
คุณสุพจน์ ทรัพย์ล้อมระวังแอร์พอร์ต ลิงก์ลากตกรางนะ !
ความจริงผมมีเรื่องที่ค้างคาใจอยากนำเสนออยู่ 2-3 เรื่อง บางเรื่องเขียนเสร็จแล้ว อย่างเรื่องหนี้สินของข้าราชการ หรือเรื่องหน่วยงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ฯลฯ แต่ต้องชะลอไว้ก่อน เพราะมีเรื่องที่เร่งด่วนกว่ามาแซงคิว อย่างวันนี้ผมต้องมาเขียนถึงโครงการรถไฟเชื่อ
ว่า “แอร์พอร์ต ลิงก์” อีกครั้ง หลายท่านอาจสงสัยว่า แล้วทำไมผมจึงไม่เขียนอย่างที่เขาเรียกกันสั้นๆ ซะเลย ต้องเขียนชื่อยาวๆ ทำไมกัน ก็ขอเรียนว่า ครูอาจารย์ที่สอนวิชาชีพสื่อให้ผม สำนักงานหนังสือพิมพ์หลายฉบับสอนผมว่า ก่อนจะเขียนถึงคำย่อ หรืออักษรย่อ ต้องเขียนชื่อเต็มๆ ก่อนทุกครั้ง เผื่อคนมีคนอ่านใหม่ๆ เข้ามาอ่านเป็นครั้งแรก แล้วไม่ทราบชื่อเต็มๆ จะได้ทราบ จากนั้นจะใช้ชื่อย่อ หรืออักษรย่อ ก็ว่าไป ผมจึงยึดคำสอนนั้นมาตลอด..
อย่างเรื่องแอร์พอร์ต ลิงก์ นี้ ผมเขียนถึงเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2553 ทักท้วงด้วยความห่วงใยถึงความไม่พร้อมของระบบการเดินรถ แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยดันปล่อยให้วิ่งไปวิ่งมาอยู่ได้ ผมห่วงว่าหากเกิดอุบัติเหตุเภทภัยขึ้นมา แอร์พอร์ต ลิงก์ จะสร้างบาดแผลให้รัฐบาล วันนั้นผมเสนอให้คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรียก “แฟ้มแอร์พอร์ต ลิงก์” มาดู และหาทางป้องกันปัญหาต่างๆ ซะ
ถัดจากนั้นไม่กี่วัน คุณกอร์ปศักดิ์ได้เรียกเรื่องแอร์พอร์ต ลิงก์ มาดูและยอมรับว่า แอร์พอร์ต ลิงก์ มีข้อบกพร่องหลายอย่าง ขาดบุคลากร และไม่มีคนบริหารเป็น จึงจี้ให้ผู้บริหารเร่งสะสางด่วน คุณพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม แม่บ้านที่ต้องดูแลหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม จึงต้องเดินทางไปดูข้อเท็จจริงต่างๆ ด้วยตัวเองเมื่อปลายเดือนที่แล้ว และยอมรับข้อบกพร่องต่าง ๆ ว่า การให้บริการยังไม่สมบูรณ์ 100% สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น พื้นที่จอดรถ ทางเดินเข้าออกในบางสถานี เช่น ที่ลาดกระบัง เป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่มีไฟส่องทาง ทำให้รถยนต์ของผู้มาใช้บริการถูกขีดหรือถูกทุบกระจกเป็นจำนวนมาก เป็นต้น
ความบกพร่องต่างๆ นี้ คุณสุพจน์บอกว่าจะสั่งการให้ผู้บริหารการรถไฟไปดำเนินการแก้ไขโดยด่วนที่สุด และยังบอกด้วยว่า ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ที่สถานีมักกะสันจะเปิดบริการระบบเช็กอินกระเป๋าสำหรับผู้โดยสารที่จะไปขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิเพื่อความสะดวกให้ผู้โดยสารด้วย ผมอยากเตือนคุณสุพจน์ว่า ใจเย็นไว้ก่อนดีไหมครับ ผมละห่วงจริงๆ กับระบบตรวจสอบกระเป๋าก่อนขึ้นเครื่องนี่ คนที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศต่างวิตกกับการตรวจและจัดส่งกระเป๋าของเจ้าหน้าที่ในสนามบินกันทั้งนั้น ผมเคยเจอไปกับกรุ๊ปทัวร์กรุ๊ปหนึ่ง นักท่องเที่ยวไปถึงประเทศที่จะไปเที่ยวแล้วปรากฏว่าพอลงจากเครื่องหากระเป๋าเสื้อผ้าไม่เจอ เพราะความบกพร่องของพนักงานคือ ส่งกระเป๋าไปผิดเครื่องนะสิครับ
เรื่องละเอียดอ่อนอย่างนี้ ก่อนเปิดให้บริการ คุณสุพจน์ต้องให้การรถไฟฯ “คัดเลือก” คนที่ชำนาญการ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่สูงๆ ประเภทวัยรุ่นรายได้น้อยไม่ควรจ้างมานะครับ เพราะอาจทำให้ระบบเช็กอินที่มักกะสันได้รับความเสื่อมเสียเอาง่ายๆ กระเป๋าบางลูก ผู้โดยสารอาจใส่ของมีค่าอย่างโน้ตบุ๊ก หรือเครื่องประดับเอาไว้ หากถูกรื้อค้นกระจุยกระจายแล้วสูญหายไป คราวนี้ล่ะงามหน้ากันทั้งประเทศอีกเหมือนกัน ที่เตือนนี่ไม่ใช่ดูถูกดูแคลนคนไทยนะครับ แต่ถ้าได้เด็กที่ขาดความยั้งคิดมาทำงาน ผมว่าอันตรายครับ และที่สำคัญควรให้การรถไฟฯ “ซ้อมการเช็กอิน” จนคล่องแคล่วก่อนที่จะเปิดบริการดีกว่าไหมครับ
ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ผมยังคงยืนยันแนวความคิดเดิมที่เคยเสนอว่า หากคนของการรถไฟฯ ไม่ไหวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่จริงๆ กระทรวงคมนาคมน่าเปิดให้ฝรั่งหรือเอกชนไทยประมูลหรือเช่าไปดีกว่านะครับ แล้ว ร.ฟ.ท.ก็เอาเงินที่ได้จากค่าเช่าค่าประมูลไปใช้หนี้เงินกู้ซะ ร.ฟ.ท.จะตัวเบาขึ้นกว่าเดิม ขืนลากกันไปลากกันมาอย่างนี้ ผมห่วง ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.กับคุณสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมถูกแอร์พอร์ต ลิงก์ ลากตกรางเอานะสิ !



