ข่าว

ใครได้ประโยชน์

ใครได้ประโยชน์

05 ต.ค. 2553

คงต้องรอการพิสูจน์อย่างละเอียดว่า ชายฉกรรจ์ 12 คน ที่ตำรวจ สภ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ จับกุมนั้น ซ่องสุมกันเพื่อที่จะก่อเหตุร้าย ลอบสังหารผู้นำประเทศ รวมทั้ง เนวิน ชิดชอบ หรือไม่

เพราะหากเป็นเช่นที่หนึ่งในบรรดาชายฉกรรจ์ให้การต่อเจ้าหน้าที่ ขบวนการนี้ก็คือขบวนการเถื่อนที่ไปฝึกที่กัมพูชา แล้วไปก่อเหตุมาแล้วในกรุงเทพฯ จากนั้นหนีไปกบดานที่เชียงใหม่ ทำการฝึกฝนเพื่อกลับมาก่อเรื่องร้ายแรงอีกครั้ง

 น่าเสียดายที่ไม่มีการเปิดเผยว่า ใครอยู่เบื้องหลัง ชักใยให้คนพวกนี้ไปก่อเหตุ ไม่เช่นนั้นก็จะได้รู้ได้เห็นหน้าค่าตาคนที่ทำลายบ้านเมืองกันจะจะ

 คำสารภาพระบุว่า นักรบเถื่อนเหล่านี้มีเพียงว่า ในขบวนการทหารเถื่อนนั้นมีด้วยกัน 30 คน ค่าหัวเฉพาะ เนวิน ชิดชอบ อยู่ที่ 20 ล้านบาท

 แต่ถึงแม้จะเปิดปากเพียงเท่านี้ นั่นก็มากพอสำหรับการสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมือง

 เนวิน เปิดปากถึง "นายเก่า" อีกครั้งอย่างไม่ลังเลว่า อยู่เบื้องหลัง พร้อมทั้งวิงวอนว่า อย่าได้ทำร้ายประเทศ ทำร้ายคนไทยอีก

 สิ้นเสียงของเนวิน ทนายความส่วนตัว ทักษิณ ชินวัตร ก็แถลงข่าวตอบโต้ในทันทีว่า สั่งการให้ทีมงานรวบรวมหลักฐานเพื่อฟ้องร้องเนวิน ใส่ร้ายป้ายสี

 นั่นเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ว่า จะต้องเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย

 หากถามว่าถ้าทักษิณ สั่งให้จัดตั้งกองกำลังเถื่อนชุดนี้ มีภารกิจลักษณะนี้ ทักษิณ จะได้อะไร

 แต่ถ้าหากเรื่องนี้เป็นการกระทำของคนอื่นที่ไม่ใช่ทักษิณ แต่แอบอ้างชื่อไป เพื่อความขลังในการควบคุม และรับประกันในเรื่องการดูแล ก็ยังคงต้องถามเช่นกันว่า คนคนนี้จะทำไปเพื่ออะไร

 ในเมื่อต่างก็รับรู้สัญญาณแล้วว่า รัฐบาลนี้คงจะอยู่ไม่นานจนเกินไป

 กลางปีหน้า ก็ถือว่านานเกินไปแล้วสำหรับรัฐบาลนี้

 ยิ่งหากคิดภายใต้หลักเกณฑ์ที่ว่า คะแนนนิยมพร้อม ความปรองดองในระดับหนึ่ง และการอธิบายถึงเหตุและผลในการอยู่บริหารประเทศให้ประชาชนเข้าใจได้ระดับหนึ่ง

 ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่เพื่อแบกรับกระแสความไม่พอใจในเรื่องความหละหลวม ละเลย ปล่อยให้การทุจริตเกิดขึ้นทั่วไปทั้งที่ตนไม่ได้ก่อ

 นี่ยังไม่นับถึงความไม่พอใจจากคนในพรรคที่รู้สึกว่า ผู้จัดการรัฐบาล "หงอ" พรรคภูมิใจไทยจนแทบหมดศักดิ์ศรีของพรรคแกนนำ
 "มหาดไทย พาณิชย์ คมนาคม" กลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความอัปยศที่พรรคแกนนำต้องยอมรับความอดสู

