
แก้ไฟใต้ : ปัญหาอยู่ที่แยกปลาออกจากน้ำ
นับจากสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่มกราคม 2547 ต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ นั่นคือการดำรงอยู่ของเหตุความรุนแรงที่ยังไม่มีเค้าว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดลงได้ " คม ชัด ลึก" จับเข่าคุยกับ ถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไ
จนถึงขณะนี้สัดส่วนของกลุ่มก่อความไม่สงบเพิ่มขึ้นหรือลดลง
- คงที่อาจจะเฉลี่ยอยู่ที่ 7,000 คน กระจายอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัด ส่วนปัจจัยที่จะเป็นตัวเร่งให้สัดส่วนของ 7,000 คน เบี่ยงเบนก็คือ การทยอยเข้ามอบตัวต่อทางการและการหลบหนีออกไปจากพื้นที่
ความยากลำบากกับการแก้ปัญหาภาคใต้ ผ่านมาหลายรัฐบาลสถานการณ์ดูไม่ดีขึ้นเลย
-ผมว่ามันอยู่ที่ความท้าทายในการปะปนกัน ระหว่างกลุ่มก่อความไม่สงบกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ เรามีปัญหาอยู่ที่การแยกปลาออกจากน้ำ การที่จะดึงเครือข่ายออกมาจากประชาชนไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยง่าย เรามีกฎหมายก็จริงอยู่ แต่ในการปฏิบัติแท้จริงแล้วมันมีอะไรอีกมากมายที่เป็นเงื่อนไข เราสามารถนำตัวคนเหล่านี้ไปซักถามเพื่อทำประวัติได้เพียง 30 วัน การที่จะดำเนินการใดๆ ต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชนด้วย
บ่อยครั้งที่การทลายแหล่งพักพิงของกลุ่มก่อความไม่สงบ จะเห็นถึงการซ่องสุมเสบียง ความพร้อมในการดำรงชีวิตอยู่ในป่า ตรงนี้คิดว่าสะท้อนอะไร
-ในทัศนะผมแล้ว นี่คือความล้มเหลวของกลุ่มติดอาวุธ มวลชนไม่สนับสนุน ทำให้ไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ตามปกติได้ ตรงนี้ก็จะง่ายขึ้นในการเข้าจับกุม หรือบีบพื้นที่การเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตาม ให้ถูกจำกัดลง เมื่อทำได้ก็เท่ากับว่าเราควบคุมการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามได้
ยังมีความเชื่อกันว่าสถานการณ์ใต้ยิ่งเนิ่นนานออกไป ยิ่งง่ายต่อการที่จะนำเอางบประมาณลงมาในพื้นที่ กลายเป็นว่ารัฐบาลเลี้ยงปัญหาเอาไว้ เพื่อที่จะบริหารงบประมาณ
-ตรงนี้ก็คิดกันได้หลายรูปแบบ ผมว่าต้องมองกับแบบนี้ รัฐบาลจัดสรรงบให้การก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ที่ 6,000 ล้านบาท ในขณะที่งบประมาณสำหรับนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน อยู่ที่ 16,000 ล้านบาท ความแตกต่างในการจัดสรรงบประมาณเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนา ไม่มีช่องว่างเกิดขึ้นเลย
ลงพื้นที่แต่ละครั้งรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนแล้วกดดันไหม เป็นรัฐมนตรีที่มาจากคนจากภาคใต้
- ต้องทำความเข้าใจว่าผมเป็นเพียงรองประธานคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ภาคปฏิบัติ ภาระความรับผิดชอบหรืออำนาจการสั่งการใดไม่ได้อยู่ที่ผมคนเดียว ความที่เป็นคนใต้ด้วยเชื่อได้เลยว่าผมให้ความคัญต่อการแก้ปัญหาภาคใต้ ไม่ทอดทิ้งไม่ละเลยอย่างแน่นอน
รัฐบาลเดินมาถูกทางกับการแก้ปัญหา
-ผมเชื่อว่านี่คือการก้าวย่างที่สำคัญ หากจำได้ในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ การต่อสู้กับปัญหาผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ก็ใช่ว่าจะสิ้นสุดลงได้ในระยะเวลา เรื่องของภาคใต้ก็เช่นกันต้องให้เวลา สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหาภาคใต้คือ การให้ความสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต การให้ความรู้ ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ ใช้กฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรมที่เป็นไปอย่างรัดกุม นี่คือสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการ
กำหนดเวลาที่ชัดเจนได้ไหมว่า ภาคใต้กลับสู่ความสงบสุขได้เมื่อไหร่
-สำหรับผมแล้ว เราคงไม่สามารถที่จะกำหนดเป็นกลยุทธ์ที่ชัดเจนได้ว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ มีทางเดียวเท่านั้นคือการที่ต้องเดินไปข้างหน้า การเปลี่ยนความคิดของคนกลุ่มหนึ่งที่มีความคิดในทางที่ผิด จนถึงขั้นพร้อมที่จะต่อสู้กับรัฐบาล มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปเปลี่ยนท่าทีของคนเหล่านี้ให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่จะเป็นมิตร หรือยอมวางอาวุธได้ เราต้องใช้เวลา ผมเชื่อว่าหลักคิด เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา นี่เป็นความหวังสำคัญกับการที่จะทำให้เราเห็นสันติสุข
"ชาย ซีโฮ่ - โสภณ เพชรแท้"



