
ครม.ต่อพรก.ฉุกเฉิน"กทม.-ปริมณฑล"อีก3ด.
ครม.สั่งต่ออายุพรก.ฉุกเฉิน"กทม.-ปริมณฑล"อีก 3 ด. หวั่นกลุ่มล้มเจ้าแทรกซึมนปช. ด้าน"สุเทพ"วอนพรรคร่วมสั่งลูกตัวเองอย่าโดดร่มประชุมสภา
(5ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการออกไปอีก 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. 2553 ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)เสนอโดยให้เหตุผลว่าสถานการณ์ใน 4 จังหวัดได้มีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)จัดกิจกรรมเชิงสักษณ์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่กทม.ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจตกเป็นเป้าการสร้างสถานการณ์ก่อเหตุรุนแรงได้ ส่วน 3 จังหวัดในเขตปริมณฑลนั้น นปช.มีการรวมตัวกันอย่างหนาแน่นเป็นกลุ่มก้อนและเป็นมวลชนส่วนใหญ่ที่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในกทม.ได้โดยมีข้อสังเกตว่าในพื้นที่เหล่านี้ถูกแสวงหาประโยชน์โดยกลุ่มบ่อนทำลายสถาบันเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ศอฉ.ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับกองทัพบก กระทรวงมหาดไทย สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า ปัจจุบันยังคงมีความจำเป็นในการคงสถานการณ์ฉุกเฉินบางพื้นที่ไว้ เพื่อประโยชน์ในการควบคุมสถานการณ์ภาพรวม
นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบในคำสั่งแต่งตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) โดยให้รมว.กลาโหม เป็นผอ.ศอฉ. และเพิ่มปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรรมการศอฉ.
รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมครม.ครั้งนี้ใช้เวลาสั้นๆเพียง 1 ชั่วโมงเศษ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำหน้าที่รักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับรัฐมนตรีแต่ละพรรค กำชับส.ส.ของแต่ละพรรคให้เข้าร่วมการประชุมสภาโดยพร้อมเพรียงกัน เนื่องจากจะมีการโหวตลงมติร่างกฎหมายสำคัญหลายฉบับ



