ข่าว

นักวิชาการ-เอ็นจีโอรุมอัดกทม.แก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ยั่งยืน

นักวิชาการ-เอ็นจีโอรุมอัดกทม.แก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ยั่งยืน

05 ต.ค. 2553

“นักวิชาการ -เอ็นจีโอ” รุมอัด กทม. แก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ยั่งยืน “บางขุนเทียน” รับกรรมสุด ถูกปล่อยน้ำเสีย - แผ่นดินหาย ประกาศงดให้พื้นที่ปลูกป่าชายเลน “ดร.สมิทธ” ระบุหากน้ำเค็มหนุนถึงคลองประปา คนกรุงฯ ฆ่าเพื่อแย่งซื้อน้ำดื่ม

(5ต.ค.)ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้จัดสัมมนา เรื่อง "กรุงเทพนครใต้น้ำ" โดยมี นายสมิทธ ธรรมสโรช กรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อน นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร นายสมร เข่งสมุทร ผู้ใหญ่บ้าน จ.สมุทรปราการ น.ส.ปนัดดา ทัศศิริ ที่ปรึกษาเครือข่ายรักษ์ทะเลกรุงเทพและสิ่งแวดล้อมบางขุนเทียน นายสุรจิต ชิรเวทย์ ส.ว.สมุทรปราการ นายศุภชัย ตันติคมน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. เข้าร่วม โดยมีประชาชนเข้ารับฟังจำนวนหนึ่ง

 นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมที่แก้ไขไม่ได้เป็นเพราะกระทรวงที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้ดึงความร่วมมือจากประชาชนเข้ามาแก้ไขปัญหา สำหรับปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯปัจจุบัน พบว่าเกิดจากการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเร็วๆ นี้ตนและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะฟ้องร้องผู้บริหารสนามบินสุวรรณภูมิ แม้รู้ว่าในทางปฏิบัติจะหวังผลยาก เพราะเป็นโครงการของรัฐได้มีการก่อสร้างไปแล้ว อย่างไรก็ตามการฟ้องร้องดังกล่าวเพื่อต้องการให้รัฐบาลเข้ามารับผิดชอบนโยบายที่สร้างผลกระทบให้กับประชาชน

 ด้านนายสุรจิต กล่าวว่า ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งโดยเฉพาะชายฝั่งบางขุนเทียน เห็นได้ว่าที่ทำไม่สำเร็จ เป็นเพราะคนทำงานรู้จักการทุจริต คอรัปชั่น เช่น โครงสร้างไส้กรอกทราย ตอนแรกทุจริตไม่เป็นก็ใช้ทรายได้มาตรฐาน พอทำเป็นก็เปลี่ยนจากทราย มาเป็นดินลูกรัง อย่างไรก็ตามตนมองว่าการแก้ปัญหาของกทม. ไม่ถูกต้องเพราะไม่ได้สร้างเครือข่ายป้องกันน้ำท่วมในแนวนอน ด้วยการนำคลองในพื้นที่ต่างๆ มาเป็นส่วนช่วยป้องกันน้ำท่วม ปัจจุบันกทม.ได้สร้างประตูปิดตายตามคลองต่างๆ โดยไม่เข้าใจระบบหลักน้ำขึ้น น้ำลง ส่วนการสร้างคันกั้นน้ำเจ้าพระยา ตนมองว่าเป็นการสู้ศึกที่ไม่มีทางชนะ

 “วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่ตี 5 เป็นต้นไป ระดับน้ำขึ้นจะเป็นเปลี่ยนเป็นน้ำขึ้น 6 ชั่วโมงและลง 6 ชั่วโมง ดังนั้นกทม.ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างยั่งยืน ไม่ใช่คิดแก้ปัญหาแบบองค์รวมที่ต้องใช้เวลานานนับปีกว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง อย่างไรก็ตาม ผมสนับสนุนให้มีการรื้อระบบคลองที่ปิดตาย หรือทำผนังคลองจนทำให้น้ำเน่าเสีย” นายสุรจิต กล่าว

