
สดๆใหม่ๆ
นานๆ ถึงจะมีนายตำรวจหัวสมัยใหม่ปรากฏสักครั้ง หมายถึงได้ขึ้นมาเป็นผู้นำหน่วย อยู่ในตำแหน่งบริหาร
ปรากฏการณ์ที่ห้องประชุมจูบิลี่ บอลรูม ชาลเลนเจอร์ อิมแพ็ค สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย ไม่ว่าการขับเสภา นิทรรศการเกี่ยวกับงานตำรวจ โดยมีเซอร์ไพรส์อย่าง "จ่าเฉย" ที่คนกรุงเทพฯ เริ่มลืมเลือนไปแล้ว เอามาปัดฝุ่นเพื่อป้องปรามอาชญากรรมเชิงสัญลักษณ์
ทั้งหมดนี้เป็นงานมอบนโยบายตามร่าง "แผนปฏิบัติการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง" ที่มี พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ นั่งกุมบังเหียน หน่วยที่มีกำลังอยู่ทั่วประเทศ เป็นกองบัญชาการที่จะทำให้ชาวบ้านนอนตาหลับได้ควบคู่กับตำรวจพื้นที่
งานดังกล่าวยังได้เชิญนายไบรรอน ทราเวิร์น ซีเครทเซอร์วิส สหรัฐอเมริกา และนายลีโอนาร์ด ร็อคคา ผู้บัญชาการตำรวจชิคาโกมาร่วมด้วย
จุดประสงค์เพื่อให้ตำรวจในสังกัดเรียนรู้งานของตำรวจสมัยใหม่ในการควบคุมปัญหาอาชญากรรม ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแสดงความคิดเห็นในการทำงาน รวมไปถึงระดับชั้นประทวนด้วย
ที่ผ่านมาการสั่งการไม่ค่อยให้โอกาสชั้นประทวน แต่แนวคิดของ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติจริงในการวางแผนร่วม
ตรงนี้เป็นจุดแข็งเพราะการระดมสมองเพื่องานชิ้นใดชิ้นหนึ่งผู้ปฏิบัติควรมีส่วนด้วยกัน ไม่ใช่เกิดจากคำสั่งจากระดับสูงอย่างเดียว รักษาการ ผบช.ก.เล็งถึงความสำเร็จของงานมากกว่า
เรียกว่าใช้คนให้เหมาะกับงาน เน้นเชิงคุณภาพและปริมาณไปพร้อมๆ กัน โดยเปิดกว้างให้สื่อสะท้อนปัญหาได้ไม่มีปิดกัน ไม่ต้องมาเอาใจกัน โปร่งใส
แนวคิดบางอย่างของ พล.ต.ต.พงศ์พัฒน์ ยังเป็นเรื่องใหม่ ที่ไม่เคยปฏิบัติกันมาก่อนในแวดวงตำรวจเช่น โอท็อปแห่งความดี โดยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเสนอโครงการต่างๆ ที่สามารถช่วยเหลือชุมชนได้เป็นรูปธรรมทั้งปัญหายาเสพติด อาชญากรรม ซึ่งสามารถวัดผลได้ ผลงานที่ประสบความสำเร็จให้ส่งเข้ามากองบัญชาการ
หากคณะกรรมการระดับ บช. ตัดสินให้โครงการไหนชนะ เจ้าของแนวคิดก็จะได้รับรางวัล หากเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรจะเป็นขั้นเงินเดือนและตำแหน่ง ส่วนชั้นประทวนจะได้เป็นเงินรางวัลตอบแทน
ทั้งหมดนี้คือ นโยบายที่มาจากความรู้สึกว่าตำรวจเริ่มตกต่ำในสายตาประชาชน แนวคิด วิธีการทำงานควรปรับเปลี่ยนไปสู่สากลและมีความเป็นมืออาชีพ ทันสมัย
ต้องตามดูการปฏิรูปตำรวจ บช.ก.ของผู้บัญชาการคนใหม่กับนโยบายสดๆ ใหม่ๆ ในระยะต่อไป



