ข่าว

"มาร์ค"แจงอียูไม่ติดใจปัญหาละเมิดสิทธิ์ในไทย

"มาร์ค"แจงอียูไม่ติดใจปัญหาละเมิดสิทธิ์ในไทย

05 ต.ค. 2553

"นายกฯ"เผยอียูไม่ติดใจปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย เตรียมคืนจีเอสพีให้ไทย-ให้นำเข้าไก่ไทย แนะให้อียูรอดูผลหลังเลือกตั้งในพม่า แต่ให้สานต่อเรื่องการช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน

(5ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) ครั้งที่ 8 ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับนายเฮอร์แมน วาน รอมปาย ประธานคณะมนตรียุโรป และนายโฮเซ มานูเอล ดูเรา บาร์โรโซ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศไทย โดยสหภาพยุโรป(อียู)ยืนยันให้การสนับสนุนแผนปรองดอง และเข้าใจดีว่าเรื่องสำคัญที่รัฐบาลต้องดำเนินการ คือ การรักษากฎหมาย แต่อียูต้องการให้ระวังเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งได้อธิบายถึงความก้าวหน้าของแผน และการยกเลิกใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ไปแล้วทั้งหมด ยกเว้นในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และเล่าให้ฟังว่า ระยะหลังมีสัญญาณที่ดีขึ้น เพราะพรรคฝ่ายค้านสนใจที่จะพูดคุยเรื่องนี้

 “ ผมได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาอธิบายให้อียูทราบเองว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช้เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการของเจ้าหน้าที่ไทย ซึ่งขณะนี้กำลังพยายามแก้ปัญหาเรื่องระเบิด และพยายามระมัดระวังเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งประเทศไทยมีกลไกในการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งทางอียูไม่ได้ติดใจอะไร ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในการหารือยังพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างอียูกับไทย โดยเฉพาะเรื่องการเจรจาเกี่ยวกับความร่วมมือในฐานะหุ้นส่วนและเรื่องเขตการค้าเสรี ซึ่งได้อธิบายให้ฟังถึงกระบวนการภายในของไทยในเรื่องเขตการค้าเสรี เรื่องการเจรจาต้องมีกรอบเสนอเข้าสภาฯ ก่อน และขณะนี้ได้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว ส่วนเรื่องการเป็นหุ้นส่วนยังมี 2 - 3 ประเด็นที่เห็นไม่ตรงกัน แต่จะพยายามเร่งหาข้อยุติต่อไป

 “ ผมได้หยิบยกเรื่องปัญหาการนำเข้าไก่ ทั้งที่มีการปรับระบบและการห้ามนำเข้าตั้งแต่มีโรคไข้หวัดนก ซึ่งอียูได้รับที่จะไปพิจารณา รวมทั้งเรื่องที่จะต่ออายุสิทธิพิเศษทางศุลกากร หรือจีเอสพี ให้ด้วย บรรยากาศเป็นไปในทางที่ดี อย่างไรก็ตาม อียูต้องการเข้ามามีบทบาทในอาเซียน และเอเชียตะวันออกมากขึ้น โดยเฉพาะได้เห็นสหรัฐ และรัสเซีย มาร่วมเวทีผู้นำเอเชียตะวันออก ซึ่งผมได้เสนอแนะไปว่า สามารถเข้ามาร่วมมีบทบาทในอาเซียนได้ก่อน โดยเฉพาะการเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและช่วยเหลือสมาชิกใหม่ของอาเซียน ให้มีความพร้อม ซึ่งจะทำให้อียู มีบทบาทและมีความสำคัญมากขึ้น ” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 ต่อข้อถามว่ามีการสอบถามเรื่องพม่าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้สอบถามว่า ไทยมองเรื่องการเลือกตั้งในพม่าอย่างไร ซึ่งได้แจ้งไปว่า จะเดินทางไปเยือนพม่า ในสัปดาห์หน้า และให้มองไปถึงช่วงหลังการเลือกตั้งของพม่ามากกว่าว่า หลังการเลือกตั้งแล้วจะมีท่าทีอย่างไร แต่ที่ทำตรงกันในขณะนี้คือ งานที่เกี่ยวข้องกับมนุษยธรรม ไม่ว่าเรื่องการช่วยเหลือประชาชนในพม่า หรือผู้ได้รับผลกระทบและข้ามแดนมา จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่ว่าฝ่ายไทยหรือยุโรป แต่เรื่องบทบาทการสร้างความสัมพันธ์กับพม่ายังไม่ตรงกัน แต่ไทยได้ยืนยันไปว่า บทบาทที่คิดว่าสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดคือ การมีความสัมพันธ์ พูดคุยตลอดเวลา โดยสามารถสะท้อนความคิดเห็นถึงกันและกันได้

 ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร รักษาการโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก ของนายกรัฐมนตรี ว่า บลูมเบิร์ก ได้สอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ในประเทศ โดยเฉพาะการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และแผนปรองดอง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า กระบวนการปรองดองมีความคืบหน้ามาก โดยเฉพาะฝ่ายค้านให้ความสนใจ และคณะกรรมการปฏิรูปชุดต่าง ๆ อาจสรุปผลการศึกษาในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้ บลูมเบิร์กยังสนใจเกี่ยวกับอัตราการขายตัวทางเศรษฐกิจของไทยที่มีอัตราสูง ซึ่งนายกรัฐมนตรีชี้แจงมาตรการกระตุ้นต่าง ๆ ทำให้มีตัวเลขอัตราขยายตัวสูงขึ้น ขณะที่การส่งออกและว่างงานลดลง

 นายปณิธาน กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่า ขณะนี้ได้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในภาคอีสานแล้ว แต่ที่ยังคงในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีขีดความสามารถ ดูแลเหตุไม่ให้ลุกลาม แต่รัฐบาลพร้อมยกเลิกเมื่อสถานการณ์คลี่คลายมากกว่านี้