
สนั่นลั่นไม่เป็นนายกฯชี้เส้นทางปรองดองยังยาว
เสธ.หนั่น ลั่น ไม่เป็น นรม. แขวะ มาร์ค 46 ยังจะไม่ไหว 75 จะไหวได้ไง ยอมรับ ยังไม่ชัดเจนจะไปพบ แม้ว เรื่องอะไร ชี้ เส้นทางปรองดอง ยังเหลืออีกหลายก้าว ชี้ แม้ว เป็นก้าวสุดท้ายที่จะเดินสายไปพบ รอให้ปัญหาภายในจบ จัดทำพิมพ์เขียวรองรับก่อน พร้อมไปพบ
(4ต.ค.) พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองใหม่ออกมาท้วงติงหากลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เพื่อไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วจะได้ไม่คุ้มเสีย ว่า ไม่เป็นไร ยังต้องใช้เวลาอีกนาน ตนบอกแล้วว่าหากปัญหาในประเทศเราจบสิ้นเมื่อไหร่คงจะไปถึงจุดนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาบอกว่าไม่ทราบว่าพล.ต.สนั่นจะไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยเรื่องอะไร พล.ต.สนั่น ยอมรับว่า ตนเองก็ยังไม่ชัดเจน ต้องให้ปัญหาในประเทศเรียบร้อยก่อนคือ พูดจากันให้ได้ใจความที่แน่นอนและทำพิมพ์เขียวออกมาดูแลกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่เกรงการไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกมองว่ามีวาระซ้อนเร้น พล.ต.สนั่น กล่าวว่า หากคุณไปพบทุกฝ่ายแล้วไปเว้นไว้ฝ่ายหนึ่ง มันก็ปรองดองกันไม่ได้ เมื่อถามว่า รู้สึกน้อยใจหรือไม่การเดินสายแบบนี้แล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่ เสียงส่วนใหญ่ 99 เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยก็ดีใจแล้ว เมื่อถามว่า ข้อท้วงติงของนายเทพไท เสนพงษ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าไม่มีผลต่อการเดินทางไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ใช่หรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่มีหรอก เมื่อย้ำถามว่า เจตนาที่จะไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่ออะไร พล.ต.สนั่น กล่าวย้ำว่า คุณพบกับทุกพรรคทุกกลุ่มเพื่ออะไร ก็เพื่อความปรองดองทั้งนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเปลี่ยนจากการเดินทางไปพบแล้วต่อสายคุยกันภาพจะออกมาดีกว่าหรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เอาไว้ให้ถึงเวลานั้นก่อน วันนี้มันยังอีกหลายก้าวกว่าจะไปถึงก้าวสุดท้าย ผู้สื่อข่าวถามว่า พิมพ์เขียวที่ว่านี้คือจากรัฐบาลหรือจากทุกฝ่าย พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ตนเรียนแล้ว ทำทางเดินไว้ให้ไปสู่ความปรองดอง เมื่อทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันด้วยความจริงใจก็จะนำไปสู่ความสำเร็จได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นก้าวสุดท้ายที่จะเดินไปใช่หรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ครับ ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะมาพบนายกรัฐมนตรี ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนอะไรเลย พล.ต.สนั่น กล่าวว่า อะไรที่ชัดเจนและนำไปสู่ความปรองดองได้ก็เป็นสิ่งที่ดีทุกอย่าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอ 5 ข้อของพรรคเพื่อไทยจะเป็นส่วนหนึ่ง ที่ท่านจะนำมาประกอบในการวิเคราะห์ด้วยหรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ต้องเอาแนวคิดของทุกฝ่ายมาพิจารณาและออกมาเป็นข้อสรุป ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อมั่นจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะในที่สุดคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจสูงสุดไม่ใช่ท่านอยู่ดี พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ตนเรียนแล้วว่าจะสำเร็จหรือไม่ ตนได้ทำทางเดินไว้ให้แล้ว ส่วนจะสำเร็จหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวทางนี้คนที่จะมาฟันธงว่าปรองดองหรือไม่ เป็นใคร ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ประชาชน ไม่ได้อยู่ที่อำนาจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากประชาชนเห็นด้วยทุกอย่างก็จบ ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการเดินสายกระแสตอบรับเป็นอย่างไร พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ก็ดี ทุกฝ่ายให้การสนับสนุน ฉะนั้นตนเองยังเห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรมาเคลือบแคลงสงสัยอะไรกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำหลักโดยเฉพาะฝ่ายรัฐบาลต้องการหรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า อันนี้ยังไม่ได้คุยกัน แต่ต้องถึงจุดหนึ่งก่อนถึงจะไปคุยกับพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นบอกว่าการเดินสายทุกฝ่ายต้องมีความจริงใจ ตอนนี้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลมีความจริงใจหรือไม่ต่อแนวทางปรองดองที่จะเกิดขึ้น พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ตนไปมา 3 แห่ง จริงใจทั้ง 3 แห่ง ส่วนที่ยังไม่ไปไม่รู้ ส่วนการพบกับกองทัพนั้นเวลานี้กำลังอยู่ระหว่างการนัดหมาย ส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นขั้นสุดท้ายของการทำงานครั้งนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ถือเป็นก้าวสุดท้ายที่ไม่เดินได้ไหม ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หากไม่เดินคุณก็ไม่มีความเป็นธรรมในสังคม ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องรอความชัดเจนจากทุกฝ่ายใช่หรือไม่ ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล พรรคร่วม และเอาข้อสรุปทั้งหมดไปคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า เมื่อผลสรุปออกมาอย่างไรก็จะไปคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเห็นกับประเทศชาติ อะไรต่างๆ
ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ จะรับได้หรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า จะให้ตอบแทนได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมไม่คุยกับพรรคประชาธิปัตย์ก่อน เพราะดูจะมีปัญหาค่อนข้างเยอะ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ต้องคุย แต่จะคุยเป็นพรรคสุดท้าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีพ.ต.ท.ทักษิณ มีการท้วงติงหากไปคุยอาจมีปัญหาข้อกฎหมาย เพราะหนีคดีอยู่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การจะให้ปรองดองกันอย่ามีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ตนเรียนแล้วว่าขอร้องทุกฝ่ายอย่ามีเงื่อนไข โดยส่วนตัวหากจะให้ลาออกแล้วไปพบกับพ.ต.ท.ทักษิณหรืออะไร ได้ทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งแล้วไปคุย หากเป็นประชาชนคนหนึ่งไปคุยก็ไม่มีความผิดอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นด้วยหรือไม่ที่นักวิชาการบางท่านออกมาบอกว่า ความปรองดองเป็นความเห็นที่แตกต่างกันได้ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า แตกต่างกันได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันทั้งหมด ต่างคนต่างเดินแล้วไปสู่จุดหมายปลายทางที่ประสบความสำเร็จเป็นใช้ได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า เสียงท้วงรายทางจะเป็นปัญหาหรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การทำงานต้องมีอุปสรรคทั้งนั้น คนทำงานต้องมีอุปสรรคหากไม่ทำอะไรเลยก็ไม่มีคนว่า เสียงท้วงติงไม่ถือว่าเป็นปัญหา
ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นทางพรรคประชาธิปัตย์ระแวงแคลงใจ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ยังไม่เห็นเขาระแวงแคลงใจอะไรเลย ส่วนกรณีที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกส่วนตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นั้นถือเป็นความเห็นรายบุคคล ปล่อยเขาเถอะ ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันจะไม่มีการลาออกใช่หรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา หากถึงเวลาจะบอก ผู้สื่อข่าวถามว่า หวังว่านายเทพไทจะฟังหรือไม่ พล.ต.สนั่น กล่าวว่า ไม่เป็นไรหรอก เขาจะฟังหรือไม่ฟัง ด่าเราบ้าง ก็อดทน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางไปฮ่องกง โดยไปหารือกับนายวิษณุ เครืองาม และนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นไปได้หรือไม่เตรียมตัวยุบสภาฯ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ไม่ได้คุยกับนายบรรหาร จะยุบอะไร ไม่ยุบหรอก
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้เขากลัวว่าท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.สนั่น กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “ผมบอกแล้วว่าผมไม่เป็น” ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากมีคนดันและเห็นว่าท่านพร้อมอยากให้เป็นจะเป็นนายกฯหรือไม่ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวย้ำเสียงหนักแน่นอีกว่า “ไม่เป็น ขีดเส้นใต้ไว้เลย บอกแล้วไม่เป็น คนอายุ 46 ยังจะไม่ไหวเลยแล้วไอ้ 75 มันจะไหวหรือ”
ชี้คนมีอำนาจสั่งทำอะไรก็ได้ไร้ไม้สูงบังเอ็ม79
พล.ต.สนั่น กล่าวถึงการปรับภูมิทัศน์ใหม่บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาลว่า การมีต้นไม้เยอะๆ จะบังตึกรามได้ เอ็ม 79 มาก็มีอะไรปะทะ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว การที่ตนแนะนำสวนนงนุช พัทยา มาปรับแล้วถูกเปลี่ยน ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร คนมีอำนาจจะทำอะไรก็ทำได้ แต่ตอนเปลี่ยนนี้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ไม่ได้คุยกับตนเอง ก็ให้สวนนงนุชมารื้อไป ซึ่งเขาได้รายงานให้ตนเองทราบแล้ว



