ข่าว

โหรเฉลิม-จตุพรทำนายคดียุบพรรค"ปชป."คนละทิศ

โหรเฉลิม-จตุพรทำนายคดียุบพรรค"ปชป."คนละทิศ

05 ต.ค. 2553

"เฉลิม"สวมบทโหรทำนายคดียุบพรรค "ปชป."หลุดชัวร์ ชี้เปลี่ยนขั้วการเมืองเป็นเรื่องยาก อ้างทุกอย่างอยู่ที่"อภิสิทธิ์" ขณะที่ “จตุพร” ชี้คดียุบพรรคปชป.จำนนต่อหลักฐาน ยกกรณีบัญญัติเปลี่ยนแผนทำป้ายชี้พิรุธชัด

(5ต.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวสูตรจัดตั้งรัฐบาลโดยมีการปรับพรรคภูมิใจไทยออก ว่า ถ้าวิเคราะห์การเมืองวันนี้เป็นไปได้ทั้งนั้น วันนี้นายอภิสิทธิ์ทำอะไรก็ไม่ผิด เขาจะทำอะไรก็ทำได้ ซึ่งรัฐบาลมีเสถียรภาพอยู่แล้ว ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าส.ส.เพื่อไทยหลายคนจะออกไปร่วมกับรัฐบาลนั้นจะออกไปได้อย่างไร ไปคิดไปพูดเอาเอง ไม่มีหรอก พรรคเพื่อไทยวันนี้เหลือแต่ต้นแบบทั้งนั้น ถามว่าถ้าไปอยู่กับพรรคภูมิใจไทยแล้วจะไปหาเสียงอย่างไร เพราะตลาดของพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทยอยู่ที่อีสาน และเหนือ

 “วันนี้ผมจะวิเคราะห์ให้เลยว่า ถ้าไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์เรื่องก็จบ สอง ยุบพรรคแล้วไม่ตัดสิทธิ์เรื่องก็จบ สามยุบพรรคตัดสิทธิ์บางคนก็ต้องดูว่าตัดสิทธิ์ใครบ้าง สี่ ยุบพรรคตัดสิทธิ์หมด รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องรักษาการ ถ้าคุณย้ายเขาก็ยุบ แล้วคุณจะเอาสูตรไหนมาตั้งรัฐบาล ไอ้พวกปีนต้นไม้เก็บหาปลาไปคิดได้อย่างไร ไม่มีสูตร และถ้าให้ผมวิเคราะห์วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ จะหลุดด้วยข้อกฎหมาย เพราะครั้งหนึ่งนายทะเบียนบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ผิดเรื่องเงิน 29 ล้านบาท และเมื่อนายทะเบียนบอกว่าไม่ผิดเรื่องก็ต้องจบ มันซับซ้อนเรื่องนี้ ดังนั้นผมเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ

“จตุพร”ชี้คดียุบพรรคปชป.จำนนต่อหลักฐาน

 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ที่พรรคเพื่อไทย ว่า คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ศาลรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์จำนนต่อหลักฐานแล้ว ข้ออ้างจากคำเบิกความของนายบัญญัติ  บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรื่องเปลี่ยนแผนทำป้ายไม่เกี่ยวกับกรรมการบริหารพรรค โดยอ้างว่าหากไม่ได้รับอนุมัติจากกกต.ให้เปลี่ยนแปลงแผนงานและโครงการก็แค่คืนเงินให้กกต.เป็นข้ออ้างที่เพิกเฉยและเย้ยต่อการผิดระเบียบและกฎหมาย ทั้ง ๆ ที่จำนนต่อหลักฐานและยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์จ้างทำป้ายล่วงหน้าก่อนที่จะได้รับอนุมัติจาก กกต.ให้เปลี่ยนแปลงแผนงานและโครงการที่ได้ขอเงินสนับสนุนจากกกต. ที่ได้อนุมัติไว้เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2547

 ตนมองว่ามีข้อพิรุธจากคำเบิกความนายบัญญัติ และนายประดิษฐ์ ที่เบิกความกลับไปกลับมาไม่น่าเชื่อถือและน่าเชื่อว่าเบิกความตามที่นายบัณฑิต ศิริพันธ์ สอนให้เบิกความซึ่งขัดแย้งต่อสิ่งที่พรรคได้กระทำความผิดไปแล้ว โดยชี้ให้สังคมเห็นถึงกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา เนื่องจากนายบัณฑิต ศิริพันธ์ ให้ลูกความต่อสู้คดีว่า กกต. เข้าใจผิด ที่มากล่าวหาว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้อนุมัติเงินแต่ไปทำป้ายทั้งที่ในความจริง กกต. อนุมัติตั้งแต่ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2547 วงเงิน 19 ล้านบาท

 โดยแนวทางต่อสู้คดีที่นายบัณฑิตแนะนำต่อพรรคประชาธิปัตย์ มีข้อพิรุธ ที่ขัดแย้งต่อเหตุผล ข้อต่อสู้ดังกล่าวจะเกิดคำถามกับพรรคประชาธิปัตย์ว่า หากทำป้ายได้จริง ทำไมกกต.จึงต้องมีหนังสือที่ ลต 0402 / 11812 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 แจ้งอนุมัติโครงการที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับอนุมัติสนับสนุนเงินกองทุนและพรรคประชาธิปัตย์โดยนายบัญญัติฯ รับทราบจึงเป็นเหตุให้นายบัญญัติฯต้องทำหนังสือของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ ปชป. 4800020/2548 ลงวันที่ 10 มกราคม 2548 เสนอขอปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงการและแผนงานที่ได้รับการสนับสนุนจากกกต.

 ดังนั้นจากหนังสือกกต.ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 และหนังสือของพรรคประชาธิปัตย์ลงวันที่ 10 มกราคม 2548 จึงเป็นพยานหลักฐานผูกมัดว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีอำนาจทำป้ายก่อนที่จะได้รับอนุมัติจากกกต.การที่นายบัณฑิต ให้ลูกความสู้คดีเหมือนศรีธญชัย จะทำให้เห็นได้ว่าขัดแย้งกับสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ทำลงไป เพราะในขณะนั้นหากพรรคประชาธิปัตย์คิดว่าทำป้ายได้ ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องมาขออนุมัติเปลี่ยนแปลงโครงการตามหนังสือลงวันที่ 10 มกราคม 2548 พยานหลักฐานแค่นี้ก็รับฟังได้ว่าพรรคประชาธิปัตย์กระทำผิดแล้ว จะมาอ้างว่า “ กระทำผิดโดยสุจริตได้อย่างไร ”

  การที่นายบัญญัติอ้างว่าเปลี่ยนแผนทำป้ายไม่เกี่ยวกับกรรมการบริหารพรรคฯ เป็นข้ออ้างทางกฎหมายเพื่อมิให้กรรมการบริหารพรรคฯต้องรับผิดหากต้องถูกยุบพรรค โดยอ้างว่าเป็นการกระทำของคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ของพรรค ที่มีนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ตรงนี้ผมมองว่ามีข้อพิรุธเพราะตลอดมาทั้งนายบัญญัติและพรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยกล่าวอ้างถึงคณะทำงานคณะชุดนี้แม้แต่บันทึกถ้อยคำที่นายบัญญัติอ้างส่งต่อศาลซึ่งนายบัณฑิตจัดทำให้ก็ไม่ได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงถึงคณะทำงานชุดนี้แต่อย่างใด อ้างเพียงว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการเตรียมการจัดทำป้ายโดยเชื่อตามที่นายบัณฑิตแนะนำว่า สามารถทำป้ายได้เลยนับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2547

 แต่เมื่อเวลามาเบิกความต่อศาลกลับอ้างข้อเท็จจริงใหม่ว่าเป็นเรื่องคณะทำงานของนายชาญชัยฯไม่เกี่ยวกับกรรมการบริหารพรรคฯและเป็นเช่นนี้ถือเป็นการให้การที่วกวนกลับไปกลับมาอย่างไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับนายบัญญัติทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ ประกอบกับนายบัญญัติก็เป็นคณะกรรมการกองทุนอยู่ด้วยย่อมทราบดีว่า การขอเปลี่ยนแปลงแผนงานต่อ กกต.ไม่ใช่เรื่องที่คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์โดยนายชาญชัยฯจะเป็นผู้ดำเนินการเพราะการขอเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้ตัดสินใจขออนุมัติต่อ กกต. และผู้ที่มีอำนาจอนุมัติคือคณะกรรมการกองทุน มิใช่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ ดังนั้น ข้ออ้างเรื่องเปลี่ยนแผนทำป้ายไม่เกี่ยวกับกรรมการบริหารพรรค รับฟังไม่ได้ด้วยเหตุและผล แต่อย่างไรก็ดีพยานหลักฐานเอกสารที่มัดว่านายบัญญัติฯพูดต่อศาลและสังคมจริงหรือไม่ให้ตรวจสอบจากหนังสือพรรคประชาธิปัตย์ที่ ปชป. 4800020/2548 ลงวันที่ 10 มกราคม 2548 จะเป็นเครื่องชี้ชัดถึงข้อความจริงที่มีอยู่

  การที่นายบัญญัติ ชี้ว่าหากไม่ได้รับอนุมัติก็แค่คืนเงิน เห็นว่า นายบัญญัติและพรรคประชาธิปัตย์ไม่ยึดมั่นต่อกฎระเบียบของการใช้จ่ายเงินสนับสนุน เพราะในเรื่องนี้กกต.ได้มีหนังสือลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2547 เน้นย้ำต่อพรรคว่า หากมีการเปลี่ยแปลงจะต้องขออนุมัติการเปลี่ยนแปลงจากคณะกรรมการกองทุนก่อน นายบัญญัติไม่มีอำนาจวินิจฉัยว่าหากไม่ได้รับอนุมัติก็แค่คืนเงิน ความคิดของนายบัญญัติเช่นนี้พรรคอื่น ๆ ที่ถูกยุบไปแล้วจะอ้างต่อศาลได้หรือไม่ว่า ที่ทำผิดไปก็ขอคืนเงิน ไม่ขอให้ศาลมีคำสั่งยุบพรรค กฎหมายและกฎระเบียบจะศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร นายบัญญัติฯยิ่งเบิกความหรือยิ่งพูดยิ่งเข้าตัวเองและพรรค ที่จำนนต่อหลักฐานว่าดำเนินการผูกพันธ์และก่อหนี้สินในการทำป้ายก่อนที่จะได้รับอนุมัติจาก กกต. เพื่อขอปรับปรุงแผนงานโครงการ นายบัญญัติในฐานะที่เป็นคณะกรรมการกองทุนต้องตระหนักถึงกฎระเบียบการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามรายการค่าใช้จ่ายทีได้รับอนุมัติในโครงการ หากมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องขออนุมัติเปลี่ยนแปลงจากคณะกรรมการกองทุน หากความคิดของนายบัญญัติเป็นดังที่อ้างว่า หากไม่ได้รับอนุมัติก็แค่คืนเงิน พรรคอื่นที่ถูกยุบไปแล้วคงจะต้องมาถามหาความชอบธรรมจากนายบัญญัติเป็นแน่

"เฉลิม"เย้ยแผนปรองดองไม่มีทางทำสำเร็จรบชุดนี้

 ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิดเรื่องการปรองดองว่า ทุกภาคส่วนแสดงความเห็นถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และต้องดำเนินการต่อไป แต่ตนคิดว่าจะปรองดองได้จะต้องมีความเสรีภาพ ความเสมอภาคเท่าเทียม แต่ที่เห็นยังขาดปัจจัยทั้งสองอย่าง เพราะถ้าจะคิดก็คงคิดได้แต่ความสำเร็จนั้นยาก เนื่องจากเป้าหมายของการปรองนั้นอย่าไปคิดว่าพรรคการเมืองมาปรองดองกัน พรรคฝ่ายค้านปรองดองรัฐบาลๆปรองดองฝ่ายค้านคิดผิด การปรองดองต้องทำทุกภาคส่วนและเสมอภาคเพื่อนำไปสู่ความสันติและสมานฉันท์ ตนบอกได้เลยว่าการปรองดองจะเกิดขึ้นได้จริงต้องเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องทำรูปแบบนำเสนอว่าพรรคนั้นๆจะปรองดองบนพื้นฐานอะไร ตนถามตรงนี้ว่าถ้าจะปรองดองอะไรคือบทลงตัวยังมองไม่เห็น ตนฟันธงได้เลยว่าไม่สำเร็จ ถามว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์จับมือกับเพื่อไทยแล้วความปรองดองเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะคนที่เสียชีวิตไปเขาก็ต้องถามว่าใครฆ่า ดังนั้นถ้าเราไม่มีหน้าที่แล้วแค่คิดปรองดองไม่สำเร็จแน่

