ข่าว

เสียงสะท้อนผู้บริโภค"งง"ค่าธรรมเนียมแบงก์ลดจริงหรือ?

เสียงสะท้อนผู้บริโภค"งง"ค่าธรรมเนียมแบงก์ลดจริงหรือ?

04 ต.ค. 2553

หลังจากรอคอยมานาน ในที่สุดข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมบริการทางการเงินผ่านเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์ก็ได้ประกาศออกมาแล้ว ภายใต้ความพยายามผลักดันของ "ธาริษา วัฒนเกส" ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ต้องการเห็นความชัดเจนก่อนจะอำ

 ผลสรุปที่ออกมานั้น ทำให้ค่าธรรมเนียมใหม่ เป็นดังนี้ 1.ค่าธรรมเนียมการโอนเงินในธนาคารเดียวกันแต่ข้ามเขต จากเดิมที่ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะคิดในอัตราหมื่นละ 10 บาท บวกค่าบริการอีก 10 บาท อัตราใหม่ปรับเป็น ลูกค้าที่โอนเงินไปยังบัญชีของธนาคารเดียวกันแต่ข้ามเขต จะไม่คิดค่าธรรมเนียมในครั้งแรกของเดือน แต่ครั้งต่อไปจะคิดไม่เกิน 15 บาท

 2.การถอนเงินในธนาคารเดียวกันแต่ข้ามเขต เดิมธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะคิดในอัตราหมื่นละ 10 บาท บวกค่าบริการอีก 10 บาท อัตราใหม่จะคิดเป็นไม่เกิน 15 บาททุกวงเงิน

 3.การทำธุรกรรมถอนเงินสดและสอบถามยอดเงินผ่านเอทีเอ็มต่างธนาคารในจังหวัดเดียวกัน เดิมนั้นจะแบ่งเป็นเขตกรุงเทพฯ จะเริ่มคิดค่าธรรมเนียมการถอนเงินสดและสอบถามยอดต่างธนาคารในครั้งที่ 5 ครั้งละ 5 บาท ส่วนต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะคิดค่าธรรมการถอนเงินและสอบถามยอดต่างธนาคาร 20-25 บาทต่อครั้ง และครั้งที่ 5 ขึ้นไปเพิ่มครั้งละ 5 บาท อัตราใหม่จะไม่มีค่าธรรมเนียมใน 4 ครั้งแรก และครั้งที่ 5 จะคิดไม่เกิน 10 บาท เหมือนกันหมดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

 4.การถอนเงินต่างธนาคารข้ามเขต ธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่จะคิดในอัตราหมื่นละ 10 บาท ขั้นต่ำที่ 20-25 บาท และเพิ่มขึ้นตั้งแต่ครั้งที่ 5 เป็นต้นไปครั้งละ 5 บาท อัตราใหม่จะคิดไม่เกิน 20 บาทต่อรายการ

 "2 รายการแรกนี้จะให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ของปี 2554 และอีก 2 รายการหลังนั้น จะเริ่มใช้ได้ประมาณไตรมาส 2 ของปี 2554 สาเหตุที่ต้องเริ่มบังคับใช้ต่างกัน เนื่องจากธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งจำเป็นต้องแก้ไขระบบเชื่อมต่อระหว่างธนาคาร เพื่อให้รองรับกันได้กับอัตราค่าธรรมเนียมที่กำหนดใหม่ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร" ธาริษา กล่าว

 ชี้ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด

 บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้เสนอรายงานถึงผลสรุปการปรับอัตราค่าธรรมเนียมในครั้งนี้ว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือ ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยใช้บริการโอนเงินในธนาคารเดียวกันข้ามเขต และถอนเงินต่างธนาคารในต่างจังหวัด จากการที่ค่าธรรมเนียมถูกลงกว่าเดิมค่อนข้างมาก หรือไม่เสียค่าธรรมเนียมเลย หากการใช้บริการไม่เกินจำนวนครั้งที่กำหนด ตลอดจนกลุ่มผู้บริโภคที่ทำธุรกิจดังกล่าวในวงเงินน้อยๆ

 ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมใหม่จะมีผลให้การทำธุรกรรมที่มีมูลค่าน้อยๆ ได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น โดยการปรับรูปแบบการคิดค่าธรรมเนียมข้ามเขต จากเดิมที่จะอิงกับปริมาณการโอนหรือถอนเงิน มาอยู่ในรูปแบบจำนวนครั้งของการทำธุรกรรม เช่น ในกรณีการโอนเงินข้ามเขตในธนาคารเดียวกัน ปกติลูกค้ามักจะทำการโอนเดือนละครั้ง จ่ายค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 20 บาท แต่ภายใต้เงื่อนไขใหม่ การโอนเงินเพียงครั้งเดียวต่อเดือน จะไม่เสียค่าบริการ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่การโอนเงินที่มีมูลค่าและความถี่ต่ำสำหรับผู้ใช้บริการรายย่อย ส่งผลดีสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ส่งเงินกลับไปให้ญาติในต่างจังหวัด

