
ครม.ทราบสำรวจโครงการชุมชนพอเพียงค่าครองชีพขรก.
ครม.รับทราบผลสำรวจความเห็นโครงการชุมชนพอเพียง รับทราบผลสำรวจค่าครองชีพ ขรก.พลเรือนสามัญ สังกัด กพ. ระบุ ครอบครัวมีรายได้เฉลี่ย 43,650 /เดือน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 32,386 /เดือน หนี้สิน ร้อยละ 84.1 ส่วนใหญ่เพื่อที่อยู่อาศัย ซ่อมแซมยานพาหนะ ใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบร
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เเถลงมติครม. วันที่ 5 ต.ค.ว่า ครม.รับทราบข้อมูลผลสำรวจความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโครงการชุมชนพอเพียง พ.ศ. 2553 ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารดังนี้ ได้สำรวจความเห็นประชาชน 5,800 คน โดยพบว่าส่วนใหญ่ทราบว่ามีโครงการนี้ เเละมีประโยชน์เเละพอใจในระดับปานกลางถึงมาก
รับทราบผลสำรวจค่าครองชีพ ขรก.พลเรือนสามัญ
นายวัชระ แถลงมติครม.ว่า ครม.รับทราบผลการสำรวจภาวะค่าครองชีพของข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ.2553 ตามที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโลโลยีสารสนเทศเสนอดังนี้ ได้มีการสำรวจภาวะค่าครองชีพของข้าราชการพลเรือนทุกสองปีเพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นฐานของครอบครัวข้าราชการอย่างต่อเนื่องคือ ข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ รายจ่าย ภาวะหนี้สิน โดยสำรวจจากข้าราชการในสังกัดสำนักงาน กพ.ทุกจังหวัดรวม 12,886 รายดังนี้ ครอบครัวข้าราชการมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 43,650 บาท โดยเป็นค่าตอบแทนที่ได้รับเป็นประจำ และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 32,386 บาท ส่วนใหญ่เป็นค่าอาหารและเครื่องดื่ม
หนี้สินของครอบครัวข้าราชการคือ หนี้สินร้อยละ 84.1 จำนวนหนี้สินเฉลี่ย 872,388 บาทต่อครอบครัวที่มีหนี้ โดยจำนวนหนี้ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นตามประเภทและระดับตำแหน่งที่สูงขึ้น โดยวัตถุประสงค์ของการมีหนี้สินของครอบครัวข้าราชการคือหนี้สิน หนี้เพื่อการลงทุนในธุรกิจครอบครัวร้อยละ 5.8 หนี้สินเพื่อการศึกษาร้อยละ 3.9 หากเปรียบเทียบกับรายได้ รายจ่าย หนี้สินต่อรายได้ในปี 2549-53 ครอบครัวข้าราชการมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่า
รายจ่ายไม่รวมค่าใช้จ่ายเพื่อการสะสมทุนและค่าใช้จ่ายมีแนวโน้มสูงขึ้น คือ รายได้เพิ่มจาก 362,761 บาทในปี 2549 เป็น 43,650 บาท ในปี 2553 หรือเพิ่มร้อยละ 6.4 ต่อปี ค่าใช้จ่ายเพิ่มจาก 30,223 บาทในปี 2549 เป็น 32,386 บาทในปี 2553 เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.3 ต่อปี
ส่วนความคิดเห็นของข้าราชการเกี่ยวกับความต้องการให้รัฐปรับปรุงค่าตอบแทนและสวัสดิการประเภทต่างๆพบว่า ร้อยละ 91.9 ต้องการให้รัฐเพิ่มเงินเดือน ร้อยละ 47.8 ให้รองรับการเข้ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้โดยเบิกจ่ายได้ทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก ร้อยละ 44.4 เพิ่มเบี้ยเลี้ยงสำหรับเดินทางไปราชการ และร้อยละ 44 ให้ยกเลิกค้าเช่าบ้านแต่ให้ข้าราชการทุกคนได้รับเงินช่วยเหลือเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
รับทราบผลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุชุมนุมม็อบแดง
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติครม.ว่า ครม.รับทราบผลสรุปการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมทางการเมือง ตามที่คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง(คชส.) ดังนี้ การประชุม ครม.วันที่ 16 ส.ค. 2553 มีมติรับทราบผลการช่วยเหลือฯตามที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะ คชส.ได้ช่วยเหลือ 8 ครั้ง รวม 3,096 รายๆ ละ 5 หมื่นบาท วงเงิน 154,800,000 บาท และยังเหลือผู้ไม่มารับการช่วยเหลืออีก 91 ราย
จึงขอให้มารับเงินได้ภายในวันที่ 31 มี.ค. 2554 หากพ้นกำหนดจะส่งเงินคืนคลังต่อไป รวมทั้งงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรการช่วยเหลือ 250 ล้านบาทในส่วนที่เหลือจ่ายเป็นเงินสด 95,200,000 บาทให้ส่งคืนสำนักงบประมาณ ทั้งนี้คชส.ได้ปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว 4 เดือนเศษนั้นจึงยุติการช่วยเหลือนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือของคชส.นั้น ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่
อนุมัติเงินชดเชยปชช.ที่ได้รับผลกระทบเขื่อนราศีไศล
นายวัชระ แถลงมติครม.ว่า ครม.อนุมัติและเห็นชอบตามที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากโครงการราศีไศลครั้งที่1/2553(10) เสนอสองข้อคือ 1.อนุมัติหลักการจ่ายเงินชดเชยให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการ 647 แปลง เนื้อที่ 2,335 ไร่เศษ อัตราไร่ละ 32,000 บาท (กรณีไม่มีเอกสารสิทธิ) วงเงิน 74 ล้านบาทเศษ
โดยอนุมัติให้กรมชลประทานใช้จ่ายจากเงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น 2.เห็นชอบให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลการจ่ายเงินทั้งสามจังหวัด(ศรีษะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลการจ่ายเงินและจำนวนเงินชดเชยให้ถูกต้องครบถ้วนตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ
แต่งตั้งสมบัติ คุรุพันธ์ เป็นปลัด ก.ท่องเที่ยวฯ
นายวัชระ แถลงมติครม.ว่า ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอให้แต่งตั้งข้าราชการประเภทบริหารระดับสูงสองรายคือ นายสมบัติ คุรุพันธ์ อธิบดีกรมพลศึกษาให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง และนางแสงจันทร์ วรสุมนต์ ผู้ตรวจราชการการกระทรวง ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง



