ข่าว

ฉุกเฉินนิรันดร์กาล?

ฉุกเฉินนิรันดร์กาล?

05 ต.ค. 2553

รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาแล้วอีกเพียง 2 วันก็จะเข้าสู่เดือนที่ 6 โดยมีเจตจำนงที่จะใช้กฎหมายอันมีลักษณะลิดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชนฉบับนี้

 ให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ในการระงับยับยั้งเหตุอันรบกวนความสงบสุขของประชาชน โดยที่เหตุเหล่านั้นมีสารตั้งต้น มาจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หากแต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเหตุร้ายเกิดขึ้น โดยเฉพาะเหตุระเบิดไม่เว้นแต่ละวัน แทบจะไม่มีเลยที่เจ้าหน้าที่รัฐจะจับกุมผู้กระทำความผิดได้

 แน่นอนว่ารัฐบาลมีความพยายามที่จะคลี่คลายบรรยากาศของสังคมไทย ที่ตกอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยการทยอยยกเลิกครั้งสุดท้ายใน 3 จังหวัดภาคอีสาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคมว่า ได้ให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพไปตรวจสอบผู้ที่ยังถูกคุมขังตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จำนวน 184 คน ถ้าเห็นว่ามีแนวทางผ่อนปรนต่อไป อีกด้านหนึ่ง กฎหมายพิเศษฉบับนี้ได้เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจรัฐจับกุม คุมขังประชาชน โดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม เป็นปัญหาเรื่องการใช้อำนาจที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งในแง่ของสื่อมวลชนกลับไม่ใคร่เห็นความผิดปกติการใช้อำนาจของรัฐบาลในสถานการณ์ปกติ ตรงกันข้ามกับเมื่อนายสมัคร สุนทรเวช ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลต้องประกาศยกเลิกโดยพลัน เพราะสื่อมวลชนไม่เห็นด้วย นี่เป็นฉันทานุมัติของสังคมไทย และสื่อมวลชนที่อันตราย เพราะรัฐบาลก็จะใช้เป็นข้ออ้างในการคงไว้ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เช่นนี้ไปเรื่อยๆ และทำให้ ศอฉ.กลายเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจ ที่มีภารกิจ และใช้จ่ายงบประมาณต่อไปไม่สิ้นสุด

 การจัดการกับผู้ที่ละเมิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มใด ย่อมถูกต้องตามหน้าที่ของรัฐบาลแล้ว แต่การใช้กฎหมายพิเศษ ในขณะที่รัฐบาลสามารถใช้กลไกปกติจัดการปัญหาได้ เป็นความไม่ปกติภายในของรัฐบาลเอง เป็นปัญหาในเชิงการบริหารจัดการ หาใช่ปัญหาในการขาดแคลนเครื่องมือในการจัดการไม่ สังคมไทยตกอยู่ในภาวะหวาดผวามาเนิ่นนานแล้ว จากความขัดแย้งของนักการเมือง ทุกคนเข้าใจตรงกันว่า การบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็เป็นการติดดาบให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถใช้อำนาจได้อย่างฉับพลันทันที กับกลุ่มการเมืองอีกกลุ่มหนึ่ง ที่อาจมีศักยภาพในการก่อการร้ายเหนือกว่าอาชญากรโดยทั่วไป แต่กฎหมายความมั่นคง กฎหมายอาญา ที่มีอยู่ ก็เพียงพอ การมีอำนาจพิเศษ แต่ไม่สามารถใช้อำนาจนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ไม่ต่างจากการไม่มีอำนาจนั่นเองพลัน เพราะสื่อมวลชนไม่เห็นด้วย นี่เป็นฉันทานุมัติของสังคมไทย และสื่อมวลชนที่อันตราย เพราะรัฐบาลก็จะใช้เ