 ส่วนผู้ที่ต้องการโอนเงินด้วยจำนวนครั้งที่เพิ่มขึ้น จะเสียค่าธรรมเนียมครั้งละ 15 บาท จากเดิมที่เสียค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 20 บาท ซึ่งจะลดลงถึง 25% รวมทั้งผู้บริโภคที่ถอนเงินข้ามเขตในมูลค่าที่ค่อนข้างมาก ก็จะได้รับประโยชน์จากวิธีการคิดค่าธรรมเนียมใหม่นี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยยิ่งขึ้น

 นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้บริโภคในต่างจังหวัด จ่ายค่าธรรมเนียมที่ถูกลง ซึ่งสวนทางกับผู้บริโภคในกรุงเทพฯ โดยกรณีการถอนหรือถามยอดผ่านเอทีเอ็มต่างธนาคารในจังหวัดเดียวกันได้มีการปรับค่าธรรมเนียมจากเดิมที่จะแตกต่างกันระหว่างเอทีเอ็มในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ให้มาอยู่ในระดับเดียวกัน ทำให้ผู้บริโภคในต่างจังหวัดที่ถอนเงินในต่างจังหวัดจ่ายค่าธรรมเนียมลดลงกว่าครึ่ง หรืออาจจะไม่เสียเลยหากทำธุรกรรมไม่เกิน 4 ครั้งต่อเดือนนั้นๆ ขณะที่ผู้บริโภคในกรุงเทพฯ จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอีก 5 บาทสำหรับการทำธุรกิจข้ามธนาคารในครั้งที่ 5 ในเดือนเดียวกัน

 อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคในกรุงเทพฯ น่าจะมีทางออกอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ไม่ยาก ท่ามกลางทางเลือกที่มากกว่า เช่น การใช้บริการจากเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารพาณิชย์เจ้าของบัตร ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในพื้นที่ชุมชน หรือศูนย์กลางธุรกิจ

 รายงานดังกล่าวระบุถึงผลกระทบต่อธนาคารพาณิชย์ด้วยว่า จะมีผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาท แต่น่าจะได้รับการชดเชยด้วยปริมาณการทำธุรกรรมของผู้บริโภครายย่อยที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

 นอกยังมีโจทย์ที่ตามมาด้วยคือ ธนาคารพาณิชย์จะต้องปรับปรุงระบบที่เกี่ยวข้องให้สามารถรองรับการคิดค่าธรรมเนียมรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตลอดจนการทบทวนค่าธรรมเนียมการเซตเทิลเมนท์ระหว่างธนาคาร ให้สอดคล้องกับอัตราค่าธรรมเนียมใหม่ที่คิดจากลูกค้า เพื่อสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันทั้งด้านธนาคารเจ้าของบัตรและธนาคารเจ้าของเครื่องเอทีเอ็มที่เหมาะสมมากขึ้นในอนาคต

 “งง”ค่าธรรมเนียมลดไม่จริง

 อย่างไรก็ตาม มีเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคที่มองว่าการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมใหม่ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการปรับลดค่าธรรมเนียมลงอย่างแท้จริง

 โดย "ขวัญชนก วุฒิกุล" นักจัดรายการวิทยุ "เงินทองต้องรู้" และคอลัมนิสต์ กล่าวว่า การปรับอัตราค่าธรรมเนียมการให้บริการผ่านเครื่องเอทีเอ็มใหม่ ทำให้มีทั้งคนที่เดือดร้อนเพิ่มขึ้นและลดลง แต่คงไม่สามารถวัดค่าเฉลี่ยได้ว่าสุดท้ายแล้วจะได้หรือเสียมากกว่ากัน

 ทั้งนี้ ในกรณีมนุษย์เงินเดือนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนที่รับเงินเดือนผ่านธนาคาร ส่วนใหญ่จะใช้เอทีเอ็มในการถอนเงินสดออกมาแทบทั้งนั้น และเป็นการถอนเงินในพื้นที่เดียวกันในเขตเดียวกัน ไม่ใช่ต่างพื้นที่หรือข้ามจังหวัด จากเมื่อก่อนถอนเงินต่างธนาคารเดือนละ 4 ครั้ง ครั้งต่อไปเสีย 5 บาท เพิ่มจากเดิมที่จำได้ว่าคิดที่ 3 บาท กลายเป็น 5 บาทและจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 บาท ทำให้ในฐานะผู้ใช้บริการที่มีธุรกรรมเรียบง่ายที่สุด และเป็นคนส่วนใหญ่ น่าจะเดือดร้อนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนที่ถือบัตรเอทีเอ็มของธนาคารที่มีตู้น้อยๆ

