
สมศักดิ์โต้ข่าวย้ายขั้วปัดเสธ.หนั่นกุมหน.พท.
สมศักด์ โต้ข่าวย้ายขั้ว ปัด เสธ.หนั่น กุมหน.พท. ยันอยู่ชทพ.มีความสุข ยันไม่จริงข่าว วิษณุ - มีชัย - เติ้ง หนีไปฮ่องกงทำกฤษฎีกายุบสภา ชี้ร่วมก๊วนกินข้าวเป็นปกติ "อนุทินมั่นใจภท.ไม่ถูก ปชป.ปรับออกนำเพื่อแผ่นดินเสียบแทน เย้ยข่าวลือยืมเสียง 20 ส.ส.เพื่
(5ต.ค.) ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกระแสข่าวที่จะมีการปรับพรรคภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วมรัฐบาลว่า คนที่จะตัดสินใจปรับครม.คือนายกฯและเมื่อนายกฯไม่อยู่ข่าวที่ออกมาก็น่าจะวิเคราะห์ได้ว่าไม่ใช่ข่าวจริง
เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่าที่ต้องการปรับพรรคภูมิใจไทยออกเพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจในเรื่องการทุจริตหลายโครงการ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คิดเอาเองหรือเปล่า ต้องไปถามพรรคประชาธิปัตย์ว่ามีใครบ้างที่ไม่พอใจ ใช่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์หรือเปล่า ใช่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือเปล่า ใช่คนอื่นหรือเปล่าแล้วมาเหมาว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ เพราฉะนั้นต้องไปสอบถามพรรคประชาธิปัตย์เอง ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจก็ทำงานด้วยกันดี การทำงานในรัฐบาลไม่ว่าจะยุคสมัยไหนจะให้ทำงานราบเรียบไม่มีความขัดแย้งสักเรื่องเดียวเป็นไปไม่ได้ก็ต้องมีความเห็นต่างกัน เมื่อได้ข้อสรุปร่วมกันก็จบ นี่คือลักษณะของรัฐบาลผสมไม่ใช่รัฐบาลพรรคเดียว ซึ่งการเป็นรัฐบาลผสมก็ต้องยอมรับว่าแต่ละพรรคมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นวิธีคิดและทำงานก็แตกต่างกัน แต่หากปรับและทำความเข้าใจกันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงจะลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปลงเลือกตั้งส.ส.จะทำให้มีปัญหาในเรื่องการประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงไม่เกิดสูญญากาศเพราะนายสุเทพไม่ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์และยังเป็นเลขาธิการพรรคอยู่ เพราะในการประสานงานก็ใช้ตำแหน่งเลขาธิการพรรคอยู่แล้ว อย่าไปมองที่ตำแหน่งรองนายกฯหรือส.ส. แต่ให้มองตำแหน่งในองค์กรมากกว่า
เมื่อถามต่อว่ามองว่าคดียุบพรรคประชาธิปัตย์จะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมือง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ยุบและยังไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหน เมื่อเหตุการณ์ยังไม่เกิดแต่คนชอบไปคิดและวินิจฉัยแทนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ความจริงคดีก็ยังสอบพยานไม่เสร็จแต่ไปวิเคราะห์กันต่างๆนาๆ เพราะฉะนั้นก็รอให้เป็นอำนาจตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่าไปคิดแทนท่านเลย
เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังมั่นคงจะไม่มีการพลิกขั้วทางการเมือง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเพราะคนที่จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯก็ไม่อยู่ เพราะนายกฯอยู่ต่างประเทศ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นข่าวมากกว่าเรื่องจริง แต่หากนายกฯกลับมาสถานการณ์อาจจะเปลี่ยนไปอีกอย่างหนึ่งก็ได้
เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาไปพบกับนายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธานวุฒิสภา และประธานคณะกรรมการ กฤษฎีกา และนายวิษณุ เครืองาม อดีตเลขาธิการครม.ที่ฮ่องกงเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่มีสัญญาณอะไรเลยเป็นสัญญาณปกติ ซึ่งปกติทั้ง 3 คนก็นัดหมายกันแบบนี้ อยู่บ่อยๆเพื่อไปทานอาหารอร่อยๆกันที่ฮ่องกงอยู่แล้ว ไม่ใช่พึ่งจะไปแค่ครั้งนี้ คบกันแบบนี้ไม่มีนัยยะอะไร อย่าไปคิดกันเอาเอง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยทาบพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ไปเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพื่อประสานความปรองดอง นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับนายบรรหาร พล.ต.สนั่นยืนยันว่าจะทำงานกับพรรคชาติไทยพัฒนา อันนั้นก็เป็นเพียงข่าว คนก็วิเคราะห์กันไปเอง เหมือนกับที่นายบรรหาร นายมีชัย และนายวิษณุไปเจอกันก็บอกว่าไปเขียนกฤษฎีกายุบสภา ทั้งที่ความจริงไม่ต้องไปไกลกันขนาดนั้น คิดเองมากกว่า เมื่อถามต่อว่าหากพล.ต.สนั่นย้ายพรรคไปอยู่พรรคเพื่อไทยจริงจะทำอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนบอกแล้วว่า พล.ต.สนั่นบอกว่ายังมีความสุขที่ทำงานกับพรรคชาติไทยพัฒนา
เมื่อถามว่าพล.ต.สนั่นระบุว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยร่วมมือกัน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จับมือกันเพื่อสร้างความปรองดองก็เป็นไปได้ เพราะการปรองดองไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง ตนก็ยืนยันว่าการปรองดองต้องเริ่มจากการเมืองก่อน ถ้าการเมืองอยากเห็นการปรองดองเกิดขึ้น ก็ต้องจับมือร่วมกันทุกพรรคการเมืองความปรองดองจึงจะเกิดขึ้นได้ง่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าการจับขั้วเพื่อการปรองดองเป็นไปได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การจับขั้วกับการนำไปสู่ความปรองดองเป็นคนละประเด็นกัน การจับขั้วร่วมรัฐบาลก็เป็นประเด็นหนึ่ง การทำให้เกิดความปรองดองก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งไม่เกี่ยวกัน
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่ามีการตั้งค่าหัวนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิไจไทยจะทำให้เกิดความขัดแย้งที่ลุกลามมากขึ้นหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนถึงได้บอกว่าต้องเร่งสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น ถ้าสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นความอาฆาตมาดร้ายและความชิงชังก็ไม่มี มีแต่รอยยิ้ม และไมตรีที่ดีต่อกัน และข่าวที่จะมีการสังหารคนนั้นคนนี้ก็ไม่มีเพราะทุกคนมีแต่ความรักและความเอื้ออาทรต่อกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่พล.ต.สนั่น ระบุว่าหากเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและหมิ่นเหม่ต่อรัฐธรรมนูญก็พร้อมลาออกจากรองนายกฯ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า พล.ต.สนั่นบอกแล้วว่ายังไม่ลาออกในช่วงนี้ เมื่อถามต่อว่าถ้าเป็นไปได้พล.ต.สนั่นเหมาะสมที่จะนั่งเป็นนายกฯเพื่อคลี่คลายปัญหาได้หรือไม่ นายสมศักดิ์ หัวเราะและกล่าวว่า นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นส.ส.ทั้ง 480 คน มีโอกาสเป็นนายกฯได้ทั้งนั้นอยู่ที่สภาฯจะเลือกหรือเปล่า
"อนุทิน”มั่นใจภท.ไม่ถูกปรับออกเพื่อแผ่นดินเสียบแทน
ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่จะมีการปรับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ออกจากตำแหน่ง แล้วนำพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน มาเป็นรมว.มหาดไทย แทนว่า ยังไม่เคยได้ยินกระแสข่าว และยังไม่มีการพูดคุยหรือการวิเคราะห์ใด ๆ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเราทำงานใหญ่ขนาดนี้ ผ่าน เหตุการณ์เดือน เม.ย.และ พ.ค. มา 2 ครั้ง จึงไม่คิดหวั่นไหวกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะต้องมั่นใจว่าความเดือดร้อน มีความยากลำบากทางการเมืองพรรค ภูมิใจไทยก็ยังยืนเคียงข้างพรรคประชาธิปัตย์ตลอดนับเป็นเพื่อนแท้ ไม่ทิ้งกันในยามที่เพื่อนมีความเดือดร้อน นอกจากนี้ เราเป็นพรรคไม่พูดมาก แต่ใช้ท่าทาง สปิริต เป็นตัวบอกว่าเรามีความจริงใจต่อกันขนาดไหน
เมื่อถามว่า แต่เมื่อเหตุการณ์สงบ พรรคประชาธิปัตย์ อาจจะทิ้งพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า “ ไม่หรอกครับ พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หากทำแบบนั้นถือว่าผิดสปิริตของการอยู่ร่วมกัน ทั้งนี้โดยส่วนตัวผมมั่นใจรัฐบาลอยู่ต่อไปจนครบเทอม ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ล่าสุดมีกระแสข่าวกดดันจะนำพรรคเพื่อแผ่นดินมาร่วมรัฐบาลแทนพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยทำหน้าที่ในกระทรวงที่ได้รับมอบหมาย และได้บริหารดูแลอย่างเต็มที่ ดังนั้น ในเรื่องของการปรับออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ใช่อำนาจพรรค แต่เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาว่าอะไรเป็นสิ่งสมควร ส่วนตัวมั่นใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างการร่วมรัฐบาลของทุกพรรคยังแน่นแฟ้น แข็งแรง ไม่มีข้อขัดแย้งตามที่เป็นข่าว
ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาอาจเป็นการโยนหินถามทางเพราะมีกรณีจะเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกแล้วพรรคเพื่อไทยจะให้พรรคเพื่อแผ่นดินให้ยืมตัว ส.ส. 20 คน มาตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน กล่าวว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น ที่จะมีการยืมตัวส.ส.แล้วออกมาตั้งรัฐบาล
“ ถ้าทำได้ก็จะเป็นมิติใหม่ของการเมือง อาจต้องลงกินเนสบุ๊คในการยืมตัว ส.ส.พรรคฝ่ายค้านมาเข้าร่วมรัฐบาล ก็ต้องลองดู แต่พรรคเราหนักแน่น เชื่อมั่นในความผูกพัน มุ่งมั่นในการบริหารประเทศจนหมดสมัยของรัฐบาลนี้ ” นายอนุทิน กล่าวย้ำ
เมื่อถามว่า ในช่วงสุญญากาศ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีไปลงรับสมัครเลือกตั้ง จะทำให้การประสานงานระหว่างสองพรรค จะเกิดปัญหาการประสานงานระหว่างกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คงไม่เกิดปัญหา เพราะเรามีการคุยกันทุกระดับ คนละไม้ คนละมือ ไม่ได้คุยผ่านนายสุเทพเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมชาติพัฒนา เรายังมีการพูดคุยกันตลอดเวลา ไม่จำเป็นต้องคุยกับใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งแต่ละพรรคมีการวางเครือข่ายของการติดต่อประสานงาน เป็นลำดับขั้นไป และที่ผ่านมาก็ใช้วิธีนี้มาตลอด แต่การพูดกันไปมาบางครั้งก็อาจมีการเข้าใจผิดกันบ้าง แต่เมื่อแกนนำได้คุยกันทุกอย่างก็จบได้อย่างราบรื่น เช่น การแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย เรื่องเช่าประมูลระบบคอมพิวเตอร์ 3.49 พันล้าน นายกฯ ก็เข้าใจดี เพราะ ภท.มีนโยบายแน่นอน ถูกก็ว่าตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด



