ข่าว

ธปท.ผ่อนเกณฑ์รับมือบาทแข็งชี้ช่วยลดต้นทุนเอกชน-แบงก์ชี้ไม่ลดแรงกดดัน

ธปท.ผ่อนเกณฑ์รับมือบาทแข็งชี้ช่วยลดต้นทุนเอกชน-แบงก์ชี้ไม่ลดแรงกดดัน

06 ต.ค. 2553

ธปท.ออกมาตรการรับเงินบาทแข็ง ผ่อนผันให้เอกชนชำระค่าสินค้าเป็นดอลลาร์ได้ ช่วยลดต้นทุนเพิ่มความคล่องตัว พร้อมผ่อนการยื่นเอกสารธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ แบงก์พาณิชย์มองไม่ช่วยสกัดเงินบาทแข็ง ด้านพาณิชย์ห่วงปล่อยอีก 3 เดือนเอสเอ็มอีรับมือไม่ไหว

 รายงานข่าวแจ้งว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการ เรื่องการผ่อนคลายหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ เพื่อให้ภาคเอกชนมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศมากขึ้น ประกอบด้วย 1.ผ่อนผันให้บริษัทในประเทศที่มีแหล่งเงินได้ค่าสินค้าหรือบริการจากต่างประเทศ โอนเงินตราต่างประเทศในบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการให้แก่บริษัทอื่นในประเทศได้ ซึ่งจะช่วยให้ภาคเอกชนสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น และช่วยลดต้นทุนการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

 2.ผ่อนผันการยื่นแบบการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศสำหรับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่มีจำนวนต่ำกว่า 5 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งผ่อนผันการยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมดังกล่าว โดยให้ยื่นเฉพาะเอกสารแจ้งวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม เพื่อช่วยลดภาระและต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการและธนาคารพาณิชย์ ส่งผลให้สามารถทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม เป็นต้นไป

 นายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้จัดการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มาตรการของ ธปท.ที่ออกมา เป็นมาตรการเพื่อลดต้นทุนในการบริหารจัดการให้แก่ผู้ประกอบการมากกว่าจะเป็นมาตรการเพื่อลดแรงกดดันในเรื่องค่าเงินที่แข็งค่าขึ้น เพราะดูแล้วไม่ได้เป็นมาตรการที่กระตุ้นหรือสนับสนุนให้คนมีความต้องการถือครองเงินสกุลดอลลาร์ที่มากขึ้น

 ด้านนายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการผ่อนคลายให้ผู้ประกอบการไม่ต้องรีบแปลงดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินบาท แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบกับความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทมากนัก

 นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะนำกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือเอสเอ็มอี เข้าพบนายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อให้ชี้แจงปัญหาค่าเงินบาทแข็งโดยตรง เพราะหากไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว คาดว่าภายใน 3 เดือนข้างหน้า อาจจะมีเอสเอ็มอีจำนวนมากต้องปิดตัวลงไป เนื่องจากประสบปัญหาขาดทุนจากค่าเงินบาท และราคาไม่สามารถแข่งขันได้จากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะสินค้าที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก