
ตั้งรัฐบาลใหม่-แผนขุดบ่อล่อปลา
ฝุ่นการเมืองกลับมาตลบอีกครั้ง เพื่อเตรียมหาทางออกกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่งวดเข้ามาแล้ว ซึ่งไม่น่าจะเกินเดือนพฤศจิกายนนี้ จนทำให้กลุ่มก้อนการเมืองต่างออกมาเดินเกมคิดสูตรในการจัดตั้งรัฐบาล หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง และเพื่อรับมือกับแผนปรองดองที่จะเ
การออกมาเสนอสูตรการเมือง ถือเป็นเกมหนึ่งของกลุ่มก้อนการเมืองในการวิ่งต่อรองหาผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุด โดยไปอิงกับคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีส.ส.172 เสียง
หากศาลตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์จริง อดีตกรรมการบริหารพรรครวมถึง "นายกรัฐมนตรี" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็จะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองด้วย และอาจจะทำให้เสียงของประชาธิปัตย์หายไปทันที 24 เสียง
ปัจจุบันรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์มีเสียงทั้งหมด 274 เสียง ประกอบด้วยพรรคภูมิใจไทย 32 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 25 เสียง พรรครวมชาติพัฒนา 9 เสียง พรรคเพื่อแผ่นดิน 32 เสียง พรรคกิจสังคม 5 พรรคมาตุภูมิ 3 และกลุ่มส.ส.ที่ซุกในพรรคเพื่อไทยอีก 8-10 เสียง
หากประชาธิปัตย์ถูกยุบจริง จะเหลือเพียง 148 เสียง เมื่อบวกกับภูมิใจไทย และกลุ่มส.ส.ที่ฝากเลี้ยงไว้ในพรรคอื่นๆ จะเท่ากับ 190 เสียง
ซึ่งถือว่าไม่เกินกึ่งหนึ่งของสภาคือ 237 เสียง ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลจึงกลายเป็นตัวแปรสำคัญในเกมพลิกขั้วรัฐบาลอีกครั้ง เพราะพรรคเพื่อไทยมีส.ส. 189 เสียง บวกกับประชาราช อีก 8 เสียงเป็น 197 เสียง จึงถือว่าสูสีกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์
เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองไม่แน่นอน บวกกับเกมชิงไหวชิงพริบทางการเมือง ซึ่งแต่ละพรรคต่างออกมาโหนกระแสปรองดอง เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการเข้ากุมอำนาจรัฐอีกครั้ง จึงทำให้กลุ่มก้อนการเมืองต่างออกมาวิ่งจับขั้ว กันในช่วงนี้
จนนำไปสู่สารพัดสูตรการเมือง โดยล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของ "ทักษิณ ชินวัตร" ได้ทาบทาม "พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์" รองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เข้ามาร่วมทำงานกับพรรคเพื่อไทย ส่วนจะถึงขั้นดันไปนั่ง "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" คงเป็นไปได้ยาก
เพราะทั้ง "เสธ.หนั่น" และ "แกนนำในพรรคเพื่อไทย" ประสานเสียง เป็นไปไม่ได้ แกนนำในเพื่อไทยที่ทุ่มเททำงานให้พรรคแย่งกันเป็นหัวหน้ายังขัดแข้งขัดขากันวุ่นวาย สุดท้ายต้องให้ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ กลับมาเป็นหัวหน้าแก้ปัญหาในพรรค เรื่องเอาคนนอกพรรคมาเป็นตัดทิ้งไปได้เลย
แต่ถ้าเป็นเกมขุดบ่อล่อปลาให้พรรคร่วมเทเสียงมาสนับสนุน "เพื่อไทย" เป็นรัฐบาลมีความเป็นไปได้สูง
ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย จนเกิดกระแสข่าวเสี้ยมเขี่ยพรรคภูมิใจไทยพ้นคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งดึงเอาพรรคเพื่อแผ่นดินเข้ามาเสียบแทน
ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนา ก็เร่งเดินสายจับมือกับกลุ่ม 3 พี คือ "พินิจ จารุสมบัติ- ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และไพโรจน์ สุวรรณฉวี" ผู้อยู่เบื้องหลังพรรคเพื่อแผ่นดิน ในการตั้งรัฐบาลใหม่ หากพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ
โดยอาศัยช่วงสุญญากาศระหว่างที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หาพรรคใหม่สังกัด "พรรคเพื่อไทย-ชาติไทยพัฒนา-เพื่อแผ่นดิน" จะจับมือกันโหวตเลือก "นายกรัฐมนตรี" ก่อนจัดตั้งรัฐบาล
ซึ่งสูตรนี้ผ่านความเห็นชอบจาก "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหากจะให้ "พล.ต.สนั่น" เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ขัดข้อง
อย่างไรก็ตาม "สูตรตั้งรัฐบาลใหม่" โดยการจับมือของ 3 พรรค "เพื่อไทย-ชาติไทยพัฒนา-เพื่อแผ่นดิน" น่าจะมีความเป็นไปได้สูง เมื่อเปรียบเทียบกับสูตรรัฐบาล 2 พรรค "เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์"
เพราะสูตรรัฐบาล 2 พรรค ถือเป็นสูตรฆ่า "เพื่อไทย" ทางการเมือง ฐานคะแนนเสียงของพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานย่อมคัดค้านอย่างแน่นอน
เพราะคนเหล่านั้นจะคิดว่าการต่อสู้ที่ผ่านมาถือว่าสูญเปล่า !
เมื่อถามความเห็นจากแกนนำใน "พรรคเพื่อไทย" เกี่ยวกับรัฐบาล 2 พรรค มีคำถามกลับมาว่า คิดว่าพรรคเพื่อไทยต้องการเป็นรัฐบาลระยะสั้นเพียงแค่ปลายปี 2554 หรือ? เลือกตั้งใหม่จะไปตอบคำถามกับประชาชนในพื้นที่อย่างไร
ขณะนี้ "พรรคเพื่อไทย" อยู่ได้ เพราะมีมวลชนให้การสนับสนุน จึงต้องแคร์ความรู้สึกของประชาชน
ขนาดแนวคิดของ "ปลอดประสพ สุรัสวดี" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ขุด "แผนปรองดองเฟส 2" เตรียมนำสมาชิกพรรคบางส่วนเข้าหารือกับ "นายกรัฐมนตรี" ยังถูกสมาชิกพรรครุมสับขับไล่ให้พ้นจากตำแหน่ง
ดังนั้น แนวความคิดตั้งรัฐบาล 2 พรรคใหญ่ล้มไปได้เลย ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ !
ไม่ว่าสูตรการเมืองจะออกมารูปแบบไหน อย่างไร ความเคลื่อนไหวของกลุ่มก้อนการเมืองในช่วงนี้จึงเป็นเพียงเกมในการสร้างกระแส และปั่นมูลค่าหุ้น เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเท่านั้น
ณยา จิตตานนท์ / บัญชา แข็งขัน



