ข่าว

ห่วงอีก3เดือนเอสเอ็มอีเจ๊งเพียบอ่วมพิษบาทแข็ง-ธปท.รับศึกษามาตรการอยู่

ห่วงอีก3เดือนเอสเอ็มอีเจ๊งเพียบอ่วมพิษบาทแข็ง-ธปท.รับศึกษามาตรการอยู่

06 ต.ค. 2553

ธปท.ยันออกมาตรการดูแลบาทแข็งต้องรอบคอบ ยอมรับอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางจากต่างประเทศ แต่ต้องใช้เวลา ด้านพาณิชย์ห่วงปล่อยบาทแข็งอีก 3 เดือนข้างหน้า เอสเอ็มอีต้องปิดตัวเพียบ ขณะที่ 8 สมาคมยื่นหนังสือร้องขอความช่วยเหลือ

 น.ส.วงษ์วธู โพธิรัชต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตลาดการเงินและบริหารเงินสำรอง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างการศึกษามาตรการที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน แต่ต้องใช้เวลาในการพิจารณาในรอบคอบ ประกอบกับในช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างผู้ว่าการ ธปท.คนเก่าและคนใหม่ อย่างไรก็ตาม การที่จะออกมาตรการที่สำคัญๆ นั้น จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะมีทั้งผู้ได้และเสียประโยชน์ ซึ่งยอมรับว่าตอนนี้มีหลายประเทศมีนโยบายที่จะออกมาตรการมาเพื่อดูแลค่าเงินกันมากขึ้น

 สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทนั้น น.ส.วงษ์วธูกล่าวว่า ล่าสุดแข็งค่าขึ้นในระดับ 10% เมื่อเทียบช่วงต้นปี โดยถือเป็นระดับที่ยังต่ำกว่าประเทศอื่น เช่น มาเลเซียที่แข็งค่าในระดับ 11% ขณะที่ญี่ปุ่นก็แข็งค่าในระดับ 10%เศษ ส่วนค่าความผันผวนของเงินบาทก็ยังอยู่ในระดับปานกลางที่ 3-4%

 น.ส.วงษ์วธูกล่าวถึงการศึกษามาตรการเพื่อดูแลค่าเงินบาทว่า ที่ผ่านมา ธปท.ได้ศึกษาแนวทางจากมาตรการของประเทศอื่นๆ ในหลายๆ ประเทศ รวมไปถึงมาตรการเก่าที่ประเทศไทยเคยใช้มาก่อน

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะนำกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี ไปพบกับนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อให้ชี้แจงปัญหาค่าเงินบาทแข็งโดยตรง เพราะหากไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายใน 3 เดือนข้างหน้า อาจจะมีเอสเอ็มอีจำนวนมากต้องปิดตัวลงไป เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนจากค่าเงินบาท และราคาไม่สามารถแข่งขันได้จากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก

 “อะไรที่กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการให้ได้ ก็ได้เร่งรัดสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดูแลแล้ว โดยเฉพาะการลดต้นทุนให้แก่เอสเอ็มอีและนำผู้ประกอบการไปบุกเจาะตลาด เพื่อสร้างโอกาสในการขยายการส่งออก” นางพรทิวากล่าว

 ทั้งนี้ กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจาก 8 สมาคม ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอให้ช่วยบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการ โดยขอให้ช่วยเหลือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้วยเงื่อนไขที่ง่ายขึ้นและอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ผ่านการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ส่งออกวงเงิน 5,000 ล้านบาท ให้เอสเอ็มอีแบงก์เป็นผู้ทำหน้าที่ให้กู้ยืม มีบสย.ทำหน้าที่ค้ำประกันเงินกู้ และให้องค์กรเอกชนทำหน้าที่กลั่นกรองให้แก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เป็นต้น