 "รู้สึกผิดหวังมาก ซึ่งตอนแรกดูเหมือนว่าแบงก์จะเสียเปรียบเราบ้าง แต่กลายเป็นอะไรนี่ เราเข้าใจว่าเงินไม่เยอะ แต่ละรายการนิดๆ หน่อยๆ แต่ก็พบว่าการทำรายการมีจำนวนมาก แต่ละรายการโดนโขกหมด ธนาคารพาณิชย์ควรบริหารต้นทุนด้านบริการของตนเองบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็ผลักภาระให้ผู้บริโภคอย่างเดียว เข้าใจว่าแบงก์มีต้นทุน แต่ช่วยแยกแยะต้นทุนของตนเองในแต่ละธุรกรรมให้ชัดเจน"

 สุดท้ายกลายเป็นว่าแบงก์กำหนดเอง เพื่อไม่ให้ตัวเองเสียเปรียบ ผลักภาระทั้งหมด ก็เหมือนกับเราไปโรงพยาบาล ต้องนั่งรถเข็นเพราะเดินไม่ไหว แต่ทางโรงพยาบาลคิดเงินทั้งค่ารถเข็นและค่าคนเข็นรถอีก ซึ่งการที่ธนาคารพาณิชย์คิดค่าธรรมเนียมทุกรายการ ทุกธุรกรรมเช่นนี้ อยากฝากให้แบงก์ชาติ และกระทรวงการคลังช่วยกันดูสักหน่อย ส่วนไหนที่ต้องคิดแบบสเปรดที่มีส่วนต่างก็ไม่ว่ากัน พอฟังขึ้น แต่กรณีแบงก์เดียวกัน แต่ข้ามเขต มองว่าโลกในปัจจุบันออนไลน์ทั่วแล้ว ไม่ได้ส่งนกพิราบหรือใช้ม้าเร็วไปทำรายการ ซึ่งวางระบบทีเดียว แต่เอาซะคุ้ม

 ขณะที่ความคิดเห็นของผู้บริโภคผ่านโลกออนไลน์ ก็มีเสียงสะท้อนถึงความผิดหวังกับผลสรุปที่ออกมาเช่นกัน เช่น Thamrongkiat แสดงความคิดเห็นผ่านทางหน้าเฟซบุ๊กของ รมว.คลัง ว่า "ค่าธรรมเนียมที่ว่าลด จริงๆ สำหรับคนกรุงเทพฯ น่าจะเพิ่มขึ้น คือค่าธรรมเนียมการถอนเงินต่างธนาคารครั้งที่ 5 เป็นต้นไป เพิ่มขึ้นจากเดิมเก็บ 3 บาท เพิ่มเป็น 5 บาท และจะเพิ่มเป็น 10 บาท จากการเจรจาให้ลดค่าธรรมเนียมลง ผมเลยไม่ทราบว่าเจรจากันอย่างไร ค่าธรรมเนียมจึงเพิ่มขึ้น 100% อย่างไรก็ตาม ก็ยินดีกับภาพรวมที่ค่าธรรมเนียมน่าจะลดลง โดยเฉพาะคนต่างจังหวัด และผู้ที่ใช้บริการโอนเงินเยอะๆ"

 ขณะที่ Prakit แสดงความเห็นว่า "ไม่แน่ใจว่าเป็นการลดค่าธรรมเนียมหรือเป็นการแปลงค่าธรรมเนียมกันแน่ เพราะผลสรุปที่ได้มานั้นผมว่าเป็นการโยกย้ายค่าธรรมเนียมมากกว่าครับ" เช่นเดียวกับ Kung ที่ระบายความรู้สึกว่า ทำไมมันขึ้นกันมามากมายขนาดนี้ จาก 5 บาทเป็น10 จากไม่เคยต้องเสียเช่นโอนเงินแบงก์เดียวกันแต่คนละสาขาต้องเสีย 15 บาท ส่วน Nay ระบุว่า ธนาคารฉลาด จริงๆ แล้วไม่ได้ปรับลดค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด เพียงแต่ปรับรูปแบบการคิดใหม่ เปลี่ยนจากการที่คิดค่าธรรมเนียมการโอนมาเป็นถัวเฉลี่ยที่การถอนและถามยอดเงินแทน