 นายสมิทธ กล่าวว่า ตนยืนยันว่ากทม.มีโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ประมาณ 0.50-1 เมตร เป็นเวลายาวนานอย่างแน่นอน เมื่อถึงวันนั้นระบบเศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยว เช่น วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งอนันตสมาคมจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน และที่สำคัญพื้นที่ที่ติดกับชายฝั่งทะเล อาทิ จ.สมุทรปราการ จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรสงคราม ที่พบว่ามีโรงงานกว่า 10,000 แห่งตั้งอยู่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และอาจจะเกิดภาวะคนตกงานนับ 100,000 คน อย่างไรก็ตามจากการไปสร้างอาคารรัฐสภาใหม่ พื้นที่เกียกกาย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตนรู้สึกเจ็บใจและไม่เข้าใจทำไมไม่เลือกสร้างที่สูงกว่านี้ เพราะมูลค่าการสร้างนับ 10,000 ล้านบาท สร้างเสร็จน้ำก็ท่วมพอดี

 “เรื่องน้ำท่วมที่ผมพูดไป ไม่มีใครเชื่อก็ไม่เป็นไร แต่หากผมตายผมจะเป็นผีมาหลอกพวกคุณ และที่สำคัญในอนาคตปัญหาน้ำทะเลหนุนสูงถึงจ.นนทุบรี จะเกิดขึ้นแต่หากน้ำทะเลหนุนไปถึงคลองประปา ผมเชื่อว่าวันนั้นคนกรุงเทพ 10 ล้านคนจะฆ่ากันตายเพราะแย่งซื้อน้ำจืด” นายสมิทธ กล่าว

 นายสมิทธ กล่าวอีกว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม. ต้องนำตัวอย่างในประเทศเวียดนาม และประเทศจีนมาใช้ กรณีที่สร้างเขื่อนเพื่อไม่ให้น้ำทะเลหนุน หรือ น้ำท่วมพื้นดิน ทั้งนี้ตนขอแนะนำให้กทม. ทำประตูระบายน้ำปิดปากอ่าวแม่น้ำ 4 อ่าว เช่น บางปะกง และสร้างแก้มลิงในพื้นที่กทม. ตนเชื่อว่าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมกทม. ได้อย่างแน่นอน

 ด้าน น.ส.ปนัดดา กล่าวว่า ที่ดินกทม.ในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ล่าสุดผืนดินหายไป 3,000 ไร่ หรือ 4.6 ตารางกิโลเมตร นอกจากผืนดินหายเพราะน้ำทะเลกัดเซาะแล้ว ชาวบ้านในพื้นที่ยังพบปัญหาหลากหลายๆ เช่น น้ำท่วมบ้าน น้ำเน่าเสีย เพราะพื้นที่บางขุนเทียนเป็นพื้นที่ทิ้งน้ำเสียของกทม. ภาคใต้จนสัตว์น้ำอยู่ไม่ได้ แต่ก็ยังนับว่าเป็นความโชคดีที่เมื่อมีน้ำเสียมาปูธรรมชาติก็หนีน้ำเสีย ขึ้นมาบนพื้นทำให้ประชาชนมีอาชีพจับปูขาย ส่วนการแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะของกทม. ล่าสุดที่ใช้วิธีปักไม่ไผ่ ก็อยู่ระหว่างการชะลอโครงการ เพราะไม้ไผ่ที่จัดซื้อนั้นผิดสเปค

 “ชาวบ้านที่รวมตัวต่อสู้ด้วยวิถีชีวิตชุมชน ตอนนี้คิดไปถึงเรื่องการทำป่าเทียม เพราะป่าเทียมนั้นทนลมและคลื่นทะเลแรงๆ ได้ อย่างไรก็ตามพื้นที่บางขุนเทียนขณะนี้ประกาศงดรับการปลูกป่าแล้ว แต่หากเป็นป่าเทียมเรายินดี” น.ส.ปนัดดา กล่าว

 ด้านนายศุภชัย กล่าวว่า เหตุที่พื้นที่กทม.ทรุดตัว เพราะมีเอกชนลักลอบสูบน้ำบาดาล ซึ่งล่าสุดทางรัฐบาลได้ใช้มาตรการจัดการแล้ว ดังนั้นที่คาดการณ์ว่าพื้นที่กทม.จะทรุดตัวถึง 100 เซนติเมตรในระยะเวลาอันใกล้ จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับการแก้ปัญหาน้ำท่วมมีโครงการทำระยะยาว อาทิ ปรับปรุงระบบท่อระบายน้ำ เป็นต้น