
ธ.ก.ส.ทุ่ม2.5หมื่นล้านอุ้มลูกหนี้ปล่อยกู้-ทำประกันฟรี-รัฐหนุนบสย.ช่วยอีกแรง
รัฐควักกระเป๋าเอาใจเกษตรกร ธ.ก.ส.เตรียมวงเงิน 2.5 หมื่นล้าน ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ชั้นดี ปล่อยกู้ฉุกเฉินและประกอบอาชีพ คิดดอกเบี้ยต่ำ 6.7%ต่อปี พร้อมทำประกันชีวิตให้ฟรีรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ครม.อนุมัติแก้มติให้ บสย.เข้าช่วยลูกหนี้ ธ.ก.ส.ได้อีกทาง
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้ออกมาตรการเสริมเพื่อดูแลลูกค้าชั้นดีเพื่อให้รางวัลในการรักษาประวัติการชำระหนี้ที่ดีไว้ อีกทั้งถือเป็นการดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึง โดยปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ใช้มาตรการดังกล่าว และจะใช้ต่อเนื่องไปทุกปี แม้จะทำให้ธ.ก.ส.มีภาระรายจ่ายเพิ่มขึ้น 750 ล้านบาทต่อปี แต่ก็ไม่กระทบผลการดำเนินงานของธนาคาร
สำหรับมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วยมาตรการด้านสินเชื่อ ได้เตรียมวงเงินไว้ 2.5 หมื่นล้านบาท เป็นวงเงินกู้ฉุกเฉิน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งลูกค้าขอกู้ได้รายละ 5 หมื่นบาท นำไปใช้ยามจำเป็นและช่วยลดปัญหาเงินกู้นอกระบบ และเป็นเงินกู้เพื่อการประกอบอาชีพ 1 หมื่นล้านบาท ลูกค้ากู้ได้รายละ 2 แสนบาท คิดดอกเบี้ย 6.7% ต่อปี และพิเศษช่วง 3 เดือนแรกคิดดอกเบี้ย 0% ทั้งนี้ การให้สินเชื่อใหม่ยังขยายวงเงินเป็น 80% ของหลักทรัพย์ จากเดิมที่ให้ 50%
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการดูแลลูกค้า ในวงเงิน 120 ล้านบาท เป็นการสร้างความรู้ อบรมศึกษาดูงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางพัฒนาอาชีพ และมาตรการด้านสวัสดิการ โดยการจัดทำประกันชีวิตให้ลูกค้าทุกรายตามจำนวนที่เป็นหนี้แต่ไม่เกินรายละ 1 แสนบาท ซึ่งธ.ก.ส.จ่ายเบี้ยประกันให้ฟรีเพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัวกรณีเสียชีวิต ในส่วนนี้จะใช้เงินประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส.ยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เอ็นพีแอล โดยลดภาระหนี้สินให้ลูกหนี้ที่ค้างชำระไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ทุกสัญญา หากชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในคราวเดียวจะยกเว้นดอกเบี้ยปรับให้ 3% ต่อปีและลดดอกเบี้ยคงค้างให้อีก 50% ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2553 - 31 มีนาคม 2554 และเมื่อชำระหนี้เสร็จสามารถขอรับสินเชื่อใหม่ได้ตามปกติ
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแก้ไขมติครม. เพื่อให้บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สนับสนุนการดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ โดยให้บสย.สามารถเข้าไปจ่ายค่าประกันชดเชยให้แก่ลูกหนี้ ธ.ก.ส.ได้ และครม.ยังมีมติให้แก้ไขการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันของบสย. จากเดิมที่กำหนดให้บสย.ลดค่าธรรมเนียมค้ำประกันลงจาก 2-2.75% ของวงเงินค้ำประกันระยะแรก โดยจะมีการปรับปรุงค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบการจัดทำโครงการไปรษณีย์เพื่อสินเชื่อรายย่อย ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เสนอ พร้อมให้กระทรวงการคลังหาแนวทางร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือปณท. และกระทรวงไอซีที เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้ชัดเจนรอบคอบแล้วจึงนำกลับมาเสนอให้ครม.เห็นชอบอีกครั้ง



