
แม่สลองนอกดินทรุดอบต.สรุปเสียหายมูลค่า50ล้าน
นายกอบต.แม่สลองนอก เผยดินทรุดอบต.แม่สลองนอกทรงตัวแล้ว เตรียมเสนอ 2 แนวทางประชุมผู้ว่าฯ คาดเสียหายเบื้องต้น 50 ล้านบาท ขณะที่ประธานสภาอุตฯ ท่องเที่ยวเชียงราย ยันไม่กระทบท่องเที่ยว-นักท่องเที่ยวเข้าใจ ตรวจรอยเลื่อนหลังเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่เชียงใหม่ น้ำท่
(4ต.ค.) นายวุฒิพงษ์ สวรรค์โชติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เปิดเผยความคืบหน้าเหตุดินถล่มบริเวณหมู่บ้านสันติคีรี หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก ซึ่งอยู่ใจกลางตำบล ว่า ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาก็พบว่าไม่มีการทรุดตัวของดินเพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ที่ทรุดตัวกว่า 85 เซนติเมตร ระยะทางกว่า 300 เมตร สำหรับแนวทางในการที่จะต้องเร่งดำเนินการหลังจากนี้คือการจัดการกับบ้านเรือนทั้ง 8 หลังในที่เกิดเหตุ
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้แนวทางการรื้อถอน ซึ่งจะต้องมีการเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับเคลื่อนย้ายซากปรักหักพัก และแนวทางการทุบทำลาย ซึ่งบ่ายวันนี้ (4 ตุลาคม) จะได้ร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการที่จังหวัดเชียงราย เพื่อตัดสินใจใช้แนวทางที่เหมาะสมในการจัดการแต่ยืนยันบริเวณดังกล่าวไม่สามารถอาศัยอยู่ได้แล้วแน่นอน รวมถึงการพิจารณาให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสำหรับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเพิ่มเติมจากที่อบต.แม่สลองนอก ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ทั้งนี้ จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นมูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท
"ยอมรับว่าเหตุการณ์ดินทรุดตัวนี้ได้สร้างผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของดอยแม่สลองเป็นอย่างมาก มีการโทรศัพท์สอบถามมายังอบต.แม่สลองนอกวันจะหลายร้อยสาย โดยนักท่องเที่ยวเข้าใจว่าไม่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ เกิดความหวาดกลัว แต่ผมยืนยันว่าจุดเกิดเหตุเป็นเพียงจุดเดียวเท่านั้น บริเวณอื่นยังเดินทางมาท่องเที่ยวได้เป็นปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากการทรุดตัว มีห้องพัก สถานที่ท่องเที่ยวก็พร้อมให้บริการเป็นจำนวนมาก การสัญจรไปมาถนนหนทางก็ยังใช้การได้ มีจุดทรุดตัวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น" นายวุฒิพงษ์ กล่าว
นายสมเกียรติ ขันธีระวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ดินทรุดตัวที่หมู่บ้านสันติคีรี หมู่ 1 ต.แม่สลองนอก ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน เพราะเป็นการทรุดตัวในจุดเดียวไม่ได้ลุกลามตัวพื้นที่ ยังสามารถเดินทางไปเที่ยวยังจุดอื่นๆ ได้ จากการสอบถามนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด เข้าใจว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติที่น้ำกัดเซาะพื้นดินด้านล่าง ขณะนี้ปริมาณน้ำฝนก็น้อยลงแล้วจึงเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้ เชื่อว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงไฮ-ซีซั่นนี้ดอยแม่สลองจะเป็นที่ชื่นชอบนักท่องเที่ยวเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยวของทั้งจังหวัดขณะนี้พบว่ามียอดจองห้องพักแล้วกว่า 50%
ตรวจรอยเลื่อนหลังเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่เชียงใหม่
