
เหยื่ออาชญากรรมในยุคปฏิรูปตำรวจ
มันเอาไปหมดเลย หญิงวัย 60 พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอเป็นอาสาสมัครทำหน้าที่ช่วยเหลืองานตำรวจในการป้องกันอาชญากรรม ผู้กำกับการสถานีตำรวจรีบเล่าต่อว่า ผมเองก็ยังอายเลย คนใกล้ตัวแท้ๆยังโดน อาชญากรรมลัก ชิง วิ่งราว เกิดขึ้นอย่างมากมายในแทบทุกพื้นที่ ผู้
นายตำรวจสรุปสาเหตุของการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่สอดคล้องตรงกันกับตำรวจคนอื่นๆ ว่า “ยาเสพติด” คือสาเหตุหลักสำคัญที่นำมาซึ่งการก่อคดีเกี่ยวกับทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ เหล่าบรรดานายตำรวจต่างมีข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งข้อมูลระดับปรากฏการณ์ ข้อมูลระดับลึก และข้อมูลระดับลึกมาก แต่ก็มิได้ทำให้ผลการจับกุม ปราบปราม กวาดล้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิผลจนกระทั่งทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น “ไล่ตามจับยังไงยังไงมันก็ไม่หมด” รองผู้บังคับการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทางออกในการแก้ไขปัญหาพร้อมอธิบายวิธีการโจรกรรมทรัพย์สินที่ได้รับรู้มาจากโจรในรูปแบบต่างๆ ที่ใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ง่ายดาย “พอจับมันมาได้ มันขอประกันตัว ในระหว่างประกันตัวอยู่นะ มันยังไปก่อคดีต่ออีกเลย มันให้เหตุผลว่าจะเอาเงินไปไว้สู้คดี” นอกเหนือจากการไม่รู้สำนึกผิดชอบชั่วดีแล้ว ผู้กระทำผิดยังมีความหวังที่เกิดขึ้นจากกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการช่วยเหลือผ่านการใช้เงินค่าตอบแทนในการสนนราคาให้กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมใช้ช่องว่างทางกฎหมายทำเรื่องผิดให้กลับกลายเป็นเรื่องถูกเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรับโทษจากการกระทำผิดของตนเองอีกด้วย เรียกได้ว่าในสังคมไทยปัจจุบันนั้นคนที่ทำชั่วแต่ก็ยังลอยนวลได้ถ้ามีเงิน
“ทางเดียวเท่านั้น ประชาชนต้องดูแลตนเอง” คำพูดของนายตำรวจอาจทำให้ผู้คนที่ไม่คุ้นเคยกับโลกอาชญากรรมและการทำงานของตำรวจเกิดอาการตกใจ งงงวย สงสัยว่าเพราะเหตุใดนายตำรวจใหญ่ถึงได้กล้าพูดเช่นนั้น? และอาจคิดเลยต่อไปว่า “แล้วสังคมไทยจะมีตำรวจไว้ทำอะไรเล่าเนี่ย”???
นายตำรวจใหญ่อธิบายความหมายคำพูดของตนเองว่า ในสังคมยุคปฏิรูปประเทศไทยหรือยุคปฏิรูปตำรวจนั้น สถานการณ์การแย่งชิงผลประโยชน์ การแย่งชิงอำนาจการมุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตนส่วนกลุ่มของตนเพื่อที่จะรักษาฐานอำนาจไว้ให้ได้นานที่สุดนั้นส่งผลต่อการส่งเสริมสนับสนุนให้ปัญหาอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ล้วนดำรงอยู่ทั้งสิ้น “ลองสังเกตดูสิว่าช่วงนี้มีตำรวจที่ไหนทำงาน ทุกคนพะวงอยู่กับการสอดส่ายสายตาว่าจะวิ่งไปทางไหนดีถึงจะได้อยู่ในตำแหน่งที่ตนเองอยากอยู่ ได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงสุด ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะต้องทำงานเพื่อให้ประชาอุ่นใจน่ะ ก็ตัวเองยังไม่อุ่นใจเลย จะไปสร้างความอุ่นใจให้ใครได้ ดังนั้น ทางออกคือ ประชาชนต้องช่วยตัวเอง ต้องดูแลตัวเอง อย่าเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานะของเหยื่ออาชญากรรม”
ในที่สุดแล้ว ทุกคนในสังคมไทยปัจจุบันล้วนตกเป็นเหยื่อของกับดักแห่งความลุ่มหลงในอำนาจ ในผลประโยชน์ แม้กระทั่งตำรวจไทยก็ยังเป็นเหยื่อ เป็นอาหารอันโอชะของความสัมพันธ์เชิงอำนาจและการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์นี้ ดิฉันไม่เคยพบเห็นความสุขแท้จากผู้ที่ร่ำรวยและมีอำนาจแต่ขาดซึ่งคุณธรรมเลยแม้เพียงครั้งเดียว จะต้องใช้เวลานานเพียงใดที่จะทำให้ผู้คนที่ทำงานเกี่ยวกับความยุติธรรมปฏิบัติงานอยู่บนการถักทอความสัมพันธ์ของความไว้วางใจ ความเชื่อใจ ความสงบ และสันติ หรือการมุ่งพิทักษ์ซึ่งความยุติธรรมให้เกิดขึ้นแก่ทุกคนในสังคม
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข



