรับงานประเพณีไหลเรือไฟ ในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-24 ตุลาคม โดยคืนวันที่ 23 ตุลาคม จะเป็นคืนไหลเรือไฟ ความน่าสนใจของการจัดงานในปีนี้ก็คือ การรวมเอา 3 งานใหญ่มาจัดในวันเดียวกันคือ งานไหลเรือไฟ งานกาชาด และงานวันอาหารโลกงานใหญ่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดนครพนมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ)

 "งานไหลเรือไฟปีนี้ได้วางแนวทางชูจุดขายท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวที่ จ.นครพนม ทั้ง 7 วัน 7 คืน ไม่ใช่แต่ว่าจะขายแต่คืนวันไหลเรือไฟอย่างเดียวแล้วก็จบ แต่ละหน่วยงานไม่ว่า เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ภาครัฐเอกชนตลอดจนประชาชน จะช่วยกันค้นคิดจัดกิจกรรมพื้นเมือง โดยใช้ถนนสุนทรวิจิตรเลียบฝั่งแม่น้ำโขง เป็นจุดขายดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มานครพนม

 มีกิจกรรมพื้นเมืองสะท้อนวิถีชีวิตชน 7 เผ่า ให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาในตอนกลางวันได้ชม เช่น ประชาชนแต่ละอำเภอช่วยกันมัดทำโครงเรือไฟไม้ไผ่สูงเท่าตึก 3-4 ชั้น สิ่งเหล่านี้เองจะเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามานครพนม นอกจากนี้ทางสภาวัฒนธรรมได้จัดทำชุมชนพื้นเมือง ปลูกบ้านเรือนแบบโบราณและการแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนพื้นเมืองให้ชมกัน และทุกคืนก็จะมีการไหลเรือไฟให้ชมวันละลำ รวมทั้งเรือไฟโบราณพร้อมกับกระทงสาย" ยงยุทธ นุกิจรังสรรค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ระบุ

 นิวัติ เจียวิริยะบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม กล่าวว่า กิจกรรมของเทศบาลที่จะเสริมบรรยากาศท่องเที่ยวช่วงไหลเรือไฟมีหลายด้าน เช่น ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคมนี้ มีการแข่งขันเรือยาวไทย-ลาวในลำน้ำโขงชิงแชมป์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือพร้อมโล่พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

 นอกจากนี้ยังมีการแห่เรือไฟบกและเรือไฟโบราณ โดยจุดขายท่องเที่ยวจะเน้นขายบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำโขง ขณะที่ในลำน้ำโขงมีเรือสำราญให้นักท่องเที่ยวล่องโขงชมบรรยากาศริมฝั่ง เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะประทับใจแน่นอนเมื่อมาเยือนนครพนมในช่วงงานไหลเรือไฟ 

 วิชุกร กุหลาบศรี ผู้อำนวยการ ททท.เขต 4 นครพนม เปิดเผยว่า แผนโปรโมทการท่องเที่ยวจะเน้นใน 3 จังหวัดคือ นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร ด้วยการขายโปรแกรมท่องเที่ยวลักษณะเป็นแพ็กเกจนำข้อมูลเสนอต่อบริษัททัวร์ เช่นสกลนคร มุกดาหาร จะมีการแข่งเรือยาวแห่ปราสาทผึ้ง ส่วนนครพนมมีไหลเรือไฟ

 "งานประเพณีไหลเรือไฟ จะส่งผลดีแก่ธุรกิจในจังหวัดหลายด้านตั้งแต่ร้านอาหาร ที่พัก ฯลฯ ชาวบ้านก็จะมีรายได้จากการขายสินค้าพื้นเมือง คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท ตลอดการจัดงาน" วิชุกร ระบุ

 ขณะที่ สุรัตน์ บัววัน นายกสมาคมโรงแรมภาคอีสาน ประธานกรรมการผู้จัดการโรงแรมนครพนมริเวอร์วิว โรงแรมระดับ 5 ดาว กล่าวว่า ช่วงจัดงานไหลเรือไฟยอดจองห้องพักเต็มหมด โดยเฉพาะในคืนไหลเรือไฟ โรงแรมอื่นก็เช่นกันที่อยู่ตามแนวลำน้ำโขง ในคืนไหลเรือไฟถือว่ายากมากสำหรับนักท่องเที่ยว ที่จะมาใช้บริการห้องพัก เพราะยอดจองเต็มหมด

 นี่คือความเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในลำน้ำโขง

"ชาญยุทธ โคตรธรรม "