ข่าว

ยุโรปแชมป์ไรเดอร์
แม็คดาวล์ปิดท้าย
ชนะหวิว 14.5-13.5

ยุโรปแชมป์ไรเดอร์ แม็คดาวล์ปิดท้าย ชนะหวิว 14.5-13.5

05 ต.ค. 2553

ขุนพลทีมยุโรปผงาดคว้าแชมป์ "ไรเดอร์ คัพ" ไปครองได้แบบหวุดหวิด หลังถูกทีมสหรัฐไล่ตีเสมอจนต้องตัดสินกันที่แมทช์สุดท้าย ก่อนที่ แกรม แม็คดาวล์ จะสวมบทฮีโร่ เชือด ฮันเตอร์ มาฮาน เก็บแต้มให้ ยุโรป คว้าชัยชนะ 14.5-13.5

 

 กอล์ฟ "ไรเดอร์ คัพ" ครั้งที่ 38 ระหว่างทีมยุโรป กับ ทีมสหรัฐ ที่สนามเซลติก เมเนอร์ รีสอร์ท พาร์ 72 เมืองนิวพอร์ต ประเทศเวลส์ หลังจากจบเกมเซสชั่นที่ 3 ทีมยุโรป นำ ทีมสหรัฐ 9.5-6.5 ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 4 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการดวลในประเภทเดี่ยว 12 คู่ "มอนตี้" โคลิน มอนต์โกเมอรี กัปตันทีมยุโรป ตัดสินใจส่ง ลี เวสต์วู้ด ลงประเดิมสนามพบ สตีฟ สตริกเกอร์ ปรากฏว่าเป็น สตริกเกอร์ ที่สอยแต้มก่อนในหลุมที่ 3 จากนั้นเมื่อ เวสต์วู้ด ตีแซงนำ 1 อัพ ด้วยแต้มที่หลุม 4 และ 5 สตริกเกอร์ ก็มาเร่งเครื่องทำแต้มที่หลุม 12, 13, 15 ก่อนเอาชนะไป 2 อัพ
 คู่ที่ 2 รอรีย์ แม็คอิลรอย ชาวไอร์แลนด์เหนือ ดวลกับ สจวร์ต ซิงค์ คู่นี้ต่างผลัดกันทำแต้มขึ้นนำไปมาเกือบตลอด กระทั่งหลุมที่ 13 หนุ่มแดนมะกันขยับขึ้นหน้าไป 1 อัพ แต่ แม็คอิลรอย ก็สามารถปลดคืนได้ที่หลุม 15 ก่อนตีครบ 18 หลุมเสมอกันไป
 จากนั้นเป็นคู่ ลุค โดนัลด์ ชาวอังกฤษ ปะทะ จิม ฟิวริค โดยโปรหนุ่มเมืองผู้ดีโชว์วงสวิงเฉียบคม ออกนำไปถึง 3 อัพเมื่อจบหลุมที่ 13 ทำให้ ฟิวริค ต้องพยายามปลดแต้มคืน แต่ทำได้แค่ 2 หลุม จากหลุมที่ 14 และ 16 ก่อนตีครบ 18 หลุม โดนัลด์ จึงคว้าชัยไป 1 อัพ
 ในคู่ที่ 4 มาร์ติน เคย์เมอร์ ชาวเยอรมัน ดวลกับ ดัสติน จอห์นสัน แมทช์นี้เป็นหนุ่มแดนมะกันที่ตีได้อย่างร้อนแรง จากที่นำ 2 อัพในหลุมที่ 5 มาถูก เคย์เมอร์ ปลดเหลือ 1 ดาวน์ ที่หลุม 9 ก่อนที่ จอห์นสัน จะโชว์ฟอร์มเข้าฝักคว้าแต้มได้ 5 หลุมติดต่อกันจนเกมจบลงที่หลุม 14 จอห์นสัน ชนะขาดลอย 6-4