 คำถามที่เอ็ดอึงในใจคนประชาธิปัตย์ ที่ว่า เอาอะไรมาคิดว่า ยอมให้แค่ปีเดียว เพราะเชื่อว่าอายุขัยรัฐบาลจะอยู่ได้แค่นั้น

 ประมาณว่าทนๆ เอา ถ้าไม่มีเขา เราก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล

 ในวันนี้เกือบจะครบ 2 ปีเข้าไปแล้ว "มหาดไทย พาณิชย์ คมนาคม" ยังคงเป็นหนามยอกอก

 นี่คือที่มาของกระแสภายในพรรคประชาธิปัตย์ ที่เริ่มไปในทิศทางเดียวกันแล้วว่า ยิ่งนานวัน ต้นทุนของพรรค ต้นทุนของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในเรื่องความซื่อสัตย์ก็จะยิ่งหดหาย

 แล้วหากปล่อยให้ฝ่ายค้านได้กระทุ้งอีกสักหนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเปิดประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป สามารถยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อะไรจะเกิดขึ้น

 แม้รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์จะไม่ใช่เป้า แต่หากเป็นพรรคร่วมอันทรงพลังอย่างภูมิใจไทย ที่จนถึงทุกวันนี้ พรรคเพื่อไทยจองกฐินข้ามปี และหากมีข้อมูลในระดับหนึ่ง ถึงวันนั้นแล้วจะทำอย่างไร

 สะกิดให้ออก แนะให้ปรับ ครม. หรือจะถึงขั้นกล้าหักน้ำใจเขี่ยพ้นการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ?

 กล้าพอที่จะเผชิญกับลมแรงในยามเลือกตั้งทั่วไป และอาจเดียวดายในวันหลังประกาศผลการเลือกตั้งหรือไม่ ?

 น่าหนักใจแทนอภิสิทธิ์ เพราะพูดเรื่องตัดสินใจคืนอำนาจให้ประชาชนนั้น เป็น 2 ลักษณะ

 หนึ่ง เคยพูดว่าจะยุบสภากลางเดือนพฤศจิกายน

 อีกหนึ่ง พูดว่าหากสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ หรือมีความปรองดองกัน ผู้สมัคร ส.ส.สามารถเดินพบปะประชาชนได้ทุกที่ทุกแห่ง ก็จะยุบสภา

 ประเด็นแรกไม่เท่าไหร่ แต่ประเด็นหลังนั้น มีส่วนที่ผูกติดกับเสียงระเบิด การลอบยิงก่อกวนที่นั่นที่นี่ จนไม่รู้ว่า อันไหนป่วนจริง อันไหนมีคนชักใย โดยคนชักใยอาจจะอยู่กันทั้งสองฝ่าย

 ไม่น่าเชื่อว่า กล้องวงจรปิดทั่วกรุง ไม่สามารถจับภาพมือมืดก่อเหตุร้ายได้

 จนเป็นเหตุให้ นพดล ปัทมะ ทนายความทักษิณ อ้างคำพูดของนายมาโจมตีว่า "ท่านมองว่าขณะนี้ชัดเจนว่ามีกลุ่มนักการเมืองในรัฐบาลบางคนได้ประโยชน์จากการที่บ้านเมืองมีความขัดแย้ง และทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางการปรองดอง"

 ก็ต้องขึ้นอยู่กับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่าจะเอาอย่างไร กับแรงบีบภายในพรรคกับเกมการเมืองภายนอกที่นับวันยิ่งชัดเจนว่า "เหตุ" ที่เกิดขึ้นจะยิ่งทำให้ต้องทนทู่ซี้อยู่กันไปนานวันขึ้นด้วยเช่นกัน

 แล้วใครล่ะที่ได้ประโยชน์ ?

ศรายุทธ สายคำมี