
กกร.ค้านค่าแรงขั้นต่ำอัตราเดียว รมว.แรงงานแจงตัวเลข250บาทเป็นแค่ตุ๊กตา
กกร.ไม่เห็นด้วยปรับค่าแรงขั้นต่ำเท่ากันทั่วประเทศ ชี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยในการจ่ายค่าจ้าง ระบุไม่ยุ่งเพราะเรื่องกรรมการไตรภาคี ด้าน "เฉลิมชัย" แจงตัวเลข 250 บาทเป็นแค่ตุ๊กตาที่นายกฯ หยิบขึ้นมาเป็นกรอบเปรียบเทียบ
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กกร. เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้หารือถึงกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่า กกร.สนับสนุนอัตราค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศให้มีอัตราเดียว โดยเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องกำหนดค่าจ้างเป็นอัตราเดียวกัน เพราะค่าจ้างขั้นต่ำคืออัตราค่าจ้างสำหรับแรงงานใหม่ไร้ฝีมือ และการกำหนดก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และความสามารถในการจ่ายค่าจ้างของนายจ้าง รวมถึงค่าครองชีพแต่ละจังหวัดแต่ละพื้นที่ซึ่งไม่เท่ากัน
"ที่สำคัญการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอำนาจของคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่ง กกร.จะไม่เข้าไปยุ่ง ส่วนค่าจ้างตามคุณวุฒิวิชาชีพของแรงงาน หรือแรงงานที่มีประสบการณ์และฝีมือ เป็นการกำหนดตามความรู้ความสามารถ โดย กกร.ร่วมกับสำนักงานอาชีวศึกษาจัดทำโครงการนำร่อง เพื่อวางแผนจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพอุตสาหกรรมต่างๆ ไปแล้ว ซึ่งแนวทางดังกล่าว กกร.เห็นว่าเป็นแนวทางใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาแรงงานและยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืนมากกว่า" นายดุสิตกล่าว
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงการออกมาเรียกร้องของฝ่ายลูกจ้างขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 421 บาท ซึ่งมากกว่าตัวเลขที่นายกรัฐมนตรีเสนอที่ 250 บาท ว่ากระทรวงแรงงานพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะของทุกฝ่ายทั้งลูกจ้างและนายจ้าง แต่อยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมันต้องมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง เช่น อัตราเงินเฟ้อ สภาพเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดถึงความเป็นไปได้ ขณะเดียวกัน ต้องให้ทางคณะกรรมการค่าจ้างกลางที่เป็นระบบไตรภาคี ที่จะต้องรวบรวมตัวเลขค่าจ้างของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดทั่วประเทศส่งเข้ามาพิจารณาด้วย ซึ่งจะต้องทำงานแบบคู่ขนานกันไป
ส่วนนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่ 250 บาทของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเรื่องสืบเนื่องจากที่นายกฯ มีคำสั่งให้ทบทวนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ว่ามีการปรับค่าจ้างที่เป็นไปตามสภาพความเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าการปรับค่าจ้างที่ผ่านมาไม่สมเหตุสมผล ก็ควรที่จะมีการขยับค่าจ้างขั้นต่ำให้เป็นไปตามสภาพความเป็นจริง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้อนุมานตัวเลขค่าจ้างขึ้นมาเป็นตัวเลข 250 บาท ไม่ได้หมายความว่าค่าจ้างขั้นต่ำจะต้องปรับไปตามนั้นอย่างที่เข้าใจกัน