 เมื่อถามว่าแสดงว่าวัดในการเลือกตั้งไปเลยใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ถูกต้องและพรรคเพื่อไทยถ้าไม่ขายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯแล้วจะไปขายใคร เพราะประชาชนเขาเชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ตนไม่อิจฉาว่าใครจะเป็นนายกฯ แต่ประกาศก่อนว่าจะเอาใครเป็นนายกฯ เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะชูพ.ต.ท.ทักษิณได้อีกหรือไม่ เพราะนายเนวิน ชิดชอบ บอกให้พ.ต.ท.ทักษิณทำตัวเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า คนเห็นไม่ตรงกันไม่ชมกันอยู่แล้ว ขายได้ไม่ได้ก็สามจังหวัดเลือกตั้งซ่อมอีสาน พรรคภูมิใจยังไม่รู้สึกอีกหรือ

 ส่วนที่มีการออกข่าวว่าไปฝึกกองกำลังเพื่อฆ่านายเนวินนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แค่คิดก็ผิดแล้ว เพราะถ้าเขาคิดฆ่าคนเขาต้องเอาคนคล่องแคล่วในกทม. เขาไม่เอาพวกซัวๆปามาแน่ พวกซัวปาพอฆ่าเสร็จก็มายืนรอให้จับมันต้องไปฝึกอะไรกันนักหนา เขายิงกันกันด้วยปืนเอ็ม 11 ข่าวนี้ออกมานายตำรวจสืบสวนหลายคนเขาหัวเราะขำกลิ้ง

 เมื่อถามว่าเชื่อที่นายเนวินระบุว่าจ้างฆ่าหัว 20 ล้านบาทหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวพร้อมหัวเราะว่า ไม่กล้าไปโต้แย้งกับใครแล้ว จะไปรู้ได้อย่างไรเพราะยังจับคนร้ายไม่ได้ การจะจับคนจ้างวานจะต้องจับคนร้ายได้ จะต้องมีการลงมือทำ รับสารภาพว่าใครจ้างวาน ดังนั้นตนไม่เชื่อแต่ถ้าถามว่ามีใครคิดปองร้ายนายเนวินหรือไม่ตนก็ไม่สามารถตอบได้ว่าไม่มี แต่พฤติกรรมที่แถลงข่าว 11 นักรบแดงไปฝึกจากเขมรเพื่อมาฆ่า ทำไมต้องไปฝึกไกลแค่ยิงคนๆเดียว ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องไร้สาระ

 ต่อข้อถามว่านายเนวินพูดออกมาเช่นนี้เพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณหยุดโจมตีประเทศไทย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า จะไปหยุดอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณถูกกระทำทางการเมือง เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวทางการเมืองถึงบอกให้อินเกมพรรคเพื่อไทยชนะ อย่าไปทำอย่างอื่นไปห้ามหยุดเคลื่อนไหวทางการเมืองมันเกิดหลายเรื่องซึ่งต้องทำความเข้าใจกับประชาชน แต่ตนยืนยันว่าต้องอินเกมในรูปแบบ

 เมื่อถามว่ามองเจตนาของนายเนวินอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคคู่แข่งกัน และเชื่อหรือไม่ว่านายเนวินไม่คิดเล่นการเมือง แล้ววันนี้หยุดหรือไม่ เขาไม่ได้หยุดอยู่แล้ว