 ถัดมาเป็นคู่ที่ 5 เอียน โพลเตอร์ โปรชาวอังกฤษ พบกับ แมตต์ คูชาร์ ซึ่งเป็น โพลเตอร์ ที่เล่นได้อย่างเหนือชั้น เก็บแต้มจากหลุม 3, 5, 10, 11 นำโด่งไปถึง 4 อัพ คูชาร์ ทำแต้มได้บ้างที่หลุม 12 แต่ โพลเตอร์ ก็ยังสอยแต้มได้อีกที่หลุม 13 และ 14 จึงชนะไปอย่างรวดเร็ว 5-4
 คู่ที่ 6 รอสส์ ฟิชเชอร์ สวิงหนุ่มเมืองผู้ดี พบกับ เจฟฟ์ โอเวอร์ตัน ก้านเหล็กชาวอเมริกัน พลิกสถานการณ์จากที่ไล่ตามมาตลอด 11 หลุมแรก ปลดเหลือสแควร์ได้ที่หลุม 12 ก่อนจะแซงนำด้วยแต้มที่หลุม 13, 14, 16 ทำให้ โอเวอร์ตัน คว้าชัยไปได้ 3-2
 ต่อด้วยคู่ มิเกล อังเคล ฆิมิเนซ มือเก๋าชาวสเปน ดวลกับ บับบา วัตสัน แมทช์นี้ ฆิมิเนซ ขึ้นนำตั้งแต่หลุมแรก แม้จะถูก วัตสัน ตามปลดคืนได้ 2 ครั้งในช่วง 6 หลุมแรก แต่จากนั้นโปรแดนกระทิงดุ ก็เดินหน้าสอยแต้มที่หลุม 8, 9, 11, 15 เอาชนะไป 4-3
 กระทั่งคู่ที่ 8 ฟรานเชสโก โมลินารี ชาวอิตาลี ต้องเจอกระดูกชิ้นโตอย่าง ไทเกอร์ วู้ดส์ มือ 1 ของโลก ปรากฏว่า ช่วง 5 หลุมแรก ฟรานเชสโก นำไป 2 อัพ แต่ตามปลดมาสแควร์กันที่หลุม 9 ก่อนที่ "พญาเสือ" จะได้ใจกวาดอีก 4 แต้มรวด ตั้งแต่หลุม 10 ถึงหลุม 13 ก่อนเกมจบลงที่หลุม 15 ไทเกอร์ คว้าชัยชนะได้สำเร็จ 4-3 ถือเป็นการแก้ตัวที่แพ้หมดรูปในแมทช์โฟร์ซัม
 คู่ที่ 9 เอดูอาร์โด โมลินารี ชาวอิตาลี หวดนำ ริคกี ฟาวเลอร์ ไปถึง 4 อัพที่หลุม 12 จากนั้นโปรอเมริกันไล่ปลดคืนมาเรื่อยๆ จนตีเสมอได้หวุดหวิดที่หลุม 18 แบ่งแต้มกันไป ขณะที่คู่ 10 ปีเตอร์ แฮนเซน สวีเดน เจอกับ ฟิล มิคเกลสัน มือ 2 ของโลกชาวอเมริกัน ซึ่งเป็น "บิ๊กฟิล" ที่คว้าชัยชนะขาดลอย 4-2 ต่อด้วยคู่ที่ 11 พอดริก แฮร์ริงตัน ชาวไอริช พบกับ แซค จอห์นสัน ก่อนที่โปรแดนลุงแซมจะคว้าชัยได้อีก 3-2 ส่งผลให้ทีมสหรัฐ ไล่ตีเสมอ ทีมยุโรป อย่างสุดมัน 13.5-13.5 ต้องมาตัดสินกันที่ผลของคู่สุดท้าย ระหว่าง แกรม แม็คดาวล์ ชาวไอร์แลนด์เหนือ ที่ดวลกับ ฮันเตอร์ มาฮาน
 แมทช์นี้ แม็คดาวล์ ตีนำอยู่ 3 อัพที่หลุม 11 จากนั้น มาฮาน  ฮึดสู้ ไล่บี้ปลดแต้มจากหลุม 12 และ 15 เหลือแค่ 1 ดาวน์ ชนิดที่แฟนกอล์ฟทั้งสนามต้องลุ้นกันระทึก แต่ปรากฏว่า แม็คดาวล์ เค้นฟอร์มเก่งออกมาได้อีกครั้ง หวดทำแต้มที่หลุม 16 และ 17 เอาชนะไปในที่สุด 3-1 ส่งผลให้ ทีมยุโรป เฉือนเอาชนะ ทีมสหรัฐ ไปแบบหวุดหวิด 14.5-13.5 แย่งแชมป์มาครองได้สำเร็จ