นายสมบูรณ์ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 ลำปาง เปิดเผยว่า ช่วงนี้หลายพื้นที่เกิดภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในภาคเหนือ ถือว่าเป็นพื้นที่ความเสี่ยงภัยมากกว่าทุกภาคของประเทศ ซึ่งสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 ลำปาง กรมทรัพยากรธรณี ซึ่งรับผิดชอบ 17 จังหวัดภาคเหนือ และเฝ้าะระวังอย่างใกล้ชิด กรณีพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ที่เกิดดินทรุด และแยกตัวบนดอยแม่สลองบริเวณบ้านสันติคีรี หมู่ 1 ตำบลแม่สลองนอก ทางสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 1 ลำปาง ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมตรวจสอบ และหาสาเหตุ พร้อมเสนอให้ทางจังหวัดเชียงราย และองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก ให้ย้ายบ้านเรือนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวออกจากพื้นที่แล้ว
เนื่องจากในอนาคต พื้นดินอาจจะขยับทำให้เกิดทรุดตัว และแยกตัวอีกได้ และกรณีที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากสาเหตุการขยับตัวของรอยเลื่อนใหญ่ 5 แห่ง ที่มีพลังในภาคเหนือ แต่เป็นเพราะพื้นดินอยู่บนแนวไหล่เขา จึงทำให้ทรุดตัวลงมา หลังฝนตกหนัก หากไม่มีการย้ายบ้านเรือนออกไป ต้องมีการดำเนินการปรับพื้นดินให้เกิดความมั่นคงและแข็งแรงมากกว่านี้ แต่หากพื้นดินดังกล่าว ซึ่งอยู่บนแนวเชิงเขาที่มีความกว้างมาก และเสี่ยงที่เกิดดินทรุดตัวและแยกอีก ก็อาจะเกิดการทรุดขึ้นมาอีก ซึ่งการย้ายบ้านเรือนราษฎรออกไปจะเป็นการดีที่สุด
ส่วนการเกิดแผ่นดินไหวล่าสุด เมื่อเช้าของวันนี้( 4 ต.ค.) จุดศูนย์กลางอยู่ในประเทศพม่าใกล้กับจังหวัดเชียงราย ขณะนี้หน่วยงานต่าง ๆ ได้รับรายงานแล้ว และต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับรอยเลื่อนที่มีพลังในภาคเหนือหรือไม่ และหากเกี่ยวข้องรอยเลื่อนทั้งหมด มีการขยับไปมากน้อยเพียงใด
ผู้ว่าฯลำปางคนใหม่รุดตรวจพื้นที่ประสบภัยน้ำป่าหลาก
นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้เดินทางไปยังพื้นที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันใน อ.วังเหนือ จ.ลำปาง หลังเดินทางมารับตำแหน่งใหม่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง วันแรก โดยผู้ว่าราชการได้เดินทางลงพื้นที่ 8 ตำบลของ อ.วังเหนือ ที่ ประสบภัย เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ที่ พื้นที่ประสบภัยกำลังเร่งฟื้นฟูพื้นที่
โดยนายกฤษเพชร เพชรบูรณนิล หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลำปาง ได้รายงานสรุปสถานการณ์พื้นที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ของจังหวัดทั้งหมดที่เกิดขึ้นช่วงฤดูฝน โดยได้เกิดขึ้นใน 9 อำเภอของจังหวัด ได้แก่ อ.เมือง เกาะคา ห้างฉัตร แม่เมาะ เถิน แจ้ห่ม งาว เมืองปาน และวังเหนือ
สำหรับจังหวัดลำปาง มี 13 อำเภอ ซึ่งพื้นที่ ที่ยังไม่เกิดภัยทางธรรมชาติน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ขึ้นในปีนี้ ได้แก่ อ.แม่ทะ เสริมงาม สบปราบ และแม่พริก โดยพื้นที่ อ.วังเหนือ ถือว่าประสบภัยล่าสุดของจังหวัดลำปาง และถือว่าอย่างหนักในรอบ 5 ปี หลังจากเคยประสบภัยอย่างหนักขึ้นจากพายุดอมเรย์ เมื่อปี 2548
ด้านนายอภิคม กล่าวว่าขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายเร่งช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งพื้นที่ประสบภัยใน อ.วังเหนือ ในปีนี้ ถือว่าได้สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน 7,161 คน กระจายใน 3,486 ครัวเรือน โดยมีสิ่งสาธารณะประโยชน์ของทางราชการได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นสะพาน ถนน และตลิ่ง ที่ได้รับความเสียหายกว่า 80 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ราชการที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลวังซ้าย อ.วังเหนือ และโรงเรียนในพื้นที่ 2 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบ
ปภ.ระนองวางมาตรการรับมือเหตุดินเลื่อนไหล
นายชาสันต์ คงเรือง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากกรณีที่เกิดดินเลื่อนไหลในพื้นที่ ต.กำพวน บริเวณ ม.1 ,7 และ 8 เมื่อคืนวันที่ 3 ต.ค. หลังจากเกิดฝนตกหนัก ล่าสุดทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระนอง ได้ดำเนินการแก้ไขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเพื่อเป็นการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีกเนื่องจากช่วงนี้พบมีฝนตกชุกหนาแน่นในเขตพื้นที่ จ.ระนอง อย่างต่อเนื่อง
ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระนอง จึงกำหนดมาตรการรับมือกับเหตุการณ์ดินเลื่อนไหล - ดินโคลนถล่ม โดยได้มีการประสานกับหน่วยงานส่วนท้องถิ่นให้เฝ้าสังเกตุความผิดปกติในพื้นที่ และเข้าดำเนินการแก้ไขในเบื้องต้น โดยทาง ปภ.พร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุนอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยที่จะเกิด น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ให้ เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
โดยทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระนอง ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมการป้องกันอันตรายจากภาวะฝนตกหนักที่อาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยให้ประชาชนติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้มิสเตอร์เตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ และรายงานสถานการณ์ต่อศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับจังหวัด,อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ และหากเกิดสถานการณ์รุนแรงให้ดำเนินการตามขั้นตอนของแผนป้องกันภัยของจังหวัดและอำเภอ
ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาคลื่นลมในทะเล อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ที่ลาดเชิงเขา ที่ลุ่มริมน้ำ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ทุกอำเภอของจังหวัดระนองติดตามสถานการณ์และข่าวการพยากรณ์อากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงท้องถิ่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน อย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมพร้อมในการเผชิญเหตุการณ์ สำรองอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และ อุปกรณ์ฉุกเฉิน และหากต้องความช่วยเหลือจากการประสบภัยสามารถแจ้งได้ที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนองตลอด 24 ชั่วโมง หมายเลขโทรศัพท์ 077-862093, 077-862
น้ำท่วมสวนผึ้งวิกฤตสนักท่องเที่ยวยังติดอยู่หลายสิบชีวิต
จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง จ.ราชบุรี นั้นขณะนี้ยังวิกฤตหนัก เนื่องจากยังมีปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำป่าที่ไหลมาจากเทือกเขาตะนาวศรีนั้นกำลังจะล้นสะพานข้ามแม่น้ำลำภาชี ซึ่งเป็นสะพานสายหลักที่จะเข้าตัวอำเภอสวนผึ้ง คาดว่าถ้าปริมาณฝนยังตกอยู่ต่อเนื่องเช่นนี้คาดว่าสะพานลำภาชีนั้นน่าจะพังเพราะถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวพัด ส่วนเส้นทางสายอื่นๆที่เป็นเส้นทางสัณจรของชาวบ้านนั้นขณะนี้คอสะพานขาดหลายแห่งชาวบ้านหลายหมู่บ้านถูกตัดขาดไม่สามารถเดินทางเข้าออกได้
ส่วนที่บริเวณสวนผึ้งคันทรีฮิลล์รีสอร์ท ซึ่งอยู่บ้านห้วยคลุม หมู่ 6 ต.สวนผึ้ง ยังมีนักนักท่องเที่ยวติดอยู่ภายในรีสอร์ทรวมทั้งรีสอร์ทข้างเคียงอีกกว่า 40 คน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ เนื่องจากเส้นทางที่จะเข้าไปช่วยเหลือนั้นคอสะพานขาดหลายแห่งทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร อำเภอสวนผึ้ง และชาวบ้านต้องระดมกำลังช่วยกันทำสะพานชั่วคราวให้รถข้ามไปได้ เพื่อนำอาหารและน้ำดื่มไปให้นักท่องเที่ยวได้กินพอประทังชีวิต พร้อมกับเตรียมนำเรือท้องแบนและแพเข้าไปช่วยนักท่องเที่ยวออกมาจากรีสอร์ทก่อน นอกจากนี้ในพื้นที่อื่นๆของอำเภอสวนผึ้งซึ่งส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทและบ้านพักก็ได้รับผลกระทบ เนื่องจากปริมาณที่ไหลเชี่ยวทำให้ดินพังทลายและบ้านที่ปลูกอยู่ก็พังลงมาหลายหลัง
