
"ธาริต"ยื่นบันทึกถ้อยคำเป็นพยานคดียุบพรรค
"ธาริต"ยื่นบันทึกถ้อยคำเป็นพยานคดียุบพรรค ระบุพนักงานสอบสวนดีเอสไอมีเจตนาซ่อนเร้นมุ่งทำคดียุบพรรค ทำให้บอร์ดกคพ.หลงอนุมัติให้รับเป็นคดีพิเศษ
(4ต.ค.) ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เดินทางเข้ายื่นเอกสาร บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริง ในฐานะพยานให้กับพรรคประชาธิปัตย์ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดให้ยื่นคำให้การเป็นเอกสาร โดยนายธาริต กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ถูกร้องเรียนได้ยื่นคำขอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ระบุให้อธิบดีดีเอสไอมาเป็นพยานในคดีนี้ และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งมายังตน โดยกำหนดวิธีการให้ตนนำคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรมายื่นต่อศาลภายใน 7 วัน ซึ่งตนได้ทำคำให้การมายื่นจำนวน 6 หน้า พร้อมเอกสารประกอบคำให้การ 8 ฉบับ นำมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ( 4 ต.ค.)ซึ่งครบกำหนด 7 วันพอดี
นายธาริต กล่าวอีกว่า สาระสำคัญในคำให้การเป็นการชี้แจงรายละเอียดว่า เหตุใดดีเอสไอจึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องคดีบริษัททีไพไอกรณีไซฟ่อนเงิน ซึ่งเป็นความผิดตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ นอกจากนี้ ยังให้การถึงเรื่อง คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ชุดที่ทำคดียุบพรรคมีความมุ่งหมายทำเฉพาะคดียุบพรรค ซึ่งขณะนี้ดีเอสไอ อยู่ระหว่างตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนชุดดังกล่าวอาจสร้างพยานหลักฐานเท็จ
“ ผมมีเหตุผลส่วนตัวว่า การสอบสวนในคดีนี้ของพนักงานสอบสวนดีเอสไอในอดีต เป็นการสอบสวนที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการทำให้คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ผิดหลง เข้าใจว่า การอนุมัติให้รับคดีทีพีไอฯเป็นคดีพิเศษ จะเป็นการสอบสวนในความผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ แต่เมื่ออนุมัติให้สอบสวนกลับมีการซ่อนเร้นการสอบสวนไปสู่คดียุบพรรค ส่วนกรณีที่พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ อดีตหัวหน้าคณะตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท นำเทปลับยื่นเป็นพยานหลักฐานต่อศาลรัฐธรรมนูฯนั้น ผมได้ตรวจสอบสำนวนสอบสวนแล้ว ไม่พบว่ามีเทปลับดังกล่าว การที่พ.ต.อ.สุชาตินำหลักฐานไปเก็บไว้เอง จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ถูกต้อง ” นายธาริตกล่าว