นอกจากนี้ยังพื้นที่ในอำเภออื่นทั้งอำเภอปากท่อ น้ำป่าก็ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายรวมทั้งหมด 8 ตำบลแล้ว ส่วนที่อำเภอจอมบึงและอำเภอเมืองราชบุรี น้ำป่าก็ได้ไหลเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังจะทำการเก็บเกี่ยวได้รวมทั้งไร่ผักและบ้านพักได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งขณะนี้นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้ประกาศให้พื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมนั้นเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว และเร่งเข้าไปดูแลให้การช่วยเหลือพร้อมทั้งประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำลำภาชีหรือริมสองฝั่งลำห้วยให้เตรียมขนของย้ายหนีไปอยู่ในที่สูง เนื่อง
จากปริมาณน้ำป่านั้นยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่กรมชลประทานว่า จะต้องทำการระบายน้ำในเขื่อนท่าเคย อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ออกเพราะปริมาณน้ำกำลังจะล้นเขื่อน
เมืองกาญจน์ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าหลายพื้นที่
จากกรณีที่ได้เกิดฝนตกหนักลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าไหลจากเทือกเขาตะนาวศรี เข้าท่วมพื้นที่ ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ราษฎร 5 หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อน พืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 6 - 7 พันไร่ โดยทางนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้สั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้อพยพไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย มีชาวบ้าน ขณะที่ชาวบ้านจำนวน 10 หลังตาเรือน ติดต่อกับโลกภายนอกไม่ได้ ต้องขอเรือท้องแบนอพยพผู้คนออกมา
ส่วนที่อำเภอเด่านมะขามเตี้ย ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าที่ไหลลงมาจากอำเภอสวนผึ้ง จ.ราชบุรี มี 4 หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อน พืชผลทางด้านการเกษตรประมาณ 2,700ไร่ ได้รับความเสียหาย ประชาชนกว่า 900 คน ได้รับความเดือดร้อน ถนนในหมู่บ้านถูกน้ำกัดเซาะ เสียหายกว่า 30 สาย ถนนสายหนองไผ่-แก้มอ้น รถยนต์สี่ล้อไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้
ศูนย์อุทกภัยภาค 7 ได้รายงานด้วยว่า จะมีน้ำป่าไหลบ่าเข้ามาสมทบ ในระยะเวลาอันใกล้นี้ อีก ทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรีและองค์การบริหารส่วนตำบลหนอไผ่ ได้เตรียมพร้อมรับมือไว้แล้ว ขณะที่ ต.ศรีมงคล อ.ไทรโยค 4 หมู่บ้าน ได้ผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก ถนนบางสายรถผ่านไม่ได้ ส่วนที่ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
น้ำป่าทะลักท่วมไร่นากว่า1,000ไร่ที่ศรีสะเกษ
จากกรณีที่ได้เกิดมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทั้งวัน เป็นเวลาติดต่อหลายชั่วโมงบนเทือกเขาพนมดงรัก ส่งผลเกิดน้ำป่าไหลทะลักจากเทือกเขา ลงสู่ลำห้วยสำราญ ในพื้นที่ต.ไพรพัฒนา ต.ห้วยตามอญ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษมีน้ำไหลปริมาตรน้ำสูงขึ้นจากลำห้วยสำราญประมาณ 4.50 - 5.00 เมตร คืนที่ผ่านมาฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องทั้งคืน ส่งผลน้ำป่าไหลทะลักท่วมเส้นทางที่ใช้สัญจรระหว่างบ้านละลม - แซรไปร - ช่องสะงำ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 5 - 6 บ้านห้วยตามอญ ต.ห้วยตามอญ สูงจากผิวจราจรประมาณ 50 - 60 เซนติเมตร เป็นระยะทางประมาณ 400 - 500 เมตร น้ำยังทะลักท่วมท้องนาบ้านธาตุ บ้านธาตุทอง บ้านโกแดง ต.ละลมอำเภอภูสิงห์ ทุ่งอายัก ข้าวกำลังออกรวงเห็นแต่ยอดปลายข้าวร่วมประมาณ 1,000 ไร่
น้ำป่ายังไหลทะลักกัดเซาะถนนเส้นทางคมนาคมประวัติศาสตร์ทางสายลวดจากบ้านบ้านโพธิ์ไทร หมู่ที่ 9 บ้านพนมชัยหมู่ที่ 5 ต.ห้วยตามอญ อ.ภูสิงห์ น้ำกัดเซาะเส้นทางพังยับเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดสาย เป็นระยะทางร่วม 5 กิโลเมตร ชาวบ้านสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ในการเดินทางติดต่อราชการที่อำเภอและขนส่งสินค้าการเกษตรไปขายในตัวเมือง



